“คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่, รสริน”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของภาคินเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและความสั่นไหวที่เขาแทบไม่อาจควบคุม
ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือของหญิงสาวราวกับจะแผดเผาให้มันมอดไหม้
ทว่าสิ่งเดียวที่สะท้อนกลับมาคือความว่างเปล่าอันเย็นเยียบ รสรินปรายหางตามองเขาเพียงชั่วเสี้ยววินาที
ก่อนจะเอื้อมมือเรียวบางดึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นกลับมาด้วยท่าทีสบาย ๆ ราวกับสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเมื่อครู่เป็นเพียงแค่ภาพทิวทัศน์ริมทาง ไม่ใช่เด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตาคมปลาบและสันจดาลรั้นถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน
รสรินแย้มยิ้ม มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของอดีตสามี
เธอขยับกายพิงพนักโซฟาหนังแท้ราคาแพงในห้องรับรองวีไอพีอย่างใจเย็น กลิ่นกายหอมกรุ่นละมุนละไมของกุหลาบดำและอำพันลอยอวลอยู่ในอากาศ ยิ่งขับเน้นความเย้ายวนอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ
“เกมเหรอคะคุณภาคิน?” น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นชาไร้ความรู้สึกเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้า
“ดิฉันจะไปกล้าเล่นเกมอะไรกับนักบริหารมือหนึ่งผู้ทรงอิทธิพลอย่างคุณล่ะคะ... ดิฉันก็แค่ใช้ชีวิตในแบบที่ควรจะเป็น หลังจากที่คุณ... กรุณาหยิบยื่น ‘อิสรภาพ’ อันแสนมีค่าให้เมื่อสามปีก่อนต่างหาก”
คำว่า ‘อิสรภาพ’ ที่เธอย้ำรา-วกับมีคมมีดกรีดลงบนแผลเก่า
ภาคินรู้สึกได้ถึงเลือดในกายที่สูบฉีดพลุ่งพล่านจนใบหน้าคมสันตึงเครียด
ภาพความทรงจำเมื่ออดีตผุดวาบเข้ามาในหัว ในวันที่เขาเป็นฝ่ายยื่นใบหย่าใส่หน้าเธออย่างไร้เยื่อใย
วันที่เขาตราหน้าว่าเธอเป็นแค่ภรรยาจืดชืดไร้ประโยชน์ เกาะเขา
และไม่มีวันเข้าใจโลกธุรกิจที่เขายืนอยู่ วันนั้น... รสรินร้องไห้ เธออ้อนวอน และแทบจะกราบกรานขอร้องให้เขาให้อยู่ต่อ
แต่วันนี้... ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขากลับกลายเป็นราชินีผู้เย่อหยิ่ง แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสะใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากอันงดงาม
“เด็กคนนั้น... เป็นใคร” ภาคินกดเสียงต่ำ ขยับกายเข้าประชิดจนโซฟารองรับน้ำหนักของเขาแทบยวบ
มือหนายื่นไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวของเธอเพื่อคาดคั้นความจริง
แต่รสรินเร็วกว่า เธอเบี่ยงข้อมือหลบอย่างนิ่มนวลพร้อมกับยกเรียวขาขึ้นไขว่ห้างอย่างสง่างาม
เนื้อผ้าซาตินชั้นดีเลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวยและส้นสูงสีแดงเพชรระยิบระยับที่เย้ายวนจนแทบหยุดหายใจ
“ระวังตัวด้วยนะคะคุณภาคิน ที่นี่คือสถานที่ทำงาน และดิฉันไม่ใช่ภรรยาเก่าที่ยอมให้คุณมาแตเนื้อต้องตัวตามอำเภอใจได้อีกต่อไปแล้ว”
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนเงาของเขาที่กำลังคลุ้มคลั่งด้วยความสับสน
“ส่วนเด็กคนนั้นจะเป็นใคร... มันสำคัญกับคุณด้วยเหรอคะ ในเมื่อตอนนั้น... คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าทายาทตระกูลภาคิน ถ้าเกิดจากผู้หญิงอย่างฉัน มันคงเป็นตราบาปในชีวิตคุณ”
ฉากกั้นระหว่างปัจจุบันและอดีตพังทลายลงในเสี้ยววินาที
ภาคินรู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงจนชาไปหมด
ความทรงจำในคืนฝนตกเมื่อสามปีก่อนย้อนกลับมาทิ่มแทง
คืนนั้น... เขาปฏิเสธเธออย่างไร้เยื่อใยแม้เธอจะพยายามบอกใบ้ถึงบางสิ่งบางอย่างด้วยน้ำตานองหน้า
และตอนนี้... เด็กชายคนนั้น... เด็กที่หน้าตาเหมือนเขาราวกับแกะ...
