กลิ่นอายความเย็นเยือกของสนิมและคราบเลือดแห้งกรังบนผนังหินปูนยังคงอบอวลอยู่ในพื้นที่ปิดตายแห่งนั้น เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามไรผมของเรย์ ขณะที่เสียงแจ้งเตือนเตือนภัยระดับ SSS จากระบบยังคงดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงระฆังแห่งความตาย
*(คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบเจตนาคุกคามจากเป้าหมายเปลี่ยนสถานะจาก [ศัตรู] เป็น [ผู้ล่า] — ระบบไม่สามารถช่วยเหลือโฮสต์ได้ในพื้นที่ปิดตายนี้ โปรดระวังตัว...)*
เรย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นัยน์ตาสีรัตติกาลเหลือบมองหน้าต่างสถานะสีฟ้าเรืองแสงที่กะพริบถี่เป็นจังหวะรัว เสมือนหัวใจในอกที่กำลังเต้นเร็วจนแทบทะลุออกมานอกซี่โครง เขาไม่ได้หวาดกลัวความตาย เพราะการใช้ชีวิตเป็นฮันเตอร์แรงก์ F ในโลกที่เต็มไปด้วยดันเจี้ยนปริศนาสอนให้เขารู้จักกลิ่นอายของยมทูตมานับครั้งไม่ถ้วน แต่สิ่งที่ทำให้แผ่นหลังของเขาเย็นเฉียบจนขนลุกเกรียว กลับไม่ใช่ความตายที่รออยู่ตรงหน้า... ทว่ามันคือตัวตนของคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าวต่างหาก
เซราฟิน่า... อาจารย์สาวผู้เลอโฉม ทว่ากลับซ่อนเร้นความน่าสะพรึงกลัวเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มบางเบา
ในยามปกติ ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมนักเวทสีชาดตัวยาวมักจะมาพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกจันทร์กระจ่างและตำราโบราณ แต่วินาทีนี้ บรรยากาศรอบตัวเธอกลับบิดเบี้ยวราวกับอากาศกำลังถูกเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงที่มองไม่เห็น เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงเรืองรองของผลึกมานาบนผนังดั่งประกายดาบที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนโยนยามถ่ายทอดเคล็ดวิชา บัดนี้กลับลึกซึ้งและมืดดำราวกับห้วงเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง
"เรย์..."
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นเอื้อnเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เซราฟิน่าก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด ทุกจังหวะการย่างก้าวของเธอมั่นคง ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อตัวน้อยให้จนมุมลงบนผืนผ้าใบแห่งความตาย
เรย์กระชับกริชสั้นแรงก์ F ในมือแน่นจนข้อต่องอขาว แม้เขารู้ดีว่าอาวุธระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดินชิ้นนี้ไม่มีทางระคายผิวของจอมเวทระดับหัวกะทิได้เลยแม้แต่น้อย แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ยังคงสั่งให้ร่างกายเตรียมพร้อมตอบสนอง สมองอันฉลาดเป็นกรดของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออก ระหว่างที่คำนวณอัตราความเสียหายและช่องโหว่ในการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย เขาก็ยังไม่ลืมที่จะรักษารอยยิ้มกวนประสาทที่เป็นเอกลักษณ์เอาไว้ เพื่อปกปิดความตื่นตระหนกภายใน
"อาจารย์ครับ... อ๊ะ ขออภัยครับ อาจารย์คะ" เรย์รีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเผลอใช้คำพูดไม่เข้าหู "จะมองกันด้วยสายตาแบบนั้นไม่ได้นะคะ ลูกศิษย์คนโปรดอย่างฉัน... เอ๊ย... ดิฉันใจคอไม่ค่อยดีเลยค่ะ"
เซราฟิน่ายังคงไม่หยุดเดิน เธอยกมือเรียวขึ้นทัดปอยผมสีเงินที่หลุดลุ่ยลงมาข้างแก้ม ท่าทีนั้นดูงดงามหยาดเยิ้มจนน่าใจหาย หากแต่แววตาที่จ้องมองมากลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่น่าขนพองสยองเกล้า
"ปากหวานเสียจริงนะ เรย์" เซราฟิน่าหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนเรย์รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังแบกภูเขาไว้ทั้งลูก "เจ้าบอกข้ามาตามตรงซิ... เมื่อครู่ เจ้าเห็นอะไรผ่านระบบสืบค้นของเจ้ากันแน่?"
