กลิ่นอายความทรงจำ
เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา แต่บรรยากาศรอบตัวภาคินกลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าฤดูหนาว สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองร่างเพรียวระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทที่ยืนอยู่ไม่ไกล รسورิน... อดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่า เป็นเพียงดอกไม้ไร้ค่าประดับบ้าน บัดนี้เธอกลับกลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของเหล่านักลงทุนและสื่อมวลชน รอยยิ้มที่เธอมอบให้ผู้ชายคนอื่น ช่างบาดลึกเข้ามาในอกของเขาจนแทบหายใจไม่ออก
"ดูเหมือนคุณรสรินจะเนื้อหอมเสียจริงนะครับ ท่านประธานภาคิน" เสียงทุ้มต่ำของเลขาหนุ่มกระซิบเตือนสติ แต่ภาคินไม่ได้สนใจฟัง เขาก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหาเป้าหมายด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ในอก
รสรินกำลังเงี่ยหฟังเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของธนัตถ์ นักลงทุนหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่คอยโน้มตัวกระซิบกระซาบข้างใบหูเธออย่างสนิทสนม เกราะป้องกันความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นมาห่อหุ้มหัวใจไม่ใช่สิ่งที่ใครจะเจาะเข้ามาได้ง่ายๆ โดยเฉพาะผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนจมดิน
"ขอตัวสักครู่นะคะคุณธนัตถ์" รสรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเย้ายวนอย่างจงใจ เมื่อเธอรับรู้ได้ถึงรังสีความกดดันที่แผ่พุ่งมาจากด้านหลัง
ทันทีที่ธนัตถ์ถอยฉากออกไป ร่างสูงใหญ่ของภาคินก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอเคยซุกซบและร้องไห้ในอดีตลอยเข้ามาระคนกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ
"คุณเก่งขึ้นมากนี่ รสริน..." ภาคินก้มลงกระسิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอัดอั้น "เก่งถึงขนาดกล้าใช้ผู้ชายคนอื่นมาเป็นเครื่องมือเยาะเย้ยผมงั้นเหรอ"
รสรินไม่แม้แต่จะสะดุ้งกลัว เธอค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตคู่สวยนิ่งสงบราวน้ำลึก ไร้ซึ่งเงาความอ่อนแอที่เขาเคยคุ้นชิน
"เครื่องมือหรือคะ?" เธอย้อนถามด้วยน้ำเสียงหวานหยด แต่มุมปากกลับยกยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า "คุณเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วค่ะคุณภาคิน ฉันจะไปมีค่าพอให้คุณมาใส่ใจทำไม ในเมื่อตอนที่เราอยู่ด้วยกัน คุณไม่เคยชายตาแลฉันด้วยซ้ำ... หรือว่าตอนนี้ ตำแหน่ง 'อดีตสามีผู้เย็นชา' มันเริ่มไม่เท่ในสายตาคุณแล้วล่ะคะ"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำเอาภาคินกรามกระตุกแน่น มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อศอกเรียวบางไว้โดยอัตโนมัติ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะแสดงถึงความคลุ้มคลั่งภายในใจที่เริ่มควบคุมไม่อยู่
"รสริน! อย่ามาเล่นลิ้นกับผม คุณรู้ดีว่าผมไม่ได้หมายความแบบนั้น!" เขากัดฟันกรอด ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะและบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น "คุณเปลี่ยนไป... เปลี่ยนไปจนผมจำไม่ได้ ผู้หญิงที่เคยร้องไห้ขอความรักจากผมคนนั้นหายไปไหน ทำไมตอนนี้คุณถึงได้กล้าหาญและเย็นชาใส่ผมขนาดนี้!"
