ความเงียบงันในห้องสูทเพนต์เฮาส์หรูหราเวลานี้ ไม่ต่างอะไรจากห้องขังนักโทษประหารที่รอเวลาลั่นไก
ภาคินสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทราอันเลือนรางด้วยสัญชาตญาณอันดิบเถื่อน ปลายนิ้วแกร่งกวาดควานไปบนความว่างเปล่าข้างกายที่ควรจะมีเรือนร่างนุ่มละมุนของหญิงสาวนอนแนบชิด แต่นอกจากความเย็นเฉียบของผ้าปูที่นอนสีเข้มและร่องรอยยับย่นที่ยังคงหลงเหลือไออุ่นจางๆ รلินก็ไม่อยู่ตรงนั้นเสียแล้ว
ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความตระหนกที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างฉับพลัน หัวใจกระหน่ำเต้นรัวรากับกลองเพลเมื่อความทรงจำอันเร่าร้อนเมื่อคืนย้อนกลับมาฉายซ้ำ ภาพที่เขากอดก่ายแนบชิด ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่บนลาดไหล่เปลือยเปล่า และเสียงครางหวานหูที่เว้าวอนขอความเมตตาจากเขา... ทุกอย่างมันช่างชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนนี้เอง
ทว่า... มันเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
ภาคินผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ความปวดหนึบแล่นริ้วขึ้นมาจากขมับขวา แต่เขากลับไม่สนใจความเจ็บปวดทางกายแม้แต่น้อย สายตาดุดันกวาดสำรวจไปทั่วห้องนอนจนกระทั่งสะดุดเข้ากับความผิดปกติบางอย่าง
สูทราคาแพงของเขาถูกพาดไว้อย่างลวกๆ บนโซฟา แต่กระเป๋าเอกสารหนังแท้ที่ล็อกรหัสเอาไว้อย่างแน่นหนา ซึ่งบรรจุแผนยุทธศาสตร์ควบรวมกิจการครั้งประวัติศาสตร์และข้อมูลลับสุดยอดของบริษัท... ถูกเปิดอ้าซ่า!
"บ้าเอ้ย!"
สบถคำหยาบออกมาด้วยความเดือดดาล ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก ร่างสูงใหญ่ก้าวพรวดพราดลงจากเตียงโดยไม่แม้แต่จะสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เท้าเปล่าก้าวเหยียบบนพรมราคาแพงอย่างไม่ใยดี เขารีบพุ่งเข้าไปตรวจสอบเอกสารสำคัญด้านในทันที และพบว่า... แฟ้มข้อมูลลับชิ้นสำคัญที่สุด ซึ่งเป็นกุญแจดอกเดียวที่จะทำให้บริษัทของเขาผูกขาดตลาดในไตรมาสนี้... ได้มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย!
ไม่มีการงัดแงะ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงรอยลิปสติกสีแดงสดที่ถูกจงใจป้ายทิ้งไว้บนกระจกเงาโต๊ะเครื่องแป้ง เป็นตัวอักษรย่อสั้นๆ ที่บาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใคร
*‘R.L.’*
รสริน...
ชื่อนี้ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา ราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถางจากอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานีในอดีต
ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอ ไร้เดียงสา และเป็นเพียงดอกไม้ประดับบ้านที่ไร้ค่า... บัดนี้ได้กลายเป็นนางพญางูพิษที่ไร้ความปรานี และใช้เรือนร่างของเธอเองเป็นอาวุธในการล่อลวงเขาให้ตายใจ ก่อนจะฉีกกระชากความภาคภูมิใจทั้งหมดของเขาออกเป็นชิ้นๆ ในยามที่เขากำลังเคลิบเคลิ้มที่สุด!
"เธอเล่นสกปรกแบบนี้เลยสินะ... รสริน!"
