แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เกิดเสียงทึบหนักหน่วง สะท้อนความหงุดหงิดระAคนเดือดดาลของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี
ภาคินยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองเอกสารเก่าเก็บชุดนั้นราวกับมันคือหลักฐานมัดตัวฆาตกร ทั้งที่ความจริงแล้ว มันคือรายงานการรักษาพยาบาลและเอกสารการเงินจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเมื่อสามปีก่อน—ช่วงเวลาที่เขาเคยผลักไสรสรinให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ รสริน..."
เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนในอก หัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร กลับกระหน่ำเต้นด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน ยามเมื่อสายตาคมกวาดอ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัด บันทึกของแพทย์ระบุชัดเจนถึงภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ในยามที่ร่างกายและจิตใจของหญิงสาวบอบช้ำถึงขีดสุด ตัวเลขค่าใช้จ่าย และชื่อผู้รับการรักษา... 'นางสาวรสริน วงศ์สุริยา'
ภาพในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจราวกับมีใครเอาเข็มมานับพันเล่มมารุมจิ้ม
ในคืนวันนั้น... คืนที่เธอน้ำตานองหน้าพยายามเอ่ยปากขอร้องให้เขาอยู่รับฟังเธอแค่เพียงสัก cinco นาที แต่สิ่งที่เขาเลือกทำกลับเป็นการปัดป่ามือเรียวนั้นออกอย่างไร้ใยดี พร้อมคำพูดเชือดเฉือนที่ว่า *“เธอคิดจะเอาเด็กมาผูกมัดฉันหรือไง รสริน มันน่าสมเพชสิ้นดี”*
เขากวาดตามองบรรทัดสุดท้ายของเอกสาร มือหนาที่ถือกระดาษสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
*การแท้งบุตรเนื่องจากความเครียดสะสมและภาวะช็อกทางอารมณ์*
"พระเจ้า..."
ภาคินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง ลมหายใจสะดุดติดขัดราวกับคนกำลังจะขาดอากาศหายใจ ความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่เคยค้ำคอมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา เขานึกถึงแววตานิ่งสนิทไร้ประกายความรักของเธอในวันที่เธอกลับมาทวงคืนอาณาจักรธุรกิจในวันนี้ แววตาคู่นั้นไม่ได้มีไว้เพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่มันคือแววตาของนักล่าที่รอคอยเวลาจะขยี้เขาให้แหลกคามือ และตอนนี้เขาก็เพิ่งตระหนักได้ว่า... ทั้งหมดที่เธอทำ มันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่เขาเคยทำลายเธอ
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานหรูอีกฟากหนึ่งของเมือง รสรินกำลังยืนจิบไวน์แดงรสเลิศริมหน้าต่างกระจกสูงจรดเพดาน มองทัศนียภาพยามค่ำคืนของมหานครด้วยรอยยิ้มเยርอันทรงเสน่ห์ ชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทแนบเนื้อขับเน้นสรีระเย้ายวนและทรวดทรงนาฬิกาทรายอันเย่อหยิ่ง แสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามสะท้อนใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างสูงโปรดของธนัตถ์จะก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ดูเหมือนปลาจะติดเบ็ดแล้วสินะครับ คุณรสริน" ธนัตถ์เอ่ยพร้อมกับวางแท็บเล็ตแสดงกราฟราคาหุ้นที่ร่วงกูรูลงของบริษัทภาคินลงตรงหน้าเธอ
รสรินวางแก้วไวน์ลงช้าๆ เธอหันกลับมาสบตาคู่สนทนาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความร้ายกาจ "ปลาตัวนี้อึดกว่าที่คิดนะคะ... แต่ต่อให้พยายามดิ้นรนแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องตายอยู่บนเขียงอยู่ดี"
