กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอายเวทมนตร์ธาตุดำที่ถูกเผาไหม้จนเกรียมคละคลุ้งไปทั่วโพรงถ้ำใต้ดินลึกสามร้อยเมตร เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและแหบพร่าของ 'มาลคอร์' หัวหน้ากลุ่มเงาโลหิตยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเรย์ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก
*“ในที่สุด... แกก็หาทางมาถึงที่นี่จนได้สินะ 'ผู้ทรยศ' ตัวน้อย”*
ประโยคทิ้งท้ายนั้นไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือประกาศิตแห่งความตายที่สลักลงบนแผ่นศิลาแห่งความเป็นจริง เรย์ในวัยยี่สิบต้นๆ ยืนอยู่บนปากเหวลึก เบื้องล่างคือทะเลเพลิงสีม่วงเข้มที่กำลังเดือดพล่าน ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลจากการฝ่าฟันค่ายกลป้องกันระดับ A-Rank มาตลอดสามชั่วโมงเต็ม เลือดสีสดไหลซึมผ่านเสื้อผ้าขาดวิ่นจนแนบไปกับแผ่นหลัง แต่ความเจ็บปวดทางกายกลับเทียบไม่ได้เลยกับความเย็นเยียบที่กัดกินหัวใจเมื่อนึกถึงภาพร่างของใครบางคนที่ถูกตรึงอยู่กลางลานพิธี
ณ เบื้องหน้า... อาจารย์เซราฟิน่า ผู้หญิงที่เคยยืนหยัดปกป้องเขาจากโลกทั้งใบ บัดนี้ร่างเพรียวระหงถูกโซ่ตรึงเวทมนตร์สีดำสนิทพันธนาการไว้กับเสาศิลาโบราณ ใบหน้าหวานที่เคยเรียบนิ่งและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ บัดนี้ซีดเซียวจนไร้สีเลือด ปอยผมสีเงินยวงยุ่งเหยิงแนบแก้มเนียน มีรอยเลือดจางๆ ที่มุมปาก แต่สิ่งที่ทำให้เรย์แทบคลั่งไม่ใช่บาดแผลเหล่านั้น... หากแต่เป็นดวงตาส่งสัญญาณห้ามปรามและเวทมนตร์ผนึกกำลังที่นางพยายามส่งผ่านมาเป็นครั้งสุดท้าย
*‘หนีไป... เรย์... นี่มัน... กับดัก...’* เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ส่งตรงเข้ามาในจิตสำนึกผ่านกระแสจิตทำให้ขมับของเรย์เต้นตุบๆ
“อาจารย์...” เรย์พึมพำ น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์และขี้เล่น บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและจิตสังหารที่พวยพุ่งจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ระบบสเตตัสในหัวของเขาตอนนี้ส่งเสียงเตือนระรัวจนหน้าจอสีฟ้าสว่างจ้าแสบตา
[คำเตือน! อัตราการเต้นของหัวใจผู้ใช้เกินขีดจำกัดระดับอันตราย]
[ระบบตรวจพบสภาวะ 'คลั่ง' (Berserk State) 98%]
[คำเตือน! สกิล 'คำอวยพรแห่งราชันภูต' กำลังถูกย้อมด้วยมานาสีดำ ความเสี่ยงในการสูญเสียตัวตน: สูงมาก!]
“หุบปากซะ! ระบบเฮงซวย!” เรย์คำรามลั่นในลำคอ มือขวาที่กำดาบสั้นเคลือบพิษพยัคฆ์สวรรค์แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน เขาไม่สนแล้วว่านี่คือบททดสอบของโลกใบไหน หรือระบบบ้าๆ นี่จะมอบภารกิจอะไรให้อีก สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในสมองตอนนี้มีเพียงภาพรอยยิ้มบางๆ ของเซราฟิน่าในวันที่นางยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อดึงวิญญาณเขากลับมาจากประตูมิติแห่งความตาย
“โอ๊ะ ดูแววตานั่นสิ... ช่างน่าเวทนาเสียจริง” มาลคอร์ก้าวออกมาจากเงาดำ ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมนักบวชโลหิตถือไม้เท้าหัวกะโหลกที่สลักอักขระต้องห้าม มันยิ้มเยาะจนเห็นฟันสีเหลืองน่าเกลียด “คิดไม่ถึงเลยว่าฮันเตอร์แรงก์ F ขยะที่ใครๆ ก็ดูถูก จะกล้าบุกเดี่ยวมาถึงรังของพวกเราเพื่อผู้หญิงคนเดียว... ความรักนี่มันช่างโง่เขลาและงดงามเสียจริงนะ”
“แก... ต้องชดใช้ด้วยชีวิตของแกทั้งหมด” เรย์ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าทีละก้าว ช้าๆแต่มั่นคง แรงกดดันระดับที่กดทับวิญญาณแผ่ซ่านออกจากร่างของฮันเตอร์หนุ่มจนเหล่าสมุนระดับ B-Rank ที่ยืนอยู่รอบลานพิธีถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น
“ฮ่าๆๆ อวดดีนัก! คิดว่าพลังกระจอกๆ ของแกจะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ? ลืมไปแล้วหรือไงว่าพลังทั้งหมดที่แกมี... มันก็แค่เศษทานที่องค์กรของเราประทานให้ผ่านระบบนั่น!” มาลคอร์สะบัดมือ โซ่เวทมนตร์ที่ล่ามเซราฟิน่ากระชับแน่นขึ้นจนเกิดเสียงเนื้อกระทบโลหะและเสียงร้องครางแผ่วด้วยความเจ็บปวดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของอาจารย์สาว
ภาพนั้นเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ้ง!