“เธอกล้าดียังไง... ซ่อนลูกจากฉัน!” เสียงคำรามลอดไรฟันของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโทสะที่ระเบิดออก
เขาใช้สองมือยันพนักโซฟาขนาบข้างร่างบางเอาไว้ กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างคนจนตรอก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง
ทว่ารสรินไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอกลับโน้มใบเข้าไปใกล้เขามากขึ้นจนปลายจมูกแทบจะชนกัน
กลิ่นหอมเย้ายวนจากซอกคอระหงทำเอาสติที่เหลืออยู่ของภาคินกระเจิงไปหมด
“ซ่อนเหรอคะ? หึ... ดิฉันไม่ได้ซ่อนค่ะ คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดจะมอง” รสรินกระซิบเสียงพร่าข้างริมฝีปากหยักของเขา
“คุณบอกว่าฉันไร้ค่า คุณไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าฉันในบ้านหลังนั้น แล้วทำไมตอนนี้... ถึงทำท่าเหมือนคนสูญเสียสติไปได้ล่ะคะ คุณภาคิน”
สัมผัสจากลมหายใจอุ่นที่เป่ารดริมฝีปากทำให้หัวใจของภาคินกระตุกวูบ
ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
กลิ่นอายความเย้ายวนของเธอในยามที่เธอแข็งแกร่งและเย่อหยิ่งเช่นนี้ กลับมีเสน่ห์ดึงดูดใจเขารุนแรงยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนบนโลกใบนี้
มือหนาที่เคยกำหมัดแน่นเปลี่ยนเป็นเลื่อนขึ้นโอบประคองท้ายทอยมนของเธอไว้โดยไม่รู้ตัว
นิ้วเรียวสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผมยาวสลวยสีดำสนิทออกแรงบังคับให้เธอน้อมรับสัมผัสจากเขา
“รสริน... เธอกล้ามากนะที่ทำให้ฉันคลั่งได้ขนาดนี้”
เขากระซิบเสียงพร่าต่ำริมฝีปาก ก่อนจะกดจุมพิตลงมาอย่างไร้ความปรานี
ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้ลงบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างเอาแต่ใจเพื่อระบายความหงุดหงิดและโหยหาที่สะสมมานาน
รสรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจในตอนแรก แต่ทว่า... เธอกลับไม่ผลักไส
ความคุ้นเคยในรสสัมผัสและกลิ่นกายของอดีตสามีตอกย้ำความเจ็บปวดในอดีต
เธอปล่อยให้เขาตักตวงความหวานล้ำจากริมฝีปากเธออย่างเร่าร้อน
ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มร้ายกาจในความมืดมิดของจังหวะจูบ
มือเรียวบางที่เคยดูไร้เรี่ยวแรงค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาวางแนบบนแผงอกกว้างของเขา
ก่อนจะออกแรงจิกทึ้งลงบนเนื้อผ้าสูทราคาแพงเพื่อระบายความสะใจ
ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปเกี่ยวพันตักตวงความหอมหวานอย่างเอาเป็นเอาตาย
ภาคินจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งความลุ่มหลงที่เธอเป็นคนขุดล่อไว้
สัมผัสแนบชิด เรือนร่างอ้อนแอ้นที่เบียดเสียดเข้าหา และรสชาติอันคุ้นเคยทำให้เขาแทบคลั่ง
เขาต้องการเธอ... ต้องการมากกว่าแค่จูบ ร่างกายของเขาตื่นตัวและโหยหาอดีตภรรยาคนนี้จนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
ทว่า... ในวินาทีที่ภาคินกำลังจะประคองร่างบางให้นอนราบลงไปกับโซฟาเพื่อดื่มด่ำความสัมพันธ์ที่ขาดหายไปนาน
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ
“คุณภาคินครับ! แผนกกฎหมายติดต่อมาด่วนครับ... เรื่องหุ้นส่วนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาซื้อหุ้นบล็อกใหญ่ของบริษัทเรา... เขาบอกว่ามีข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ และ... และตัวแทนของบริษัทนั้นกำลังยืนรอพบคุณอยู่ที่ห้องทำงานใหญ่แล้วครับ!”
เสียงของเลขานุการหนุ่มที่ตะโกนลอดผ่านบานประตูเข้ามาทำลายบรรยากาศร้อนระอุลงทันที
ภาคินชะงักกึก ลมหายใจหอบกระชั้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยแรงอารมณ์
เขามองหน้าหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่าง รสรินไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือเสียดายเลยแม้แต่น้อย
เธอยังคงยิ้มเยาะด้วยสายตาราชินีผู้ถือไพ่เหนือกว่า
มือเรียวบางดันแผงอกเขาออกเบาๆ ก่อนจะจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยอย่างไร้ที่ติ
“ดูเหมือนว่า ‘เกมที่เปลี่ยนขั้ว’ ของจริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นนะคะคุณภาคิน”
เธอกระซิบเสียงหวานข้างหูเขาอย่างเย้ายวน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“เชิญคุณไปจัดการเรื่องบริษัทเถอะค่ะ... ส่วนเรื่องลูกของคุณ... ไว้เราค่อยคุยกันใหม่... ถ้าคุณมีความสามารถพอที่จะหาตัวเขาเจอพอนะคะ”
ภาคินมองตามแผ่นหลังบางที่ก้าวเดินออกไปจากห้องอย่างสง่างามทิ้งให้เขายืนหายใจติดขัดอยู่ลำพัง
ความหงุดหงิดและสับสนตีรวนอยู่ในอกจนแทบระเบิด
เขาสบถออกมาเบา ๆ ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวออกจากห้องรับรองเพื่อตรงไปยังห้องทำงานใหญ่ด้วยความโกรธเกรี้ยว
ทว่า... ทันทีที่เขาผลักประตูห้องทำงานของตัวเองเปิดออก
ร่างสูงใหญ่ก็ต้องชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกึกยิ่งกว่าตอนที่เห็นรูปเด็กชายบนแท็บเล็ต
เมื่อบุรุษหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้เป็นคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญ... ‘ธนัตถ์’ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ประธานของเขา
และข้างกายของธนัตถ์นั้น... คือเด็กชายตัวน้อยคนเดียวกันกับในรูปภาพ... ที่กำลังส่งยิ้มเย็นเยียบส่งตรงมาให้เขาอย่างท้าทาย!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับเกมแก้แค้นบทนี้เสมอนะคะ
— รสรินกลิ่นกำมะหยี่
ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ•ตอนที่ 2
เกมที่เปลี่ยนขั้ว
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!