เสียงก้องกังวานของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร แทบจะไม่ได้ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มที่แผดเผาอยู่ในอกของภาคินเลยแม้แต่น้อย หน้าจอแท็บเล็ตเครื่องหรูยังคงสว่างวาบ ทว่าภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องสายตากลับทำให้ปลายนิ้วที่กำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดสั่นระริก
เด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบ ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาว จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักลึกที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาราวกับส่องกระจกเงา...
ภาพนั้นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นหลักฐานอันเจ็บปวดที่ตบหน้าอดีตประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งจนชาชิน เด็กคนนั้นกำลังซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของ "ธนัตถ์" นักลงทุนหนุ่มเจ้าเสน่ห์ คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญที่เคยประกาศกร้าวว่าจะดึงทุกอย่างไปจากมือเขา รวมถึงผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใย
"รสริน..."
ชื่อนั้นหลุดลอดริมฝีปากที่แห้งผากของภาคินออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า หัวใจของเขาบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นมาขยำขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทง วันวานที่เขามองข้ามหยาดน้ำตาของเธอ วันที่เธอกลืนกินความเจ็บปวดแล้วเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับ
เขาลืมไปได้อย่างไร... ว่าเธอนั้นเข้มแข็งเพียงใด และในวันที่เธอแกร่งกล้าจนกลายเป็นราชินีแห่งวงการธุรกิจ เธอกลับไม่ได้เดินตัวคนเดียวอีกต่อไป เธอกลับมีพยานรัก... เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง ที่ถูกฟูมฟักและเติบโตขึ้นในอ้อมอกของชายอื่น!
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์ของรสรินจะก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้ามั่นคง เธอก้าวเข้ามาในอาณาจักรที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นเพียง "ภรรยาไร้ตัวตน" แต่ในวันนี้ เธอกลับยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเขาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่งดงาม ทว่าบาดลึกและเยือกเย็นเสียจนภาคินต้องลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยอัตโนมัติ
"ดูท่าทางคุณภาคินจะงานยุ่งนะคะ ถึงได้มีเวลามานั่งจ้องหน้าจอด้วยสายตาเคร่งเครียดเช่นนี้" รสรินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ
ภาคินก้าวเท้าเข้าไปหาเธออย่างลืมตัว ช่องว่างระหว่างอดีตสามีภรรยาถูกลดทอนลงเหลือเพียงแค่คืบ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหิวกระหาย ความเจ็บปวด และความหึงหวงที่พุ่งพล่านจนแทบจะเผาไหม้ทุกสิ่ง
"เด็กคนนั้น..." ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยพิษอารมณ์ "รสริน... เด็กคนนั้นเป็นใคร!"
รสรินไหล่งามขยับน้อยๆ เธอไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย กลับยิ่งเชิดใบหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเคร่งเครียดของอดีตสามีด้วยความรู้สึกสมเพชแกมสะใจ
"ทำไมคะ ตกใจมากหรือไงที่เห็นว่าเขามีหน้าตาละม้ายคล้ายใครบางคน" เธอย้อนถาม เสียงหัวเราะในลำคอของเธอบ่งบอกถึงความสะใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง "หรือว่าคุณคิดว่าบนโลกนี้จะมีผู้ชายใจร้ายใจดำสักกี่คน ที่กล้าปล่อยให้ภรรยาอุ้มท้องลูกน้อยโดยไม่เคยแยแสไยดี... จนกระทั่งสายเกินไป"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางใจของภาคินราวกับลิ่มเหล็ก ร่างสูงเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ลมหายใจสะดุดกึก เขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้า สำรวจเรือนร่างเย้ายวนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลของผู้หญิงที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน กลิ่นกายหอมกรุ่นละมุนละไมที่เคยเป็นของเขาคนเดียว บัดนี้กลับถูกห้อมล้อมด้วยอิทธิพลและบารมีของชายอื่น
"ริน..." ภาคินยื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็ก แต่มือหนากลับต้องชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อปลายนิ้วเรียวของรสรินยกขึ้นปัดป้องอย่างไม่ไยดี พร้อมกับสายตาที่ส่งผ่านมาทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นเพียงธุลีดิน
"อย่าแตะต้องฉันด้วยมือคู่นั้นค่ะ คุณภาคิน" รสรินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "เพราะมันน่ารังเกียจเกินไป... เหมือนกับความรู้สึกที่ฉันเคยมีให้คุณในอดีตนั้นแหละค่ะ"
คำพูดตัดรอนอย่างไร้เยื่อใยทำให้ความอดทนเส้นสุดท้ายของภาคินขาดผึ่ง ความหึงหวงบ้าคลั่งที่สุมอกทำให้เขาสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ มือหนาพุ่งพรวดคว้าต้นแขนกลมกลึงของเธอไว้แน่นแล้วดึงเข้าหาตัวด้วยแรงทั้งหมดที่มี รสรินอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ ก่อนที่ร่างบางจะปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงรุนแรงตามจังหวะลมหายใจ
"ปล่อยนะ!" รสรินพยายามขัดขืน มือเล็กระดมทุบลงบนลาดไหล่หนา ทว่าแรงของเธอกลับไม่สามารถสั่นคลอนอดีตสามีผู้คลุ้มคลั่งได้เลยแม้แต่น้อย
"ไม่ปล่อย!" ภาคินคำรามต่ำในลำคอ นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุดันและเว้าวอนในเวลาเดียวกัน "บอกฉันมา ริน! เด็กคนนั้นเป็นลูกของฉันใช่ไหม... ลูกของเราใช่ไหม!"
