กลิ่นอานนท์เจือจางและคราบฝุ่นผงจากการระเบิดมานาเมื่อครู่ยังคงลอยเค្វ้งคว้างอยู่ในห้องฝึกซ้อมยุทธวิธีหมายเลขเจ็ด แรงกดดันระดับแรงก์ C แผ่ซùmขยายตัวออกเป็นวงกว้างจนทำให้บรรยากาศรอบกายดูหนาหนักราวกับถูกถ่วงด้วยแผ่นตะกั่ว
เรย์กะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่เศษละอองเวทมนตร์ที่กระจายเข้าสู่ครรลองสายตา ร่างโปร่งบางของฮันเตอร์แรงก์ F ถอยร่นไปจนชิดกำแพงศิลาแกร่ง แผ่นหลังสัมผัสกับความเย็นเยียบของหินผา ขณะที่เบื้องหน้าของเขามีกลุ่มฮันเตอร์รุ่นพี่จากสังกัด ‘อัคคีทมิฬ’ ยืนเรียงรายอยู่สามคน นำโดย ‘การ์เน็ต’ ชายหนุ่มร่างหนาผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้มซ้าย รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากหนาของอีกฝ่ายบ่งบอกเจตนาคุกคามอย่างชัดเจน
"คิดว่าจะใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาตัวรอดไปได้ตลอดหรือไง ไอ้เศษสวะแรงก์ F" การ์เน็ตเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ พร้อมกับกระชับสนับมือเคลือบมานาธาตุไฟในมือจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ "กฎของสถาบันบอกว่าห้ามฆ่ากันให้ตาย แต่มันไม่ได้ห้ามการ 'สั่งสอน' ให้สำนึกถึงความต่างชั้นไม่ใช่หรือไงวะ"
เรย์ไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง ดวงตาสีเข้มไหวระริกเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบ สมองอันรวดเร็วราวดิจิทัลเลเวลสูงกำลังคำนวณความน่าจะเป็นและช่องโหว่ของการเคลื่อนไหว แม้เขาจะมี [เนตรวิเคราะห์ระบบ] ที่ช่วยให้อ่านเส้นทางการไหลเวียนมานาของคู่ต่อสู้ได้ แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไร้การสนับสนุนจากคอร์มานาระดับสูง การปะทะตรงๆ กับฮันเตอร์แรงก์ C ถึงสามคนในพื้นที่ปิดเช่นนี้ก็ยังถือเป็นความเสี่ยงที่อันตรายเกินไป
*ติ๊ง!*
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสภาวะอันตรายระดับวิกฤต (ความต่างชั้นพลังงาน 3.5 เท่า)]
[คำแนะนำจากระบบ: แนะนำให้ใช้ไอเทมสนับสนุน 'ระเบิดควันพรางตา' ร่วมกับการถอยร่นทางช่องระบายอากาศด้านซ้าย]
เรย์ลอบถอนหายใจเบาๆ ในใจ เขากำลังจะขยับปลายนิ้วเพื่อหยิบไอเทมในช่องเก็บของตามที่ระบบแนะนำ ทว่าก่อนที่กล้ามเนื้อส่วนใดจะได้ออกแรง อุณหภูมิภายในห้องฝึกซ้อมกลับดิ่งฮวบลดลงอย่างกะทันหัน จากบรรยากาศที่คุุกรุ่นด้วยไอความร้อนจากมานาไฟของการ์เน็ต กลับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยือกที่แล่นริ้วเข้าสู่กระดูกสันหลังจนทุกคนต้องสะดุ้งเฮือก
แปะ... แปะ... แปะ...