“อ๊ากกกกกก!” เรย์เงยหน้าคำรามลั่น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นวงกว้าง แรงระเบิดของมานาสีดำทะลักทะลายออกมาจากร่างราวกับเขื่อนแตก ท้องฟ้าเหนือถ้ำใต้ดินถูกฉีกกระชากด้วยสายฟ้าสีม่วงเข้ม ระบบแจ้งเตือนในหัวรัวเสียงเตือนระดับวิกฤตจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง
[ระบบปลดล็อกขีดจำกัดฉุกเฉิน!]
[เงื่อนไขลับ 'ความคลั่งแค้นถึงขีดสุด' ผ่านการอนุมัติ!]
[สกิล 'คำสาปทมิฬกลืนสุริยัน' ถูกกระตุ้นการทำงานแบบบังคับ...]
เซราฟิน่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว นางรู้ดีว่าหากเรย์ใช้สกิลนี้ แลกมาด้วยพลังทำลายล้างที่แม้แต่บอสดันเจี้ยนยังต้องสั่นสะเทือน แต่อายุขัยและวิญญาณของเรย์เองก็จะถูกเผาผลาญจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก!
“เรย์... ไม่... อย่าทำแบบนั้น...” เซราฟิน่ายื้อแรงเฮือกสุดท้ายเปล่งเสียงเรียกชื่อเขา แม้เลือดจะไหลรินอาบแก้ม “ฉัน... ยังไม่ได้บอก... ว่าฉัน...”
คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปเมื่อเรย์เคลื่อนไหว ร่างของเขาหายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี ความเร็วระดับที่สายตาของมาลคอร์ยังจับภาพไม่ทัน ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเบื้องหน้าหัวหน้ากลุ่มเงาโลหิตในระยะประชิด ดาบสั้นในมืออาบไล้ด้วยเปลวเพลิงสีดำสนิทที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งให้กลายเป็นจุล
“แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองรอยแผลของนาง... ด้วยซ้ำ!”
ฉับพลัน ดาบในมือฟันผ่าอากาศลงมาด้วยความเร็วและรุนแรงดั่งอสนีบาตฟาด ความกดอากาศรอบตัวถูกบีบอัดจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกวงกว้าง มาลคอร์ยกไม้เท้าขึ้นป้องกันตามสัญชาตญาณ เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวจนหินย้อยบนเพดานถ้ำพังถล่มลงมาทับถมกันฝุ่นตลบอบอวล
ทว่า ในวินาทีที่การต่อสู้กำลังจะถึงจุดแตกหัก และเรย์กำลังจะปลิดชีพอิจฉาตนนอกรีตเพื่อปลดปล่อยอาจารย์เซราฟิน่า เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปชั่วขณะ กลับดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและผิดเพี้ยนไปจากเดิม... ไม่ใช่เสียงของระบบนำทางปกติ แต่มันคือเสียงหัวเราะของใครบางคนที่ซ่อนอยู่ลึกยิ่งกว่า...
[ตรวจพบการแทรกแซงจาก 'ผู้ดูแลระบบลับ']
[ภารกิจหลักบทที่ 32: เปลี่ยนแปลงโชคชะตา หรือ ดับสูญร่วมกัน]
[คำสั่งพิเศษ: หากผู้ใช้สังหารเป้าหมายในตอนนี้... ประตูแห่ง 'ห้วงมหรรณพโบราณ' จะเปิดออก และวิญญาณของเซราฟิน่าจะถูกกลืนกินตลอดกาล...]
เรย์ชะงักกรามค้าง ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดและเหงื่อกาฬหันขวับไปมองร่างของอาจารย์สาวที่บัดนี้... ดวงตาคู่สวยคู่นั้นเริ่มมีละอองแสงสีดำพวยพุ่งออกมาจากม่านตา พร้อมกับรอยยิ้มเศร้าสร้อยที่ถูกส่งมาให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของเซราฟิน่าจะจมหายเข้าไปในรอยแยกของมิติที่เปิดออกกลางอากาศอย่างกะทันหัน!
“อาจารย์—!”
— น้ำผึ้งหยดแรก —
ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก•ตอนที่ 32
อาจารย์เซราฟิน่าถูกจับตัว
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!