คำถามนั้นเรียบง่าย แต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันที่บีบเค้นจนเรย์ต้องขบกรามแน่น
เขาไม่ได้ตอบทันที ดวงตาทั้งสองข้างจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยคู่นั้น พลางวิเคราะห์ข้อมูลที่สั่งสมมาตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโลกใบนี้ โลกที่เต็มไปด้วยระบบเลเวลอัป ดันเจี้ยน และพลังเหนือธรรมชาติ แต่ทว่า... มีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลตั้งแต่ต้น
ทำไมดันเจี้ยนระดับต่ำที่สำรวจไปแล้วถึงมีพื้นที่ปิดตายที่ระบบไม่รู้จัก? ทำไมอาจารย์เซราฟิน่าถึงปรากฏตัวขึ้นในจุดอับสายตาของมอนสเตอร์ทุกครั้งได้อย่างแม่นยำรา과กับจับวาง? และที่สำคัญที่สุด... ทำไมหน้าต่างสถานะของเธอถึงไม่เคยแสดงผลระดับเลเวลที่แท้จริงให้เขาเห็นเลยสักครั้ง มีเพียงข้อความเตือนภัยสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้
*(คำเตือน: โฮสต์กำลังก้าวล่วงเข้าสู่เขตแดนข้อมูลระดับสูง...)*
ระบบแจ้งเตือนแวบขึ้นมาในหัวอีกครั้ง แต่เรย์เลือกที่จะเมินมัน เขาเลือกที่จะใช้สายตาอันเฉียบคมของมนุษย์ สังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ บนร่างของหญิงสาวตรงหน้า
รอยแผลเป็นจางๆ ที่ต้นคอของเธอ... รอยแผลนั้นไม่ได้เกิดจากคมดาบของมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนยุคปัจจุบัน แต่มันเป็นสัญลักษณ์รูปวงแหวนเวทมนตร์โบราณที่สลายตัวไปแล้ว สัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏอยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสุดท้ายของหอคอยแห่งการล่มสลาย—สถานที่ที่ถูกบันทึกไว้ว่าสูญหายไปจากแผนที่โลกเมื่อสามร้อยปีก่อน
หัวใจของเรย์กระตุกวูบ ทฤษฎีสมคบคิดมากมายผุดขึ้นมาในหัวราวกับดอกเห็ดหลังฝนตก
"อาจารย์ไม่ได้เป็นแค่ฮันเตอร์ระดับสูงจากสมาคมเวทมนตร์... ใช่ไหมคะ?" เรย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ลดความขี้เล่นลงไปครึ่งหนึ่ง แววตาของเขาจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "รอยแผลที่คอเสื้อนั่น... และพลังมานาที่บริสุทธิ์จนผิดธรรมชาติแบบนี้... อาจารย์เป็นใครกันแน่คะ? หรือว่า..."
เซราฟิน่าชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่ากลัว บรรยากาศรอบตัวนิ่งสนิท ราวกับแม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังถูกแช่แข็ง
ชั่วพริบตานั้นเอง แววตาของอาจารย์สาวก็เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว หรือความหวาดระแวง แต่มันคือความพึงพอใจที่ลึกล้ำราวกับนักล่าที่พบว่าเหยื่อในกรงของตนฉลาดกว่าที่คิด
เซราฟิน่ายื่นมือเรียวยาวออกไป ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบสัมผัสลงบนปลายคางของเรย์อย่างแผ่วเบา บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ แรงกดดันมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาจนเรย์แทบจะทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น แต่เขากลับฝืนยืนหยัดต้านทานไว้ด้วยความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์
"เจ้าฉลาดเกินไปแล้วนะ เรย์..." เสียงกระซิบของเซราฟิน่าดังอยู่ชิดริมหู แผ่วเบา ทว่าเย้ายวนและอันตรายถึงชีวิต "เด็กที่รู้อะไรมากเกินไป... มักจะอายุสั้นรู้ไหม?"
เรย์ยิ้มมุมปาก แม้เหงื่อจะไหลท่วมแผ่นหลัง "ถ้าอายุสั้นเพราะได้ไขความลับของอาจารย์... ดิฉันก็คิดว่ามันคุ้มค่าดีนะคะ แต่อย่างน้อย... ก่อนจะตาย ช่วยตอบคำถามข้อหนึ่งให้ชื่นใจหน่อยได้ไหมคะ?"
เซราฟิน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย "ว่ามา"
"โลกใบนี้..." เรย์กวาดสายตามองไปรอบห้องหินทึบที่มืดมิด ก่อนจะหันกลับมาสบตานิ่ง "ที่จริงแล้ว... มันเป็นแค่เกมที่พวกท่านสร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิง... หรือว่าพวกเราทุกคนเป็นแค่ตัวหมากในกระดานของใครกันแน่คะ?"
สิ้นคำถามนั้น ทั่วทั้งห้องก็พลันเงียบสนิทลงชั่วขณะ
เซราฟิน่าไม่ตอบ เธอยังคงจ้องมองเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากของเธอค่อยๆ ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มปริศนาที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ
ทว่า ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยคำใดออกมา พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว เสียงคำรามต่ำทุ้มดังสนั่นมาจากเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
พร้อมกันนั้น หน้าต่างระบบสีฟ้าตรงหน้าของเรย์ก็ดับวูบลงไปชั่วขณะ ก่อนจะสว่างวาบขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยแสงสีแดงฉานที่แสบตา พร้อมข้อความอัปเดตใหม่ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยตัวอักษรที่สั่นไหวอย่างรุนแรง
*(แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ OMEGA: ตรวจพบการเข้าแทรกแซงระบบหลักจากภายนอก... เจ้าแห่งหอคอยโบราณ [เซราฟิน่า] ได้ทำการปลดผนึกตัวเองเสร็จสมบูรณ์ — โฮสต์... คุณไม่มีทางหนีพ้นแล้ว)*
เรย์เบิกตากว้างเมื่อหันกลับไปมองอาจารย์สาวข้างกาย และพบว่าร่างของเธอกำลังถูกห่อหุ้มด้วยละอองแสงสีทองคำขาวบริสุทธิ์... พร้อมกับปีกสีดำสนิทคู่ใหญ่ที่กางออกสยายสลัดความงดงามทั้งหมดให้กลายเป็นความอลังการที่กดดันจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
---
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับอันน่าตื่นเต้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — น้ำผึ้งหยดแรก*
ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก•ตอนที่ 3
ความลับในดวงตาคู่นั้น
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!