กระดาษแผ่นบางที่ร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมราคาแพงระยับในห้องทำงานส่วนตัว ส่งเสียงเบาหวิวดุจเสียงถอนหายใจของมัจจุราช ภาคินรู้สึกราวกับมีใครเอาค้อนเหล็กอันมหึมามาทุบลงกลางศีรษะจนสมองขาวโพลน ลมหายใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดสะดุดกึก ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี ปลายนิ้วสั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสภาพถ่ายของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบในซองเอกสารที่กระจัดกระจาย
ดวงตากลมโต จมูกรั้น และโดยเฉพาะรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับพิมพ์นิยม... มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่มันคือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ตอกหน้าเขาอย่างจัง ผลตรวจ DNA ที่ระบุความเป็นพ่อลูกอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง รสชาติฝาดเฝื่อนเอ่อล้นในลำคอ หัวใจที่ด้านชามาตลอดหลายปีบัดนี้แตกสลายยับเยินคามือ ราวกับถูกบดขยี้ด้วยมือของรสริน อดีตภรรยาผู้เงียบขรึมและอ่อนแอที่เขาเคยคิดว่าไม่มีพิษภัย
"รสริน..." เสียงครางต่ำเล็ดลอดไรฟันอย่างเจ็บปวด
เขากำภาพถ่ายนั้นไว้แน่นจนยับยู่ยี่ ความจริงที่เพิ่งกระจ่างทำให้ภาพจำของหญิงสาวผู้ยอมก้มหน้าให้เขาเหยียบย่ำเมื่อหลายปีก่อนมลายหายไปสิ้น เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่อดีตภรรยาที่ถูกหย่าขาดอย่างไร้เยื่อใย แต่เธอคือผู้หญิงที่ซ่อนคมเขี้ยวไว้ภายใต้ความนุ่มนวล และที่สำคัญที่สุด... เธอซ่อนสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไว้จากโลกใบนี้ ปิดตายไม่ให้เขามีสิทธิ์ได้รับรู้
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ภาคินพยายามสืบหาเบื้องหลังความสำเร็จอันก้าวกระโดดของบริษัทอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่ที่กำลังตีตลาดแย่งชิงโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่กับเขา ทุกเส้นทางการเงิน ทุกชื่อผู้ถือหุ้นเบื้องหลัง หรือแม้แต่เครือข่ายพันธมิตรอย่างธนัตถ์ ล้วนถูกทีมสืบสวนส่วนตัวของเขารื้อค้นจนพลิกแผ่นดิน แต่ยิ่งค้นลึกลงไปเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตระหนักว่าเขาไม่เคยรู้จักผู้หญิงที่ชื่อ 'รสริน' เลยแม้แต่น้อย
ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่านง่ายราวกับกระดาษเปล่า กลับกลายเป็นเขาวงกตที่ซับซ้อนและไร้ทางออก ทุกย่างก้าวที่เธอบุกเข้ามาในเกมธุรกิจนี้มีแผนการรองรับอย่างแม่นยำ ราวกับเธอนั่งมองดูเขาเดินตกลงไปในหลุมพรางที่เธอขุดไว้ทีละหลุมอย่างใจเย็น
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่ประตูห้องทำงานจะเปิดออก
เลขาหนุ่มก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้กัน เมื่อเห็นสภาพเจ้านายที่นั่งทรุดอยู่กับพื้นห้อง ภาคินรีบเก็บเอกสารทั้งหมดซ่อนไว้ในลิ้นชักอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยันกายลุกขึ้นยืนด้วยมาตร ฐานของความเป็นนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล แม้ภายในอกจะปั่นป่วนราวกับมีพายุเฮอร์ริเคนพัดกระหน่ำ
"มีอะไร" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำจนน่ากลัว
"ท่านประธานครับ... ทางตลาดหลักทรัพย์ส่งสัญญาณเตือนเรื่องหุ้นของกลุ่มบริษัทเราแล้วครับ และ... และคุณรสริน เธอเพิ่งส่งจดหมายเชิญอย่างเป็นทางการมาถึงคุณโดยตรง" เลขายื่นซองจดหมายสีดำสนิทประทับตราครั่งสีแดงเพลิงให้ด้วยมือสั่นเทา "เธอขอเจรจาธุรกิจแบบตัวต่อตัวคืนนี้ ที่เพนท์เฮาส์ส่วนตัวของเธอครับ"
ภาคินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบฉายประกายความกรุ่นโกรธผสมผสานกับความลุ่มหลงที่ถูกกดทับไว้ลึกสุดขั้ว นัดพบกันยามค่ำคืนในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างนั้นหรือ? รสรินกำลังเล่นเกมจิตวิทยาขั้นสูงกับเขา เธอจงใจโยนระเบิดเวลาอย่างผลตรวจ DNA มาให้เขาช็อก ก่อนจะยื่นข้อเสนอที่เขาไม่มีทางปฏิเสธได้ลง
"เพนท์เฮาส์ของเธอเหรอ..." ภาคินพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "เธอคิดว่าเธอถือไพ่เหนือกว่าสินะ รสริน"
ตกดึก บรรยากาศภายในเพนท์เฮาส์หรูหราใจกลางเมืองเงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนของดอกกุหลาบสีเข้ม รสรินในชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทเข้ารูป เปิดเปลือยแผ่นหลังเนียนละเอียดและเรียวขากล่อมกลืน เธอืนถือแก้วไวน์แดงแกว่งของเหลวสีทับทิมช้าๆ ริมหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง หัวใจของเธอนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในคืนไร้ลม เธอรู้ดีว่าเวลานี้ภาคินคงกำลังคลุ้มคลั่งและอยากจะฉีกเธอกลายเป็นชิ้นๆ ด้วยความโกรธแค้น
เสียงกริ่งประตูดังขึ้นตามคาด รสรินวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกอย่างใจเย็น เธอก้าวเดินด้วยจังหวะจะโคนมั่นคง เปิดประตูต้อนรับอดีตสามีผู้กำลังลุกเป็นไฟด้วยเพลิงโทสะและเพลิงปรารถนาที่แผดเผา
ภาคินก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำเชิญ ร่างสูงใหญ่ปิดประตูกระแทกเสียงดังลั่นจนห้องสะเทือน ดวงตาดุดจดเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนระเบิดออกมา มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอโดยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นทำร้าย แต่หนักหน่วงพอที่จะสื่อถึงความเดือดดาลที่อัดอั้น
"เธอเล่นตลกอะไร รสริน!" ภาคินกดเสียงต่ำลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอระหงของเธอ "เอกสารนั่น... ลูกของฉันอยู่ที่ไหน!"
รสรินไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เธอยกมุมปากยิ้มหยันอย่างเหนือกว่า ดวงตากลมโตคู่สวยมองตอบเขาอย่างไม่เกรงกลัว ความเยือกเย็นของเธอ ยิ่งสุมไฟแค้นในอกของชายหนุ่มให้โหมกระหน่ำยิ่งขึ้น
"ปล่อยฉันค่ะ คุณภาคิน..." เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น "เราไม่ได้เป็นอะไรกันที่จะมาแตะเนื้อต้องตัวกันตามอำเภอใจแบบนี้ อดีตสามีผู้สูงส่ง"
"อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน!" ภาคินคำรามในลำคอ มือหนาเปลี่ยนจากจับต้นแขน เลื่อนขึ้นมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วของเธอเข้าประชิดแผงอกอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง เคมีอันตรายที่เคยผูกพันกันในอดีตพุ่งพล่านขึ้นมาราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง "เธอกล้าดียังไงเอาลูกไปซ่อนจากฉัน สามปีที่ผ่านมา เธอเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันด้วยการเลี้ยงลูกของฉันโดยไม่ให้ฉันรู้ตัวเนี่ยนะ!"
รสรินแหงนหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเยาะหยันฉายชัดบนเรียวปากอิ่มเคลือบลิด스틱สีแดงเข้ม "แล้วตอนที่คุณเขี่ยฉันออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใยล่ะคะคุณภาคิน คุณเคยถามความรู้สึกฉันบ้างไหม? เด็กคนนั้นเป็นลูกของฉัน... และเป็นของฉันคนเดียวมาตลอดเวลาที่คุณใช้ชีวิตอย่างสุขสบายบนความเจ็บปวดของคนอื่น คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อเขาด้วยซ้ำ!"
