ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ•ตอนที่ 13

ตามล่าหาความจริง

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
เสียงเคาะประตูกระจกบานหรูที่ดังรัวระรัวราวกับจะพังทลายลงมา ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงที่กำลังจิบไวน์แดงรสเลิศริมระเบียงห้องชุดเพนต์เฮาส์ชั้นสูงสุดหรูสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย รสรินวางแก้วคริสตัลลงบนโต๊ะหินอ่อนช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบงันและแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่างทำหน้าที่ต้อนรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ เธอก้าวเท้าด้วยจังหวะที่มั่นคงและสง่างาม ชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิทแนบเนื้ออวดสัดส่วนเย้ายวนที่ผ่านการดูแลอย่างพิถีพิถัน แตกต่างจากผู้หญิงคนเดิมในอดีตที่เคยนั่งรอเขาด้วยคราบน้ำตาและชุดคลุมเก่าๆ อย่างสิ้นเชิง กลอนประตูด้านนอกถูกเปิดออกด้วยรหัสผ่านส่วนตัว—รหัสที่เขาเคยจำมันไม่ได้ด้วยซ้ำจนกระทั่งถึงวันนี้—ร่างสูงใหญ่ของภาคินก้าวเข้ามาในห้องด้วยลมหายใจหอบกระชั้น ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาบัดนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและโทสะที่ระอุอยู่ข้างใน "คุณเล่นเกมบ้าอะไรอยู่ รสริน!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจตวาดก้องห้องรับแขก ภาคินก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเธอ รัศมีความกดดันที่เขามักใช้กดขี่คู่ค้าทางธุรกิจถูกแผ่ออกมาเต็มที่เพื่อข่มขวัญหญิงสาว แต่รสรินกลับเพียงแค่ปรายตามองเขาด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่เชือดเฉือนหัวใจของเขาให้แหลละเอียดลงทีละน้อย "เกมเหรอคะ?" รสรินทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอย่างสามขุมเข้าหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "แปลกนะคะ ทั้งที่คนที่เริ่มต้นกระดานนี้... คือคุณต่างหากล่ะคะ ภาคิน" "หยุดพูดจาประชดประชันแล้วตอบผมมาเรื่องธนัตถ์! คุณไปสนิทสนมกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมดีลนั้นถึงหลุดมือบริษัทผมไปอยู่กับมันได้!" มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าต้นแขนเรียวของเธอด้วยความโมโห ทว่ารสรินกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที พร้อมกับสายตาคมปลาบที่มองการกระทำนั้นด้วยความสมเพช "สิทธิ์อะไรของคุณคะ ที่จะมาคาดคั้นฉันด้วยน้ำเสียงแบบนั้น ในฐานะอดีตสามีผู้ใจร้าย... หรือในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจที่กำลังจะพ่ายแพ้จนหัวซุกหัวซุนกันแน่คะ?" คำพูดแต่ละคำของเธอกรีดแทงลงกลางใจเขาอย่างแม่นยำ ภาคินชะงักงัน มือที่ค้างกลางอากาศค่อยๆ ตกลงข้างลำตัว ดวงตาคู่คมมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งโกรธ ทั้งหลงใหล และเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกายหอมหวานละมุนละไมผสมผสานกับกลิ่นไวน์จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของเขา กระตุ้นสัญชาตญาณดิบที่เคยถูกกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชาให้ตื่นขึ้นมาทีละน้อย "รสริน..." เสียงของเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อดวงตาสบเข้ากับความว่างเปล่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงามอันเฉิดฉายนั้น "ผม... ผมรู้ว่าอดีตผมทำเลวร้ายกับคุณไว้มากแค่ไหน แต่เรื่องธุรกิจ มันคนละเรื่องกันนะ..." "คนละเรื่องเหรอคะ?" รสรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "วันที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราแล้วถูกคุณไล่ตะเพิดออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันเหมือนกระดาษไร้ค่า... ตอนนั้นคุณเคยคิดไหมคะว่ามันคือเรื่องเดียวกันหรือเปล่า!" บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของคนทั้งคู่ ภาคินหน้าซีดเผือดเมื่อได้ยินคำว่า 'ลูก' หลุดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มนั้น แววตาของเขาไหวระริกเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความรู้สึกผิดที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูกดำ "ลูก... ลูกของเราเหรอ รสริน..." เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้แววตาเต็มไปด้วยความเวทนาและอ้อนวอน มือหนาสั่นเทาเมื่อเอื้อมไปแตะที่ปลายคางมนของเธอ "คุณ... คุณไม่ได้แท้งลูกวันนั้นอย่างที่ข่าวออกใช่ไหม?" รสรินไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ แววตาดุดันและแข็งกร้าวฉายชัดความแค้นเคืองที่สะสมมานานแรมปี "อยากรู้เหรอคะ?" เธอกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากบางเฉียบอยู่ห่างจากริมฝีปากของเขาเพียงแค่คืบ "อยากรู้ว่าลูกที่ตายไปในความทรงจำของคุณ แท้จริงแล้วยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า... ถ้าอย่างนั้นก็แสดงความจริงใจให้ฉันเห็นสิคะ ทำให้ฉันเห็นสิว่าคุณยอมแลกทุกอย่าง... แม้กระทั่งศักดิ์ศรีอันสูงส่งของคุณ เพื่อผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบยละลายคราบน้ำตา!" สิ้นคำท้าทาย สัญชาตญาณความดิบเถื่อนและแรงปรารถนาอันรุนแรงที่ถูกกักเก็บไว้ก็พังทลายลง ภาคินไม่รอช้าที่จะคว้าท้ายทอยของหญิงสาวเข้าหาตัว บดขยี้ริมฝีปากลงไปอย่างเร่าร้อนและเอาแต่ใจ เพื่อระบายความอัดอั้น ตื่นกลัว และความโหยหาที่กัดกินจิตวิญญาณเขามาตลอดหลายเดือน รสรินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความร่วมมืออย่างสมน้ำสมเนื้อ เธอยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขา ปล่อยให้รสจูบอันดุเดือดและวาบหวามดึงพวกเขาทั้งคู่เข้าสู่ห้วงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ริมฝีปากที่บดเบียดเข้าหากันส่งผ่านความเจ็บปวด ความโกรธแค้น และความเร่าร้อนที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มยิ่งปลุกเร้าให้หัวใจเต้นระส่ำ มือหนาของภาคินสอดเข้าใต้ร่มผ้าเนื้อนุ่ม ลูบไล้แผ่นหลังเนียนละเอียดด้วยความโหยหา สัมผัสที่คุ้นเคยและคุโชนไปด้วยไฟปรารถนาทำให้ร่างกายของทั้งสองสั่นสะท้าน รสรินแอ่นกายเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ความเย้ายวนของเธอทำลายความสุขุมทั้งหมดที่ชายหนุ่มเคยมีจนหมดสิ้น เขารวบตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นโดยไม่ละริมฝีปากออกแม้แต่น้อย ก่อนจะพาเดินเซถลาไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้องอย่างไร้ความปรานี เสื้อผ้าเนื้อบางถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางแสงไฟสลัวของยามค่ำคืน ผิวเนียนนุ่มดั่งกำมะหยี่กระทบกับสัมผัสร้อนผ่าวของฝ่ามือใหญ่ ภาคินพรมจูบไปทั่วซอกคอระหง ไหปลาร้า และยอดอกอิ่มอย่างกระหายหิว ราวกับคนใกล้ตายที่โหยหาน้ำทิพย์ รสรินส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอด้วยความซ่านสยิว ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสะใจและความสุขสมที่ไหลรินผสมปนเปกัน ในห้วงเวลาอันเร่าร้อนและดิบเถื่อนนี้ ไม่มีผู้บริหารหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและไม่มีอดีตภรรยาผู้ชอกช้ำ มีเพียงชายหญิงที่กำลังหลอมรวมวิญญาณและร่างกายเข้าหากันด้วยไฟแห่งความปรารถนาและแรงแค้นที่แผดเผาจนแทบหลอมละลาย ทุกสัมผัส ทุกแรงโอบกอด และทุกเสียงหอบหายใจคือบทลงทัณฑ์และการไถ่บาปที่ไม่มีวันสิ้นสุด ร่างทั้งสองสอดประสานกันอย่างแนบแน่น ท่ามกลางเสียงหอบสะท้านที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องชุดหรูหรา ภาคินซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนมน ขบเม้มเบาๆ เพื่อฝากตราตรึงความเป็นเจ้าของ ขณะที่รสรินจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านและแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ร่างกายของทั้งคู่กระตุกเกร็งก่อนจะปลดปล่อยความหวามไหวออกมาร่วมกัน ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ดังประสานกันในความมืด ภาคินซบหน้าอยู่กับอกอิ่มของเธอ มือหนายังคงโอบกอดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไป เขากำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่างเพื่อสารภาพความรู้สึกทั้งหมดในใจ ติ๊ง... เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงของภาคินที่วางอยู่บนโต๊ะข้างโซฟา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นในความมืด เผยให้เห็นข้อความและรูปภาพจากสายสืบส่วนตัวที่เขาสั่งให้ตามล่าหาความจริงเกี่ยวกับเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่ง... เด็กชายที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กราวกับแกะ และปัจจุบันกำลังอาศัยอยู่ในการดูแลของธนัตถ์! ภาคินชะงักค้าง ร่างกายที่เคยอบอุ่นกลับเย็นเฉียบลงในพริบตา เขารีบผละออกจากร่างบางช้าๆ ด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาเปิดดูภาพถ่ายบนหน้าจออย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ดวงตาของภาคินเบิกกว้างขึ้น หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อภาพถ่ายใบหน้าของเด็กชายคนนั้นสะท้อนเข้าสู่ดวงตา พร้อมกับข้อความบรรทัดสุดท้ายที่เขียนไว้ว่า: *[ยืนยันผลตรวจ DNA แล้วครับ นายท่าน... เด็กชายคนนี้เป็นสายเลือดแท้ๆ ของท่านกับคุณรสริน]* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "รสรินกลิ่นกำมะหยี่" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%