ภาคินคำรามออกมาอย่างเจ็บใจ สองมือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและความคลุ้มคลั่งที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ความรู้สึกผิดและความพยายามที่จะไถ่บาปในค่ำคืนที่ผ่านมา ถูกเผาทำลายจนมอดไหม้ด้วยเพลิงโทสะครั้งใหม่ที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม
เขารู้ดีว่าเอกสารชุดนั้นไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือเครื่องมือที่รสรินใช้ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ สงครามที่เธอตั้งใจจะเหยียบเขาให้จมดิน และเธอก็ทำมันสำเร็จอย่างงดงามบนคราบน้ำตาและความโง่เขลาของเขาเอง
เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนหัวเตียงแผדเสียงแหลมสูงขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ภาคินหันขวับไปมองด้วยสายตาดุดันราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ เขารีบสาวเท้ายาวกลับไปคว้ามันขึ้นมากดรับสายด้วยอารมณ์ที่คุกกรุ่นถึงขีดสุด
"มีอะไร!" น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวใส่ปลายสายทันทีโดยไม่แม้แต่จะดูชื่อผู้โทร
*(“อารมณ์ร้อนแต่เช้าเลยนะครับ คุณภาคิน... ดูท่าทางค่ำคืนที่ผ่านมาของคุณคงจะเร่าร้อนจนเกินขีดจำกัดสินะ ถึงได้หงุดหงิดขนาดนี้”)*
เสียงทุ้ม นุ่มลึก และแฝงด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยของ ‘ธนัตถ์’ ดังลอดออกมาจากลำโพง ทำเอาภาคินแทบจะขว้างโทรศัพท์ทิ้งด้วยความแค้นเคือง
"แกต้องการอะไร ธนัตถ์!"
*(“ผมไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณหรอกครับ... แต่พอดีเมื่อสักครู่ คุณรสรินเธอแวะเอา ‘ของกำนัล’ ชิ้นสำคัญมาฝากผมที่บริษัท พร้อมกับรอยยิ้มที่สวยหยาดเยิ้มจนผมแทบละลาย... เธอฝากบอกมาด้วยล่ะครับว่า ขอบคุณสำหรับความร่วมมืออันยอดเยี่ยมบนเตียงเมื่อคืนนี้... มันทำให้แผนการของเธอง่ายขึ้นเป็นกองเลยทีเดียว”)*
คำพูดเย้ยหยันนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ภาคินรู้สึกเหมือนเลือดในกายเดือดพล่านจนแทบจะทะลักออกทางปาก เขากัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ อย่างรุนแรง
"มึงกับนั่น... กำลังเล่นกับไฟรู้ตัวไหม!"
*(“ไฟเหรอครับ? หึ... น่าเสียดายจังนะที่คุณภาคินเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองต่างหากที่กำลังถูกเผาจนเกรียม... อ้อ! เกือบลืมบอกไปอีกเรื่อง...”)* เสียงของธนัตถ์เว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาภาคินต้องชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกึกไปวูบหนึ่ง *(“ตอนนี้คุณรสรินไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะครับ... เธอยังมีพยานปากสำคัญอีกคนที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศเมื่อคืนนี้ด้วย... เด็กผู้ชายหน้าตาละม้ายคล้ายคุณเสียเหลือเกิน จนผมเห็นแล้วยังอดทึ่งไม่ได้เลยล่ะครับว่า เด็กคนนี้ถอดแบบใครมากันแน่...”)*
ฉับพลัน... โลกทั้งใบของภาคินก็คล้ายจะหยุดหมุน
ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่นที่ไม่อาจซ่อนเร้น
เด็กผู้ชาย... ที่หน้าตาละม้ายคล้ายเขาอย่างนั้นหรือ?
รสริน... ซ่อนอะไรไว้จากเขามาตลอดห้าปีกันแน่!
_____________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับเกมรักเกมแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความเข้มข้นในตอนนี้ค่ะ
ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ•ตอนที่ 12
เช้าวันใหม่กับความจริงอันโหดร้าย
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!