กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณและคราบสนิมเหล็กกล้าเจือจางอยู่ในห้องประชุมลับใต้ดินของสมาพันธ์ฮันเตอร์ แรงกดดันระดับแรงก์ A แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายวัยกลางคนผู้สวมชุดสูทสั่งตัดพิเศษ เขากำลังเคาะนิ้วลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีเนื้อดีเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มันกลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นั้น
"เด็กนั่น... เติบโตเร็วเกินไปแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สภาวะคุกคามรอบตัวของรองประธานกิลด์ ‘วาลคิรี’ อย่าง แบรนดอน ไม่ใช่สิ่งที่ฮันเตอร์หน้าใหม่จะรับมือไหว แต่สำหรับเรย์ผู้ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ เขากลับเพียงแค่ยักไหล่ รอยยิ้มมุมปากเผยความกวนประสาทออกมาเล็กน้อยอย่างไม่นึกเกรงกลัว
"ถ้าท่านหมายถึงตัวผมที่เพิ่งกวาดล้างดันเจี้ยนระดับ B มาเดี่ยวๆ ล่ะก็... ต้องขออภัยด้วยนะคะ เอ้ย ขออภัยด้วยนะครับ... แหม เผลอติดสำนวนพูดเล่นไปหน่อย พอดีช่วงนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษค่ะ" เรย์จงใจเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงเพื่อกวนประสาทชายวัยกลางคนตรงหน้า ดวงตาสองชั้นหลบซ่อนประกายความเจ้าเล่ห์ไว้อย่างมิดชิด
แบรนดอนหรี่ตาลง รังสีอำมหิตพุ่งเป้าไปที่เด็กหนุ่มตรงหน้าทันที "สามห่าว! แกคิดว่าการไต่เต้าขึ้นมาจากแรงก์ F ด้วยวิธีสกปรก... เอ้ย ด้วยวิธีแปลกประหลาดแบบนั้น จะทำให้แกคุมเกมในสมาพันธ์นี้ได้งั้นรึ? เอกสารสิทธิ์การถือครองดันเจี้ยนเขตตะวันตก แกไม่มีสิทธิ์แตะต้องมัน!"
เรย์หรี่ตามองปฏิกิริยาอีกฝ่ายอย่างพินิจพิจารณา ระบบสุ่มรักในหัวใจของเขาส่งเสียงแจ้งเตือนยิบยับ แต่เขากลับเลือกที่จะปิดระบบเสียงนั้นไว้ชั่วคราวเพื่อใช้สมองวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าอย่างแยบคาย สมาพันธ์ไม่ได้มีแค่การเมืองภายในธรรมดา การที่กิลด์ใหญ่อย่างวาลคิรีพยายามสกัดกั้นเขาทุกวิถีทาง แสดงว่าผลประโยชน์มหาศาลจากดันเจี้ยนที่เขาเพิ่งเคลียร์ไปกำลังสั่นคลอนอำนาจเก่า
"วิธีแปลกประหลาดอะไรกันล่ะคะท่านรองประธาน? ฉันแค่ใช้... สมอง กับโชคเล็กๆ น้อยๆ ที่ระบบมอบให้ก็เท่านั้นเอง" เรย์จงใจใช้เสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนในประโยคหลัง "หรือว่า... พวกท่านกำลังกลัวว่าฮันเตอร์แรงก์ F คนนี้ จะขึ้นมาสั่นบัลลังก์พวกกินบ้านกินเมืองกันแน่คะ?"
เพี๊ยะ!
กำปั้นหนาตบลงบนโต๊ะจนแก้วกาแฟสั่นสะเทือน แบรนดอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลถาโถมใส่เรย์จนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ แต่ในจังหวะที่เรย์กำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อตั้งรับ ประตูห้องประชุมไม้มะฮอกกานีบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยปลายนิ้วเรียวงามอย่างไม่เกรงใจใคร
ไอความเย็นเยียบและกลิ่นอายเวทมนตร์โบราณที่คุ้นเคยแผ่กระจายเข้ามาทันที เซราฟิน่าก้าวเข้ามาด้วยชุดคลุมนักเวทสีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงไฟสลัว ใบหน้างملินนิ่งสนิทไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่ดวงตาสتสีอเมทิสต์คู่นั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบยาพิษ
"เด็กของฉัน... ใครอนุญาตให้พวกคุณมาใช้น้ำเสียงแบบนี้ใส่เขาคะ?"