รสรินก้มมองมือหนาที่กุมข้อศอกเธอไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่ากลัว มันคือความเจ็บปวดที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธที่คมกริบที่สุด
"ผู้หญิงคนนั้นตายไปตั้งแต่คืนที่คุณเซ็นใบหยด.แล้วค่ะคุณภาคิน" เธอตอบเสียงกระซิบ ทว่าดังก้องในความรู้สึกของเขา "คุณเป็นคนฆ่าเธอด้วยความเฉยเมชาของคุณเอง... เพราะฉะนั้น อย่ามาถามหาความอ่อนแอจากซากศพที่ชื่อรสรินเลยค่ะ มันน่าสมเพช"
คำว่า 'น่าสมเพช' ราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจของภาคิน ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายเดือนระเบิดออกมาเป็นความอยากครอบครองและโหยหาอย่างรุนแรง เขาอยากจะดึงร่างนี้เข้ามาแนบอก อยากจะชดเชยความผิดพลาดทั้งหมด แต่ทิฐิและซากปรักหักพังในอดีตกลับคอยเหนี่ยวรั้งเขาไว้
ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ภาคินก็ตัดสินใจกระชากข้อศอกเธอให้เดินเลี่ยงหลบผู้คนเข้าไปยังระเบียงทางเดินด้านหลังห้องจัดเลี้ยงที่ค่อนข้างเงียบสงบและไร้ผู้คน
แรงเหวี่ยงเบาๆ ทำให้หลังของรสรินแนบชิดติดกับผนังกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่ภาคินก้าวตามเข้ามาประชิดตัว ใช้แขนทั้งสองข้างกักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจร้อนระอุรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน
"คุณคิดว่าหนีผมพ้นหรือไง รสริน" ภาคินเค้นเสียงต่ำ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีแดงสดที่เอาแต่พูดจาทำร้ายจิตใจเขา "ปากเก่งนักนะ... อยากรู้นักว่าถ้าผมปิดปากด้วยวิธีอื่น คุณจะยังกล้าอวดดีใส่ผมแบบนี้อีกไหม"
รสรินหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอยื่นมือเรียวขึ้นไปแตะบนปกเสื้อสูทเนื้อดีของเขา ไล้ปลายนิ้วผ่านแผงอกแกร่งอย่างจงใจยั่วยวน
"เชิญเลยค่ะ... ถ้าคุณคิดว่าตัวเองยังมีสิทธิ์นั้น" เธอกระซิบ ท้าทายด้วยแววตาที่เย้ายวนและอันตรายที่สุด
ดวงตาของภาคินวับวายขึ้นมาทันที ความอดทนเส้นสุดท้ายขาดผึ้ง เขาก้มลงประกบเรียวปากลงบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี จูบที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และความต้องการที่สะสมมาเนิ่นนาน รสชาติหวานล้ำที่เขาเคยละเลยบัดนี้กลายเป็นสิ่งเสพติดที่เขาโหยหาจนแทบคลั่ง รสรินเผยริมฝีปากรับสัมผัสร้อนแรงนั้นอย่างยินยอมพร้อมใจ ทว่าแววตาของเธอยังคงคมกริบและเต็มไปด้วยเกมแก้แค้นที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังหลอมรวมลมหายใจเข้าหากันอย่างลึกซึ้งท่ามกลางความเงียบของมุมมืด เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงใสของเด็กชายตัวเล็กๆ ดังแทรกขึ้นมา
"คุณแม่ครับ... คุณอาธนัตถ์ให้มาตามครับ"
รสรินเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะผลักอกภาคินออกอย่างแรงด้วยความตกใจ ขณะที่ภาคินชะงักกึก หันขวับไปมองเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบที่ยืนกุมมืออยู่กับธนัตถ์ที่เดินตามมาสมทบ
หัวใจของภาคินกระตุกวูบอย่างแรง เมื่อดวงตากลมโตและใบหน้านั้นถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน... และนั่นทำให้เขากลายเป็นใบ้ไปชั่วขณะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมา ณ ที่นี้นะคะ
ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ•ตอนที่ 3
กลิ่นอายความทรงจำ
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!