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะจากทางประตูด้านหน้า ร่างโปร่งระหงในชุดโค้ทคลุมยาวสีขาวสนิทตัดกับเรือนผมสีเงินยวดยวงก้าวเข้ามาทีละก้าว รองเท้าบูทหนังชั้นดีกระทบกับพื้นศิลาเกิดเสียงก้องกังวานน่าสะพรึงกลัว ใบหน้างดงามไร้ที่ติประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่คมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็ง เซราฟิน่า... อาจารย์ประจำหลักสูตรยุทธวิธีพิเศษปรากฏกายขึ้นราวกับภูตพรายที่ก้าวออกมาจากความมืดมิด
"สนุกกันใหญ่เลยสินะคะ..." น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมฉับพลัน "การรุมประชาทัณฑ์นักเรียนที่อ่อนแอกว่าในยามวิกาล... เป็นหลักสูตรพิเศษที่สภาฮันเตอร์เพิ่งบรรจุเข้า syllabus ใหม่หรือยังไงคะ คุณการ์เน็ต"
การ์เน็ตสะดุ้งสุดตัว เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มขมับเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันระดับมานาที่แท้จริงของอาจารย์สาว แม้เซราฟิน่าจะไม่ได้ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาตรงๆ แต่รัศมีรอบตัวเธอกลับบีบอัดอากาศจนพวกเขารู้สึกหายใจไม่ออก ร่างกายสั่นเทาโดยสัญชาตัณญาณการเอา
"อ... อาจารย์เซราฟิน่า" การ์เน็ตฝืนกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามยืดอกพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "พวกเรา... พวกเราแค่กำลังฝึกซ้อมประลองฝีมือกันตามประสาฮันเตอร์รุ่นน้องรุ่นพี่ต่างหากครับ เรย์เขาก็... แค่ตกลงยอมรับการทดสอบ..."
"การทดสอบ?" เซราฟิน่ายกเรียวคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีอเทตย์คู่นั้นกวาดมองสภาพห้องและรอยแผลถลอกที่มุมปากของเรย์แวบหนึ่ง ก่อนที่ประกายตาจะวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "เด็กคนนี้อยู่ในการดูแลโดยตรงของดิฉัน... และการที่พวกคุณใช้ความได้เปรียบด้านแรงก์มารุมรังแกฮันเตอร์ฝึกหัดที่ยังไม่ได้เปิดคอร์มานากลาง... นั่นเรียกว่าการทดสอบในพจนานุกรมของตระกูลคุณงั้นเหรอคะ?"
สิ้นเสียงคำถาม ร่างของเซราฟิน่าก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภาพลวงตา!
*ตูมมม!*
การ์เน็ตยังไม่ทันได้ขยับตัวตั้งรับ ฝ่ามือเรียวบางที่ห่อหุ้มด้วยละอองมานาสีฟ้าใสก็พุ่งกระแทกเข้าที่กลางหน้าอกของเขาอย่างจัง แรงปะทะมหาศาลส่งร่างหนาน้ำหนักร่วมร้อยกิโลกรัมปลิวทะยานลอยละลิ่วข้ามห้องไปกระแทกเข้ากับกำแพงศิลาหนาเตอะจนเกิดรอยร้าวเป็นใยแมงมุม เสียงกระดูกซี่โครงลั่นกรอบพร้อมกับเลือดที่กระṵกพุ่งออกจากปากของการ์เน็ตทันที
"อั่ก...!"
ฮันเตอร์สมุนอีกสองคนที่เหลือเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก พวกเขาพยายามจะเรียกใช้อาวุธและร่ายเวทป้องกันตัว แต่ทว่าความเร็วระดับที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจมองตามทันได้ทำให้เซราฟิน่าเคลื่อนตัวมาประชิดด้านหลังของคนแรกในพริบตาเดียว ปลายเท้าเรียวเตะตัดขาจนล้มคว่ำ ก่อนจะตามด้วยการกดส้นรองเท้าลงที่แผ่นหลังอย่างแรงจนเกิดเสียงพื้นศิลาแตกละเอียด
"จำไว้นะคะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน เซราฟิน่าปรายตามองฮันเตอร์คนที่สามที่กำลังตัวสั่นงันทิ้งอาวุธลงพื้นด้วยความหวาดกลัว "กฎของสถาบันอาจจะใจดี... แต่ดิฉัน... ไม่ใช่คนใจดีแบบนั้นค่ะ"
