ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก•ตอนที่ 12

เซราฟิน่าเข้าข้างใคร?

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
“กฎของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ระบุไว้ชัดเจน... การใช้ทักษะนอกรีตที่บิดเบือนมานากลางคัน มีโทษสูงสุดคือการเนรเทศออกจากทวีปหลัก” น้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกของหัวหน้าผู้ตรวจการอาวุโส ‘แกรนท์’ ดังสะท้อนก้องไปทั่วลานประลองกลางแจ้ง แรงกดดันจากมานาธาตุโลหะระดับแปดแผ่พุ่งจนเหล่านักเรียนปีหนึ่งถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความตึงเครียดชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงลมหายใจยังแทบไม่ได้ยิน เรย์กะพริบตปริบๆ ดวงตาคู่คมกวาดมองข้อความโฮโลแกรมสีแดงฉานที่เด้งเตือนรัวๆ อยู่ตรงหน้า *[คำเตือน: ท่านกำลังถูกคุกคามด้วยพลังจิตระดับสูง]* *[ระบบกำลังคำนวณความเสี่ยง... อัตราการรอดชีวิต 4.2%]* *[ข้อเสนอแนะ: แนะนำให้หมอบลงและทำตัวน่าสงสารให้มากที่สุด]* “น่าสงสารกับผีสิครับระบบ ถ้าผมหมอบตอนนี้ มีหวังได้ไปนอนนับดาวที่ชายแดนจริงๆ น่ะสิ” เรย์บ่นพึมพำในใจอย่างนึกหมั่นไส้ แต่ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกขัดหูขัดตาเป็นยิ่งนัก เขายืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางแรงกดดันมหาศาล มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อคลุมอย่างไร้ความเกรงกลัว แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายก็ตามที การที่เขาใช้ระบบสุ่มรักเพื่อดึงเอาสกิล ‘ปัดป้องความซวยชั่วคราว’ มาใช้เมื่อครู่ มันคุ้มค่าเกินคาด เพราะมันช่วยป้องกันไม่ให้กลุ่มก้อนมานาของบอสลับประจำดันเจี้ยนระเบิดใส่หน้าเพื่อนร่วมชั้น แต่นั่นก็ทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาของพวกสภาผู้ตรวจการที่จ้องจะเล่นงานเขาอยู่แล้วเป็นทุนเดิม “เรย์ ฮันเตอร์แรงก์ F นอกคอก เจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมาเหยียบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการใช้เวทมนตร์ต้องห้าม!” แกรนท์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว รัง杀(杀意 - จิตสังหาร)พวยพุ่งออกมาจากร่างท้วมใหญ่จนอากาศบิดเบี้ยว “คุกเข่าลงแล้วส่งมอบ ‘แก่นพลังงานปริศนา’ นั่นมาเสียดีๆ มิฉะนั้น...” “มิฉะนั้นอะไรหรือคะ, ท่านผู้ตรวจการแกรนท์?” น้ำเสียงหวานใสดังกังวานขึ้นแทรกกลางอากาศธาตุ ราวกับเสียงกระดิ่งเงินที่โปรยปรายลงมาท่ามกลางพายุหิมะ ทุกสายตาในลานประลองหันขวับไปมองยังทิศทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายด้ายทองคำอันเป็นสัญลักษณ์ของศาสตราจารย์พิเศษก้าวเท้าลงมาจากบันไดหินทีละขั้นอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับทรงพลังและกดดันให้ผู้มีอำนาจยังต้องผถายหลังไปครึ่งก้าว เซราฟิน่าปรากฏกายขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายมานาบริสุทธิ์ที่แผ่ขยายออกไปคุ้มครองนักเรียนทุกคนจากแรงกดดันของแกรนท์ ใบหน้าเรียบเนียนไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มแต่กลับงดงามจนละสายตาไม่ได้ ดวงตากลมโตคู่นั้นเย็นชาไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตากลับซ่อนประกายคมกริบดุจใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง “อาจารย์เซราฟิน่า...” แกรนท์กัดฟันกรอด ขยับตัวขวางทางเล็กน้อยเพื่อแสดงอำนาจ “นี่คือเรื่องของสภาผู้ตรวจการ นักเรียนนอกรีตคนนี้ละเมิดกฎเหล็กของสถาบัน ท่านในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาควรจะตักเตือน ไม่ใช่มาปกป้องคนผิดเช่นนี้!” เซราฟิน่ายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย “คนผิด? ดิฉันยังไม่เห็นหลักฐานสักชิ้นว่าเด็กของดิฉันทำผิดกฎข้อไหนนะคะ, ท่านแกรนท์” เธอปรายตามองกลุ่มก้อนมานาโลหะที่ยังลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ “หรือว่าการที่นักเรียนคนหนึ่งใช้สติปัญญาและทักษะเฉพาะตัวช่วยเหลือเพื่อนร่วมชั้นให้รอดพ้นจากความตาย... กลายเป็นความผิดร้ายแรงในสายตาของคนจากสภาที่เอาแต่นั่งห้องแอร์อย่างพวกท่านไปเสียแล้ว?” “วาจาดุดันนักนะ! เจ้าเด็กนี่มันครอบครองพลังงานที่ไม่อาจตรวจสอบได้ มันคือภัยคุกคาม!” แกรนท์ขึ้นเสียงด้วยความเหลืออด มานาในร่างเริ่มปั่นป่วนจนเกิดประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปราบรอบฝ่ามือ “ถ้าวันนี้ข้าจะไม่สั่งสอนมันให้หลาบจำ เกียรติของสภาผู้ตรวจการจะเอาไปไว้ที่ไหน!” สิ้นคำพูด ร่างอ้วนท้วมของแกรนท์ก็พุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะมองทัน หมัดที่อัดแน่นด้วยพลังธาตุโลหะถูกเหวี่ยงตรงไปยังใบหน้าของเรย์หมายจะปลิดชีพในคราวเดียว! *ฟึบ!