น้ำเสียงหวานนุ่มทว่าเย็นเยียบถึงกระดูกดำหลุดออกมาจากริมฝีปากของอาจารย์สาว เซราฟิน่าก้าวมายืนเคียงข้างเรย์อย่างเป็นธรรมชาติ มือเรียวบางเอื้อมมาปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่ของเด็กหนุ่มเบาๆ ท่าทีแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งนี้ทำเอาแบรนดอนถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกด้วยความเกรงกลัว
"คุณเซราฟิน่า... นี่เป็นเรื่องภายในของสมาพันธ์ฮันเตอร์ ไม่เกี่ยวกับสถาบันวิจัยเวทมนตร์ของคุณ!" แบรนดอนพยายามรักษาฟอร์ม เสียงเริ่มสั่นเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับสตรีที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งในทวีป
เซราฟิน่ายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "สมาพันธ์งั้นหรือคะ? งั้นลองถามเด็กคนนี้ดูสิคะ ว่าเขายังสนใจตำแหน่งเบ๊ต๊อกต๋อยในสมาพันธ์นี้อยู่ไหม... ในเมื่อฉันเพิ่งโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของหอคอยเวทมนตร์ชั้นที่เจ็ดให้เขาไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันสนิท เรย์เบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ หอคอยเวทมนตร์ชั้นที่เจ็ดงั้นหรือ? นั่นมันสมบัติล้ำค่าที่แม้แต่กิลด์ใหญ่ยังต้องแย่งชิงกันจนเลือดตาแทบกระเด็น!
เรย์หันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอาจารย์สาวผู้แสนจะคลั่งรักและเปย์หนักคนนี้ หัวใจพลันกระตุกวูบด้วยความซาบซึ้งระคนขบขัน เขารู้ดีว่าเซราฟิน่าไม่ได้แค่ปกป้องเขาจากเกมการเมืองของสมาพันธ์ แต่เธอกำลังประกาศสงครามกับเบื้องบนอย่างเปิดเผยเพื่อปูทางให้เขาเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
"อาจารย์ใจปล้ำกับฉันเกินไปแล้วนะคะแบบนี้... ฉันจะเอาอะไรไปตอบแทนล่ะเนี่ย" เรย์กระซิบกระซาบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า ทว่าแววตากลับจริงจังขึ้นหลายส่วน
เซราฟิน่าเหลือบสายตามามองเขา เลือดฝาดจางๆ แดงเรื่อขึ้นที่พวงแก้มขาวเนียนอย่างรวดเร็ว แม้เธอจะพยายามตีสีหน้านิ่งขรึมกลบเกลื่อนเพียงใด แต่ความหูแดงนั้นก็ฟ้องทุกอย่างจนหมดสิ้น "เงียบไปเลยค่ะ... นายยังมีหนี้ต้องชดใช้ฉันอีกเยอะ"
บรรยากาศตึงเครียดถูกทำลายลงชั่วขณะ จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนโลหะกังวานใสที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเรย์คนเดียวเท่านั้น ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาสลายหายไปในพริบตา
*[ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติของระบบแกนกลางดันเจี้ยนระดับ SSS: [รอยแยกแห่งความมืดมหาราช] ถูกปลดปล่อยอย่างผิดกฎหมายจากบุคคลปริศนา!]*
*[คำเตือน: เวลาการทำลายล้างโลกเหลือเวลาอีก 12 ชั่วโมง หน้าต่างภารกิจฉุกเฉินถูกบังคับเปิดอัตโนมัติ!]*
*[ผู้เล่น 'เรย์' และปาร์ตี้ 'เซราฟิน่า' ได้รับสถานะ [เป้าหมายการกวาดล้าง] จากระบบสากล กรุณาเตรียมรับมือการโจมตีระลอกแรก ณ เบื้องหน้าท่าน... ณ บัดนี้!]*
พื้นห้องประชุมสมาพันธ์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวสีดำทมิฬฉีกกระชากอากาศกลางห้องประชุมออกเป็นสองเสี่ยง กลิ่นอายความตายทะลักทะลายออกมาพร้อมกับเงาร่างมหึมาของมอนสเตอร์ระดับบอสที่ไม่อาจประเมินเรตติ้งได้ ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่จ้องมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคนจากความมืดมิดเบื้องหน้า!
น้ำผึ้งหยดแรกขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เรย์และอาจารย์เซราฟิน่ามา ณ ที่นี้นะคะ
ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก•ตอนที่ 11
รอยร้าวในสมาพันธ์ฮันเตอร์
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!