"ต่อให้ใช่แล้วยังไงคะ!" รสรินหยุดดิ้นรน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่สวยไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความแข็งกร้าวและชา Icy ที่ทิ่มแทงหัวใจเขา "ในเมื่อคุณไม่เคยต้องการเขา... ในเมื่อคุณเคยบอกว่าเด็กคนนี้มันคือความผิดพลาด... ทำไมตอนนี้คุณถึงต้องดิ้นรนอยากรับรู้ด้วยล่ะคะ?"
คำพูดนั้นบีบคั้นหัวใจของภาคินจนแทบแหลกสลาย ภาพเหตุการณ์ในอดีตวันที่เธอน้ำตานองหน้าขอร้องให้เขาหันมามองเธอกับลูกในท้อง แต่สิ่งที่เขามอบให้กลับเป็นคำพูดเย็นชาและการหย่าร้างที่ไร้หัวใจ
ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนานประกอบกับความหึงหวงที่เห็นธนัตถ์เข้ามาดูแลลูกและภรรยาของตน ทำให้ภาคินสูญเสียการควบคุมสติทั้งหมด
ริมฝีปากหยักลึกก้มลงประกบปิดเรียวปากอิ่มของเธอทันทีอย่างไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกมาอีก!
รสรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ จูบของเขาไม่ได้มีความอ่อนหวานละมุนละไม แต่มันเต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด ความโกรธเกรี้ยว และความหึงหวงที่แผดเผาทุกสิ่ง เรียวปากหนารุกไล่บดขยี้อย่างเอาแต่ใจ เรียกร้องและลงทัณฑ์เธอในคราวเดียวกัน รสชาติของความเค็มปร่าจากหยดน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยตาของหญิงสาวผสมผสานไปกับความร้อนรุ่มของรสจูบที่ดุดัน
มือหนาเลื่อนจากต้นแขนเรียวโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่โถมกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ
แม้รสรินจะพยายามขัดขืนและกัดริมฝีปากเพื่อป้องกันไม่ให้เขาแทรกเรียวลิ้นเข้ามา แต่ความช่ำชองและแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำของภาคินก็ทำให้แนวป้องกันของเธอกลายเป็นเพียงแค่กำแพงทราย ทันทีที่เรียวลิ้นร้อนชื้นแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก ความรู้สึกคุ้นเคยและกระแสไฟฟ้าที่แล่นริ้วไปทั่วร่างก็ทำให้สติสัมปชัญญะของหญิงสาวเริ่มพร่าเลือน
สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้า ทำให้ลมหายใจของรสรินสะดุดกึก ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าอย่างเชี่ยวชาญ
ภาคินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้สูดอากาศ ทว่าดวงตาคมกริบกลับฉายแววปรารถนาอันล้ำลึก ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ชิดริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการจูบ
"คุณมันบ้า... ภาคิน..." รสรินหอบหายใจตัวโยน เสียงกระซิบของเธอสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงที่พยายามฝืนไว้ "คุณคิดว่าทำแบบนี้... แล้วฉันจะยอมกลับไปหาคุณงั้นเหรอคะ?"
"ฉันไม่สนใจว่าคุณจะเกลียดฉันแค่ไหน ริน..." ภาคินกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดุดันและจริงจังจนน่ากลัว "แต่เด็กคนนั้นเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน และคุณ... ก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันจะไม่มีวันยอมยกให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น!"
ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังระอุเร่าร้อนด้วยแรงปรารถนาและแรงปะทะทางอารมณ์ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงาน พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน
ร่างสูงสง่าของธนัตถ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของภาคินแทบหยุดเต้น และทำให้ลมหายใจของรสรินสะดุดกึก ไม่ใช่รอยยิ้มเย้ยหยันของนักลงทุนหนุ่มผู้นั้น...
หากแต่เป็นเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนของธนัตถ์ ที่เอ่ยปากเรียกชายหนุ่มคนนั้นด้วยคำพูดที่กรีดแทงหัวใจของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งจนแหลกเหลว
"คุณอาครับ... คุณแม่บอกว่าให้มารับกลับบ้านครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกอันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ
* * *
หวังว่าเนื้อหาตอนที่ 7 จะถูกใจและสร้างความระทึกใจให้กับคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ รสรินกลิ่นกำมะหยี่ ขอบคุณค่ะ
ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ•ตอนที่ 7
ผู้ชายที่ชื่อธนัตถ์
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!