* เรย์ไม่ได้ขยับเขยื้อน เขารู้ดีว่าต่อให้เขาใช้สกิลหลบหลีก แรงกระแทกจากการปะทะครั้งนี้ก็อาจทำให้เขากระดูกหักได้ แต่ทว่า... เขาก็ไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย เพราะเซราฟิน่ายืนอยู่ตรงนี้ *เคร้ง—!* เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ร่างของแกรนท์กระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าสิบก้าว รอยเท้าลึกปรากฏบนพื้นหินแกรนท์อย่างชัดเจน เมื่อตั้งหลักได้ ผู้ตรวจการอาวุโสถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าข้อมือขวาของตนสั่นระริก และที่ตรงหน้าเขานั้น... พัดจีบสีขาวบริสุทธิ์เล่มหนึ่งกางออกกั้นขวางการโจมตีเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย “ท่านแกรนท์คะ...” เซราฟิน่าหุบพัดลงช้าๆ เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นด้วยความนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้ผู้อาวุโสถึงกับหายใจติดขัด “การใช้กำลังรังแกเด็กปีหนึ่งที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ... ดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งที่ ‘ผู้ทรงเกียรติ’ เขาทำกันหรอกนะคะ” “อาจารย์เซราฟิน่า! ท่านกล้าดียังไงมาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของสภา!” แกรนท์คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว หน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะเป็นสีม่วง “หากท่านยังดึงดันจะปกป้องมัน ท่านก็จะถูกพ่วงข้อหาสมรู้ร่วมคิดและถูกถอดถอนจากตำแหน่งทันที!” ความเงียบเข้าปกคลุมลานประลองอีกครั้ง เหล่านักเรียนต่างกลั้นหายใจ ลุ้นระทึกกับสถานการณ์ตรงหน้า อาจารย์สาวผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของสถาบันกำลังจะถูกเล่นงานเพราะปกป้องฮันเตอร์แรงก์ F คนเดียวอย่างนั้นหรือ? เรย์แอบถอนหายใจเบาๆ เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้แผ่นหลังบางของอาจารย์สาว เอื้อมมือไปจับชายเสื้อคลุมสีขาวเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม แต่นัยน์ตากลับทอประกายเจ้าเล่ห์ขึ้นมาวูบหนึ่ง “อาจารย์ครับ... ดูเหมือนผมจะสร้างความเดือดร้อนให้คุณซะแล้วสิ” เรย์กระซิบเสียงเบา ริมฝีปากหยักยิ้มมุมปาก “ถ้าเกิดว่าเราโดนไล่อออกจริงๆ เราอาจจะต้องไปเปิดร้านขายยา สมุนไพรคู่กันที่ชายแดนป่าวิญญาณแทนนะครับ” เซราฟิน่าชะงักไปเล็กน้อย ใบหูขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว เธอเหลือบสายตาค้อนใส่เด็กหนุ่มข้างกายทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับแกรนท์ด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว “เปิดร้านขายยาริมป่าวิญญาณ... ฟังดูไม่เลวเลยนี่คะ เรย์” เธอเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ทุกคนได้ยินทั่วกัน ก่อนจะหันไปประสานสายตากับหัวหน้าผู้ตรวจการ “แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น... ดิฉันเกรงว่าท่านจะต้องผ่านด่านของอาจารย์ประจำวิชาเวทมนตร์ประยุกต์คนนี้ไปเสียก่อนนะคะ” มานาสีทองอร่ามพวยพุ่งระเบิดออกจากร่างของเซราฟิน่าจนเกิดเป็นคลื่นพลังรูปดอกบัวยักษ์ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ แรงกดดันระดับแรงก์ S แผ่ขยายออกจนแม้แต่แกรนท์ยังต้องถอยร่นด้วยความหวาดกลัว “ถ้าพวกคุณคิดจะแตะต้องเด็กของฉัน... ก็ลองก้าวข้ามศพฉันไปก่อนสคะ!” ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังเดือดดาลถึงขีดสุดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือลานประลองก็พลันมืดครึ้มลงฉับพลัน เสียงระฆังโบราณที่ไม่ได้ดังมานานนับร้อยปีดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันจากหอคอยกลางสถาบัน *ก๊อง... ก๊อง... ก๊อง...* ทุกชีวิตในสถาบันหยุดชะงัก ร่างกายของทุกคนแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นรอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือศีรษะของเรย์และเซราฟิน่า *[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS]* *[ตรวจพบการบุกรุกของ ‘ราชาเงือกโบราณ’ จากมิติที่ศูนย์... เงื่อนไขการสุ่มรักถูกบังคับใช้งานทันที]* ร่างเงาสูงใหญ่ทึบทะมึนก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ และสิ่งแรกที่ตัวตนปริศนานั้นเอ่ยออกมา... กลับเป็นชื่อของเรย์ --- *ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เรย์และอาจารย์เซราฟิน่ามา ณ ที่นี้นะคะ*
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%