"คุณนี่ใจร้ายชะมัด... แต่ผมชอบ" ธนัตถ์หัวเราะในลำคอ ก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับกลิ่นกายเร่าร้อนทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มระอุ เขายื่นมือเรียวไล้ไปตามแนวคางมน ปลายเลิกรักที่ทาลิปสติกสีแดงก่ำเผยรอยยิ้มเย้ายวนยิ่งขึ้นเมื่อรสรินไม่ได้ถอยหนี
"ระวังตัวหน่อยนะคะ ธนัตถ์... เล่นกับไฟ ร้อนเกินไปอาจจะมือพองได้" น้ำเสียงหวานปานน้ำผึ้งอาบยาพิษกระซิบแผ่วเบาชิดริมฝีปากของชายหนุ่ม
เคมีระหว่างทั้งคู่ระอุขึ้นในเสี้ยววินาที ธนัตถ์ไม่รอช้า เขาคว้าเอวบางเข้าหาตัว บดจูบริมฝีปากอิ่มด้วยความเร่าร้อนและโหยหา รสรินหลับตาลงรับสัมผัสอันวาบหวามนั้น ปล่อยให้ความซาบซ่านแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มือเรียวเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้ร่างสูงแนบชิดยิ่งขึ้น เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางต่ำในลำคอของทั้งคู่ รสจูบที่ทั้งดุดันและเอาแต่ใจถูกตอบแทนด้วยความเย้ายวนชั้นยอดที่ทำเอาธนัตถ์แทบคลั่ง
แต่ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์เสน่หาพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกลับแผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ
รสรินผละริมฝีปากออกเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองหน้าจอที่ปรากฏชื่อสายเรียกเข้า... *'ภาคิน'*
มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างผู้ชนะ เธอปัดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล เปิดสปีกเกอร์โฟนให้ธนัตถ์ได้ยินด้วย
"ว่าไงคะ... คุณอดีตสามี ดึกดื่นแบบนี้ยังมีธุระอะไรกับฉันอีก หรือว่าเอกสารบนโต๊ะมันยังอ่านไม่จุใจพอ?"
ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านและหนักหน่วง ก่อนที่เสียงทุ้มที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา จะสั่นเครือจนแทบจำไม่ได้หลุดลอดออกมา
*"รส... ผมขอโทษ ผมขอร้อง... ให้ผมได้ชดใช้ในสิ่งที่ผมทำกับคุณเถอะนะ"*
รสรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่เต็มไปด้วยความสะใจและหยาดน้ำตาแห่งความแค้นที่ถูกกลืนกลับลงไปในอก
"ชดใช้เหรอคะภาคิน? ของที่พังไปแล้ว... ต่อให้คุณกราบเท้าฉัน มันก็ไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรอกค่ะ!"
เธอกดตัดสายทิ้งทันทีอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันกลับมาสบตากับธนัตถ์ที่มองเธอด้วยแววตาประหลาดใจแกมทึ่งในความเด็ดขาดของหญิงสาว
แต่ทว่า... ก่อนที่รสรินจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดต่อ เสียงเคาะประตูห้องชุดวีไอพีของเธอกลับดังขึ้นรัวเร็วและรุนแรงราวกับมีคนกำลังพังมันเข้ามา
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ธนัตถ์ขมวดคิ้วมุ่น เดินไปที่ประตูเพื่อจะเปิดดู แต่ยังไม่ทันที่มือจะแตะลูกบิด ประตูบานหรูก็ถูกกระชากเปิดผางเข้ามาด้วยแรงมหาศาลจากคนด้านนอก!
ร่างสูงใหญ่ของภาคินในสภาพเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ เนคไทถูกกระชากจนหลวมหลุด และดวงตาที่แดงก่ำราวกับคนสติหลุด ยืนจังก้าอยู่หน้าห้อง เขากวาดสายตามองธนัตถ์ที่ยืนชิดติดตัวรสรินด้วยแววตาดุร้ายราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะพุ่งตรงมาที่หญิงสาว
"รสริน... เด็กคนนั้น..." ภาคินเสียงสั่นพร่า ลมหายใจสะอื้นฮึกขณะก้าวเข้ามาหาเธอทีละก้าว "เด็กที่ตายไปในวันนั้น... จริงๆ แล้วเขา... รอดใช่ไหม?!"
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะชื่นชอบบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ•ตอนที่ 21
ความลับที่ถูกเปิดเผยบางส่วน
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!