ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ•ตอนที่ 11

ค่ำคืนแห่งการพ่ายแพ้ต่อความรู้สึก

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหรากว้างขวางราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะกระจกใสยังคงสว่างวาบ ภาพถ่ายโคลสอัปของเด็กชายตัวน้อยนัยน์ตากลมโตและสันจاوดโด่งเป็นสันคมที่ถอดแบบมาจากภาคินราวกับพิมพ์เดียวกัน พร้อมคำบรรยายใต้ภาพที่กรีดลึกลงไปในขั้วหัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด *'ทายาทที่แท้จริง... ผู้ที่จะมาทวงคืนทุกอย่างที่พ่อของเขาเคยทำลาย'* ลมหายใจของภาคินสะดุดกักค้าง หน้าอกข้างซ้ายไหววูบด้วยความเจ็บปวดรุนแรงราวกับมีใครเอามือเปล่าควักหัวใจเขาออกมาบีบขยี้ ภาพของรสรินในอดีต หญิงสาวผู้เงียบขรึม เจียมเนื้อเจียมตัว และยอมให้เขารังแกทางจิตใจสารพัดโดยไม่เคยปริปากเถียง ผุดขึ้นมาซ้อนทับกับราชินีนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งและไร้ซึ่งความปรานีในปัจจุบัน ความจริงที่เพิ่งกระจ่างชัดทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า เด็กคนนั้น... คือลูกของเขา ทายาทที่เขาเคยปัดปอดและทำลายมันด้วยความเย็นชาในอดีต คือสายเลือดเนื้อเชื้อไขที่รสรินเก็บงำ ซ่อนเร้น และเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นมาเพื่อเป็นอาวุธชิ้นสำคัญในการทำลายล้างเขาโดยเฉพาะ ประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกพร้อมกับร่างระหงของรสริน เธอสวมชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นทรวดทรงเย้ายวนเยี่ยงพญาหงส์ เส้นผมสีดำสนิทที่ดัดลอนอ่อนปลายถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและเรียวปากอิบอิ่มที่แต้มด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เมื่อเห็นว่าสายตาของภาคินกำลังจดจ้องอยู่ที่หน้าจอแท็บเล็ต มุมปากของเธอก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะและความสะใจที่ปิดไม่มิด "ดูเหมือนว่า... ของขวัญต้อนรับการกลับมาของฉัน จะทำให้คุณประทับใจมากสินะคะ ภาคิน" เสียงหวานทุศกังวานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เย็นเยือก และบาดลึกเสียจนภาคินต้องก้าวเท้าเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ขายาวก้าวฉับเข้าประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่นแรง บีบเค้นจนเนื้อนวลขึ้นรอยแดงระเรื่อ ทว่ารสรินกลับไม่มีแม้แต่รอยนิ่วหน้า เธอกลับเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาท้าทายที่ร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเปลวเพลิง "รสริน! เธอ... เธอกล้าดียังไง ซ่อนลูกของเราไว้! เธอเอาลูกฉันไปไว้ที่ไหน!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจตอนนี้สั่นเครือด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน เขากำลังคลุ้มคลั่ง คลั่งเพราะรู้ว่าตัวเองได้พลาดท่าสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไป และกำลังจะสูญเสียมันไปตลอดกาล "ลูกของเราอย่างนั้นเหรอคะ?" รสรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความขื่นขมและเย้ยหยัน เธอยกมือขึ้นปัดมือของเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้าวถอยหลังเว้นระยะห่าง "วันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้ศักดิ์ศรี วันที่คุณบอกว่าเด็กคนนี้มันเป็นแค่ก้อนเลือดไร้ค่า... คุณยังจำคำพูดตัวเองได้ไหมคะ ภาคิน? ตอนนั้นคุณพูดว่าอะไรนะ... อ๋อ ใช่ คุณบอกว่าต่อให้ฉันท้องลูกของคุณ คุณก็ไม่มีวันยอมรับหรอกค่ะ!" ถ้อยคำเชือดเฉือนในอดีตถูกหยิบยกขึ้นมาตบหน้าเขาอย่างเจ็บแสบ ภาคินรู้สึกเหมือนถูกตบด้วยฝ่ามือเหล็ก หน้าชาวาบ หัวใจปวดแปลบจนแทบหายใจไม่ออก ความเย่อหยิ่งทระนงตนในอดีตกลายเป็นโซตรวนที่ย้อนกลับมาพันธนาการคอเขาเอง "ฉันขอโทษ..." เสียงของเขาแผ่วเบาลงอย่างน่าใจหาย "คำขอโทษจากคุณ มันมีค่าเท่ากับเศษกระดาษทิชชูที่เปื้อนน้ำตาของฉันในอดีตเท่านั้นแหละค่ะ" รสรินก้าวเข้ามาประชิดเขาเสียเอง ปลายนิ้วเรียวยาวที่มีเล็บเจลสีนู้ดตกแต่งอย่างประณีตค่อยๆ ลูบไล้ไปตามปกเสื้อสูทเนื้อดีของอดีตสามีอย่างจงใจยั่วยวน ลากผ่านแผงอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ "คุณอยากได้ลูกงั้นเหรอคะ? อยากรู้ไหมว่าเขาหน้าตาเหมือนคุณขนาดไหน? อยากกอดเขาเหมือนที่ฉันเคยโหยหาความอบอุ่นจากคุณในอดีตบ้างไหมคะ... ภาคิน" กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมผสานกับกลิ่นกายสาวอันเป็นเอกลักษณ์ลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นอย่างรุนแรง เคมีอันร้อนแรงและแรงดึงดูดระหว่างทั้งคู่พุ่งทะยานสูงขึ้นจนอากาศรอบตัวราวกับมีประกายไฟคุกรุ่น ภาคินทนไม่ไหวอีกต่อไป มือหนาคว้าเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นร่างแนบสนิทกัน ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ริมฝีปากหยักลึกพุ่งเข้าบดขยี้เรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่รอให้เธออนุญาต "อื๊อ..." รสรินครางประท้วงในลำคอ ทว่ารสจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และเปี่ยมไปด้วยความโหยหา คลั่งไคล้ และสำนึกผิดของเขากลับทำให้กำแพงที่เธอสร้างไว้สั่นคลอนอย่างรุนแรง มันเป็นจูบที่ทั้งลงโทษและวอนขอ ภาคินขบเม้มริมฝีปากอิ่มด้วยความเร่าร้อน ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือข้างหนึ่งโอบรั้งสะโพกมนเข้าแนบชิดจนเธอรู้สึกได้ถึงความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่ตื่นตัวขึ้นอย่างเต็มที่ รสรินพยายามจะผลักไส ทว่ามืออีกข้างของเขากลับสอดเข้าใต้กลุ่มผมสลวย ขยุ้มท้ายทอยบังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัสที่ลึกซึ้งและวาบหวามยิ่งขึ้น ความโกรธแค้นในอดีตผสมปนเปกับความเย้ายวนในปัจจุบัน รสรินพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสที่เธอเคยโหยหามาเนิ่นนาน มือเรียวเล็กที่เคยพยายามผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างของเขา เล็บคมจิกผ่านเนื้อผ้าสูทจนแทบทะลุเนื้อเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านเมื่อภาคินอุ้มเธอลอยขึ้นจากพื้นโดยที่ริมฝีปากยังไม่ผละออกจากกัน รสรินตวัดเรียวขาเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณความต้องการของผู้ใหญ่ที่โหยหากันและกันเข้าครอบงำ ภาคินพาเธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับบานประตูกระจกที่ปิดสนิท เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกันดังสะท้อนก้องห้องทำงานที่มืดสลัว มือหนาลูบไล้ไปตามเรียวขาภายใต้กระโปรงทรงสอบ ลากสัมผัสขึ้นสูงจนถึงต้นขาอ่อนนุ่ม รสรินสะดุ้งเฮือกยามที่ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะสัมผัสผิวเนื้อเนียนละเอียด ความเร่าร้อนบนเตียงในอดีตที่ทั้งคู่เคยมีร่วมกันหวนคืนกลับมาตอกย้ำว่า... ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ร่างกายของพวกเขาก็ยังคงถูกสร้างมาเพื่อกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ "คุณแพ้แล้ว... รสริน" ภาคินกระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอขาวผ่องจนเธอขนลุกชัน "ร่างกายของคุณกำลังบอกฉัน... ว่าคุณยังต้องการฉันเหมือนเดิม" "คน... คนหลงตัวเอง..." รสรินหอบหายใจสะท้าน ดวงตาฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทมองเขาอย่างเย้ายวนท้าทาย "อย่ามั่นใจนักเลยค่ะ... นี่มันก็แค่... เกมแก้แค้นของฉันต่างหาก" พูดจบ เธอก็เป็นฝ่ายดึงเนกไทของเขาลงมาเพื่อประกบจูบเขาอย่างเร่าร้อนและดุดันไม่แพ้กัน แรงปรารถนาอันร้อนแรงหลอมรวมทั้งคู่ให้จมดิ่งลงไปในวังวนแห่งเสน่ห์ที่ถอนตัวไม่ขึ้น กำแพงแห่งความแค้นถูกเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงแห่งความวาบหวาม จนลืมเลือนโลกภายนอกไปชั่วขณะ ทว่า ในขณะที่เปลวไฟแห่งความเสน่หาำลังลุกโชนถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกลับแผדเสียงดังทำลายบรรยากาศ *กริ๊ง... กริ๊ง...* ภาคินขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขาไม่สนใจเสียงนั้นและเตรียมจะซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นต่อ แต่รสรินกลับดันอกเขาออกเบาๆ เธอกระตุกยิ้มมุมปากด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมาดูหน้าจอ ดวงตากลมโตชำเลืองมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงหวานหยดที่จงใจให้ภาคินได้ยินชัดเจน "ค่ะ... พี่ธนัตถ์? ...อ๋อค่ะ รสรินกำลังจะออกไปพอดีค่ะ... ได้ค่ะ เดี๋ยวเจอกันที่งานเลี้ยงนะคะ" เพล้ง! เสมือนมีค้อนยักษ์ฟาดลงกลางใจของภาคินเมื่อได้ยินชื่อ 'ธนัตถ์' คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญและศัตรูหัวใจที่กำลังตามจีบเธออย่างเปิดเผย รสรินวางสายพร้อมกับดันอกเขาออกอย่างนุ่มนวล แต่เด็ดขาด เธจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะก้าวเดินผ่านเขาไปหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมบนโซฟา "ขอบคุณสำหรับบทเรียนในค่ำคืนนี้นะคะ... ภาคิน" รสรินหันมาส่งยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยคมมีดอาบยาพิษให้เขา "แต่อย่าลืมนะคะ ว่าลูกชายของฉัน... กำลังรอทานมื้อค่ำกับ 'คุณอาธนัตถ์' อยู่ค่ะ" ประโยคสุดท้ายทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางความรู้สึกของภาคิน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความริษยาและคลุ้มคลั่งที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ขณะที่รสรินก้าวเดินออกจากห้องไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้เขายืนกำหมัดแน่นอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่บีบคั้นหัวใจจนแทบคลั่ง! *(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมแค้นที่เดิมพันด้วยหัวใจด้วยกันนะคะ)*
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%