คำพูดเชือดเฉือนบาดลึกเข้าที่ขั้วหัวใจของภาคิน ดวามรู้สึกผิดที่เคยพยายามกลบฝังบัดนี้ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ทว่าความโกรธ ความหึงหวง และความต้องการที่จะครอบครองเธอกลับรุนแรงยิ่งกว่า สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่แค่คำแก้ตัว แต่เขาต้องการเธอ... ทั้งตัวและหัวใจ เพื่อชดใช้ความผิดพลาดทั้งหมด
ดวงตาของภาคินเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดยามเมื่อกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำตัดพ้อนั้น ความโกรธระเหยหายไป แทนที่ด้วยความกระหายหิวที่ควบคุมไม่อยู่ มือหนาเลื่อนขึ้นล็อกท้ายทอยของเธอไว้มั่น ไม่ยอมให้เธอเบือนหน้าหนี รสมือและสัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่ม
"ถ้าฉันไม่มีสิทธิ์... งั้นฉันก็จะทวงสิทธิ์นั้นคืนจากร่างกายของเธอก่อนเป็นอันดับแรก รสริน"
สิ้นเสียงคำรามพร่า ภาคินก็ประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปราณี การจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นการลงทัณฑ์และการเรียกร้องสิทธิ์ที่ขาดหายไป รสชาติของความดุดดันและหิวกระหายทำให้รสรินถึงกับผงะ แต่เธอไม่ได้ยอมจำนน เธออ้าปากรับสัมผัสร้อนแรงนั้น พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะเยาะหยันในลำคออย่างท้าทาย
มือเรียวเล็กของเธอยกขึ้นจิกทึ้งปกเสื้อสูทราคาแพงของเขาจนยับยู่ยี่ ขณะที่ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น เสียงครางฮึ่มฮัมในลำคอของภาคินบ่งบอกถึงความต้องการที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด ความแค้น ความโหยหา และแรงปรารถนาอันเร่าร้อนหลอมรวมกันจนกลายเป็นเพลิงสวาทที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
ภาคินกวาดร่างบางเข้ามาชิดแนบเนื้อยิ่งขึ้นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง มือหนาปลดกระดุมเสื้อสูทของตนทิ้งอย่างลวกๆ ก่อนจะช้อนตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นโดยไม่ทันให้ตั้งตัว รสรินกรีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ แต่เรียวขาเรียวยาวก็ตวัดโอบรอบเอวสอบของเขาไว้อย่างรู้ทันเกม ความยินยอมพร้อมใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดื้อรั้นทำให้บรรยากาศยิ่งทวีความวาบหวาม
ชายหนุ่มก้าวเดินไปที่โซฟาตัวยาวกลางห้องโดยริมฝีปากยังคงไม่ผละออกจากเรียวปากอิ่มของเธอ เขาวางร่างบางลงบนเบาะหนังนุ่มอย่างทะนุถนอมท่ามกลางความเร่าร้อน ร่างสูงทาบทับลงไป ปรารถนาที่จะกลืนกินเธอทั้งตัวให้สมกับความเจ็บปวดที่เธอฝากไว้
ทว่า ในวินาทีที่มือหนากำลังจะลูบไล้ปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายเพื่อครอบครองเรือนร่างเย้ายวนนั้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงใสแจ๋วของเด็กชายก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องนอนที่แง้มเปิดอยู่
"คุณแม่ครับ... น้องสิงโตหิวน้ำจังเลยครับ"
ร่างของภาคินชะงักกึกทันที ลมหายใจที่หอบกระชั้นสะดุดกักค้างกลางลำคอ สายตาคมกริบเบนจากใบหน้าเย้ายวนของอดีตภรรยา หันขวับไปมองยังต้นเสียงเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น รสรินไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เธอกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนอกเสื้อของอดีตสามีเบาๆ ก่อนจะเอ่ยกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงกระเส่าเย้ายวนที่ทำเอาสติของภาคินขาดผึ่ง
"ลูกชายของเรามารอพบคุณพอดีเลยค่ะ... คุณพ่อคนเก่ง"
รสรินกลิ่นกำมะหยี่
ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ•ตอนที่ 9
รอยร้าวที่เริ่มขยาย
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้บริหารสายชาญฉลาดกับอดีตภรรยาที่เก่งกาจในเกมธุรกิจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!