เสียงประตูกระจกนิรภัยที่ปิดสนิทดังก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด รสรินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของผู้บริหาร เธอไม่ได้หันกลับไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาปิดล็อกมันด้วยซ้ำ ความเย่อหยิ่งและถือดีในอดีตของภาคินถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีด้วยความเงียบสงบอันน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์
"คุณกล้ามากนะ..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยความกรุ่นโกรธ ภาคินก้าวเท้าเข้าหาด้วยจังหวะที่มั่นคงและอันตราย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มย่างสามขุมเข้ามาประชิดราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม แต่สำหรับรสรินแล้ว เขาก็เป็นเพียงอดีตสามีผู้โง่เขลาที่เพิ่งรู้ตัวว่าได้ทำเพชรเม็ดงามหลุดมือไปเท่านั้น
รสรินค่อยๆ หมุนตัวกลับมาช้าๆ เผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนและแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดขี่ไว้ รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย
"กล้าอะไรคะ... หรือว่าการที่ดิฉันกล้าปฏิเสธข้อเสนอทางธุรกิจของคุณ มันทำให้ศักดิ์ศรีของท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่สั่นคลอนจนทนไม่ไหว?"
"รสริน..." ชื่อของเธอถูกเค้นออกมาจากลำคอหนาอย่างเจ็บปวด ภาคินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่คืบ กลิ่นกายหอมกรุ่นประจำตัวที่คุ้นเคยมานานปีปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนของเขาให้ตื่นตัวอย่างรุนแรง ดวงตาคมเข้มกราดมองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและไร้เยื่อใย หัวใจของเขาบีบตัวรัดแน่นด้วยความโหยหาที่กัดกินภายในมาแรมปี "ทำไม... ทำไมคุณต้องทำตัวเป็นศัตรูกับผมขนาดนี้ เราเคย..."
"เคยเป็นสามีภรรยากันอย่างนั้นเหรอคะ?" รสรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจคนฟัง "อย่าได้รื้อฟื้นเรื่องน่าขันพวกนั้นขึ้นมาพูดเลยค่ะ ภาคิน คุณเป็นคนเลือกเองที่จะขยี้มันทิ้งในวันที่ดิฉันพยายามกอบกู้มันไว้ วันนี้... อย่ามาเรียกร้องสิทธิ์ในสิ่งที่แม้แต่คุณเองยังไม่เคยเห็นค่า"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ภาคินหมดความอดทน มือหนาคว้าเข้าที่เอวคืบของเธอแล้วดึงเข้าหาร่างแกร่งในเสี้ยววินาที แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด รสรินเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่ไม่ทันจะได้ขัดขืน ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกคำด้วยความหิวกระหาย
จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์และการโหยหาที่สะสมมาเนิ่นนาน ภาคินบดขยี้ริมฝีปากอิ่มด้วยความเร่าร้อน ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากันในความเงียบยามดึก รสรินพยายามจะทุบไหล่หนาเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงของเธอกลับพ่ายแพ้ต่อสัมผัสที่คุ้นเคยและช่ำชอง แรงดึงดูดทางกายภาพที่เคยผูกพันกันอย่างลึกซึ้งกำลังปลุกเร้าไฟสวาทที่มอดไหม้ให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่มีทางต้านทาน
รสชาติของความเจ็บปวดในอดีตผสมปนเปไปกับความหอมหวานของรสจูบที่เริ่มเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลึกซึ้ง ภาคินตวัดปลายลิ้นกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มืออีกข้างรั้งท้ายทอยของเธอไว้ไม่ให้หนีหาย สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลูบไล้ไปตามแนวสันหลังผ่านเนื้อผ้าทำให้รสรินสะั่นสะท้าน เธอเผลอแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นจิกขยุ้มปกเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่อ่อนระทวย
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด ความเงียบสงบยามดึกถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับจังหวะอารมณ์อันเร่าร้อน ภาคินผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ดวงตาคมพราวระยับไปด้วยประกายแห่งความลุ่มหลง ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนนุ่มสูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่เขาโหยหามาตลอด
"คุณยังเป็นของผม... รสริน ร่างกายของคุณจำสัมผัสของผมได้ดีกว่าที่ปากของคุณปฏิเสธเสียอีก" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนที่พรมจูบลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างถือสิทธิ์
รสรินหอบสะท้าน สมองที่เคยฉลาดเป็นกรดและวางแผนเกมธุรกิจไว้อย่างรอบคอบกลับพร่าเลือนลงชั่วขณะ ความรู้สึกวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายเมื่อเรียวปากของเขาเริ่มไล้ต่ำลงมาสัมผัสกับผิวเนื้อเนียนผ่านคอเสื้อสูทที่ถูกรั้งออกอย่างเย้ายวน สัมผัสที่คุ้นเคยนี้กำลังล่อลวงให้เธอก้าวตกลงไปในหลุมพรางที่เธอเป็นคนขุดขึ้นมาเอง
ทว่า... ในวินาทีที่เปลวไฟแห่งความปรารถนากำลังจะแผดเผาทั้งคู่จนหลอมละลาย เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงกรีดร้องทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนลงอย่างไร้ความปรานี
ภาคินสบถออกมาอย่างหัวเสียด้วยความขัดดใจ เขายังไม่ยอมละสายตาและริมฝีปากออกจากร่างนุ่มนวล แต่รสรินกลับรวบรวมสติที่เหลืออยู่ทั้งหมด ผลักอกแกร่งให้ออกห่างอย่างแรง ดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดอารมณ์กลับมาแข็งกร้าวและเย็นชาขึ้นอีกครั้ง เธอยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตัวเองให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว
"ดูเหมือนว่า... แขกคนสำคัญของดิฉัน จะไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวนะคะ"
รสรินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง เธอก้าวถอยหลังออกห่างจากวงแขนแกร่งที่ยังคงค้างเติ่งด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเดินตรงไปที่หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะเพื่อกดรับสัญญาณภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชั้นล่าง
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของภาคินสะดุดกึก ร่างสูงชะงักนิ่งราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อบุคคลที่ก้าวออกจากลิฟต์ส่วนตัวในยามวิกาลนี้ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบหน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของ "ธนัตถ์" คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญที่กุมมือเด็กน้อยไว้อย่างสนิทสนม พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่ส่งตรงมายังหน้ากล้องราวกับจะประกาศสงคราม
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ•ตอนที่ 6
สัมผัสที่คุ้นเคย
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!