เรย์ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของเขาเมื่อเห็นท่าทีปกป้องอย่างออกนอกหน้าของอาจารย์สาว แม้ว่าเธอจะพยายามรักษามาดความสุขุมเอาไว้ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววหงุดหงิดและเป็นห่วงเป็นใยเขาอย่างปิดไม่มิด
เซราฟิน่าสะบัดมือเบาๆ เพื่อปัดฝุ่นละอองที่ติดอยู่ตามชายเสื้อโค้ท ก่อนจะหันกลับมามองเรย์ สีหน้าเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลงทันทีที่สบตาเขานัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกังวลระคนดุดัน
"เจ็บตรงไหนไหมคะเรย์? ทำไมถึงปล่อยให้พวกสวะพวกนี้เข้าประชิดตัวได้ตั้งนาน สัญญาที่ให้ไว้ว่าจะไม่ยอมเจ็บตัวง่ายๆ นี่ลืมไปแล้วหรือยังไงคะ?" น้ำเสียงที่เอ่ยถามแม้จะเจือแววตำหนิ แต่มันกลับอบอุ่นเสียจนหัวใจของฮันเตอร์หนุ่มกระตุกวูบ
"ผมแค่กำลังคำนวณความน่าจะเป็นอยู่ครับอาจารย์... ยังไม่ทันได้ลงมือ อาจารย์ก็มาช่วยเคลียร์ให้ซะก่อน" เรย์หัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ พลางยกมือขึ้นแตะมุมปากที่แตกเล็กน้อย "อีกอย่าง... ผมไม่คิดว่าอาจารย์จะออกโรงเดือดดาลขนาดนี้นี่ครับ นึกว่าจะยืนดูอยู่เงียบๆ ซะอีก"
"ถ้าดิฉันไม่มา นายคงจะคิดแผนแปลกๆ ที่อาจจะทำให้ตัวเองกระดูกหักอีกสักสองสามท่อนแน่ๆ ค่ะ" เซราฟิน่าถอนหายใจยาว เดินเข้าไปใกล้แล้วยื่นปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่รอยแผลบริเวณมุมปากของเขา มานาฟื้นฟูสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายขึ้นอย่างนุ่มนวล บรรเทาความเจ็บปวดให้หายไปในพริบตา "เด็กดื้อ... ต้องถูกทำโทษนะคะ"
"โอ๊ะ... ลงโทษเลยเหรอครับ? ผมยังไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย..." เรย์ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ตามนิสัยเดิม
ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอื้อnคำใดต่อ บทสนทนาอันผ่อนคลายก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อจู่ๆ แสงไฟสีแดงฉานทั่วทั้งห้องฝึกซ้อมก็ดับวูบลง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกอำนวยการ
*วี้——! วี้——!*
หน้าจอโฮโลแกรมระบบอัจฉริยะที่ติดตั้งอยู่กลางห้องปรากฏข้อความสีเลือดกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ของระบบกลางที่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้อารมณ์
[แจ้งเตือนระบบส่วนกลาง: ตรวจพบการบุกรุกจากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับ SSS นอกเหนืออาณาเขตควบคุม]
[รหัสฉุกเฉิน: 'เงาบรรพกาล' ได้ตื่น ณ์ขึ้นแล้ว ณ ชั้นใต้ดินระดับ 7]
[คำสั่งสูงสุด: ปิดผนึกเขตพื้นที่ทั้งหมด ฮันเตอร์และอาจารย์ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์วิกฤตทันที]
เซราฟิน่าชะงักกึก สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจังในเสี้ยววินาที ดวงตาสีอเทตย์หรี่ลงมองไปยังทิศทางของชั้นใต้ดินด้วยความตกใจระคนสงสัย
*ติ๊ง!*
[แจ้งเตือนภารกิจลับซ้อนเงื่อน: ค้นหาความจริงเบื้องหลังการตื่นขึ้นของ 'เงาบรรพกาล' เคียงคู่กับอาจารย์เซราฟิน่า]
[เงื่อนไขเวลา: 00:00:15 วินาที ก่อนที่ผนึกขั้นแรกจะแตกสลาย]
เรย์หันขวับไปสบตากับอาจารย์สาวทันทีที่เสียงแจ้งเตือนระบบสิ้นสุดลง ในแววตาของหญิงสาวมีร่องรอยของความลับบางอย่างที่เธอพยายามปิดบังมาตลอดกำลังจะถูกกระชากให้เผยออกมาในคืนนี้!
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ! —
ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก•ตอนที่ 19
อาจารย์สาวออกโรงปกป้อง
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!