กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ลอยอวลอยู่ในความมืด ไม่ได้มาจากรอยแผลที่เพิ่งเกิดขึ้น หากแต่เป็นกลิ่นอายความตายที่ตกค้างจากกลุ่มมือสังหารเงาโลหิตที่เพิ่งหมดลมหายใจไปเมื่อไม่กี่นาวินีก่อนหน้านี้
เรย์ยืนนิ่งสงอยู่หลังเสาหินแกรนิตโบราณภายในวิหารร้าง ดวงตาคมกริบกวาดมองประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างเงียบเชียบ สติปัญญาและไหวพริบถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุดเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ ความเงียบงันในยามวิกาลเช่นนี้ไม่ใช่ความสงบสุข แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุดว่า... ศัตรูระลอกใหม่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด
"ระบบ... คำนวณความน่าจะเป็นของเป้าหมายที่เหลือทีค่ะ" เรย์กระซิบพึมพำกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าครามที่ลอยเคว้งอยู่ตรงหน้า
[ติ๊ง! ตรวจพบฮันเตอร์ฝ่ายตรงข้ามระดับ A จำนวน 3 นาย กำลังเคลื่อนตัวผ่านม่านพลังเวททางทิศเหนือ ระยะห่าง 15 เมตร ความเร็วในการเคลื่อนที่ปานกลาง แฝงตัวด้วยทักษะ ‘พรางเงาขั้นสูง’]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวอย่างราบเรียบ แต่มันกลับทำให้มุมปากของฮันเตอร์แรงก์ F ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้เปี่ยมด้วยความหวาดกลัว ตรงกันข้าม มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นเกมไล่จับ
"พรางเงาขั้นสูงอย่างนั้นหรือคะ... น่าเสียดายจังนะคะที่พวกเขาลืมไปว่า เงาทุกสายย่อมมีจุดกำเนิดมาจากแสงไฟ และในวิหารที่ไร้แสงนี้ ฉันนี่แหละคือผู้กำหนดทิศทางของแสง"
เรย์สะบัดข้อมือเบา ๆ มีดสั้นเคลือบพิษพาราไดส์ระดับกลางถูกดึงออกมาถือไว้มั่น น้ำยาเคลือบสีม่วงเข้มสะท้อนกับแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคาร้าววับวาววับ ชวนให้รู้สึกขนพองสยองเกล้าหากใครได้มาเห็นในระยะประชิด การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การปะทะด้วยพละกำลังดิบเถื่อนที่เรย์เสียเปรียบมาตลอด แต่เป็นการชิงไหวชิงพริบที่ต้องอาศัยความเงียบเฉียบขาดและการคำนวณที่แม่นยำราศีกำหนด
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของระเบียงวิหารชั้นสอง เซราฟิน่ายืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทางสบาย ๆ แว่นกรอบทองสะท้อนแสงจันทร์วาวโรจน์ ใบหน้างملขรึมและเย็นชาดังเช่นเคย ทว่าดวงตาสองข้างกลับทอประกายความห่วงใยและเอ็นดูระคนกันอย่างชัดเจน อาจารย์สาวผู้เลื่องชื่อไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือลูกศิษย์คนโปรดแม้แต่น้อย ไม่ใช่เพราะเธอใจร้าย แต่เพราะเธอรู้ดีว่า... เรย์ในยามที่ต้องดิ้นรนด้วยสมองและสองมือของตัวเองนั้น มีเสน่ห์และเปล่งประกายเจิดจรัสมากเพียงใด
*‘ระวังตัวหน่อยสิคะ เจ้าเด็กดื้อ... ถ้าบาดเจ็บกลับมาแม้แต่รอยขีดข่วนเดียว ฉันคงต้องลงโทษเธอให้เข็ดหลาบเสียแล้ว’* เซราฟิน่าคิดในใจ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วก่อนจะจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับภาพลวงตา
กลับมาที่สถานการณ์เบื้องล่าง เรย์อาศัยจังหวะที่กลุ่มมือสังหารเงามืดกำลังแยกย้ายกันตรวจตราพื้นที่ พุ่งตัวออกไปด้วยทักษะ ‘ก้าวพริบตา’ ที่ได้รับการอัปเกรดจนไร้เสียง ฝีเท้าเบาราวกับขนนกที่ปลิวตามสายลม
ฉับพยะ!
ร่างของมือสังหารคนแรกทรุดฮวบลงกับพื้นทันทีโดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้เปล่งเสียงร้องออกมา ร่างกายแข็งทื่อด้วยพิษอัมพาตที่แล่นพล่านเข้าสู่กระแสเลือดในเวลาไม่ถึงสามวินาที เรย์รับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นไว้ด้วยมือข้างหนึ่งอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อย ๆ วางลงกับพื้นอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวนสหายอีกสองคนที่เหลือ
"เกิดอะไรขึ้นวะ เสียงอะไรน่ะ?" มือสังหารคนที่สองเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบอย่างระแวดระวง พร้อมกับเงาคาตานะที่ถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นหยาดน้ำได้ เรย์ซ่อนตัวอยู่หลังเสาต้นเดิม ลลมหายใจผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอและเงียบงัน ดวงตาสีเข้มจ้องมองเงาที่กำลังขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ตามสัญชาตญาณ
อีกก้าวเดียว...
*พรึบ!*
เรย์ดีดตัวออกจากเงาสลัว พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวมือสังหารคนที่สองอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ปลายมีดสั้นจ่ออยู่ที่หลอดลมโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด ๆ
"ถ้าไม่อยากไปยมโลกก่อนวัยอันควร... ช่วยตอบคำถามฉันมาสักข้อสิคะ ใครเป็นคนส่งพวกคุณมา?" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งพุ่งตรงเข้าสู่โสตประสาทของมือสังหารจนทำให้สันหลังวาบด้วยความหนาวเหน็บ
มือสังหารเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเป้าหมายแรงก์ F ที่ข่าวกรองรายงานมาจะมีความสามารถในการพลิกเกมและซ่อนจิตสังหารได้แนบเนียนถึงเพียงนี้ ทว่าความภักดีต่อองค์กรเงาโลหิตมีมากกว่าความกลัวตาย เขากัดฟันแน่นเตรียมจะใช้กลไกปลิดชีพอัตโนมัติที่ซ่อนไว้ในฟันกราม
เรย์ไวกว่า... ร่างเพรียวบางพลิกตัวหลบพร้อมกับใช้สันมีดฟาดเข้าที่ท้ายทอยของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำจนสติหลุดลอยและหมดสติไปในทันที
เหลือเพียงคนสุดท้าย...
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เรย์หันไปมองหาเป้าหมายสุดท้าย บรรยากาศรอบตัวกลับแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณห็พมิในวิหารลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผนังหิน ไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินราวกับประตูสู่นรกกำลังเปิดออก
[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด! ตรวจพบการแทรกแซงจากตัวตนปริศนา... พลังงานมานาเกินขีดจำกัดระบบกำลังถูกปิดกั้น!]
เสียงแจ้งเตือนของระบบไม่ได้ราบเรียบอีกต่อไป หากแต่เป็นสัญญาณสีแดงกระพริบถี่รัวด้วยความตื่นตระหนก เรย์ชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เงาสมมติของชายลึกลับในผ้าคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติ ไอสังหารที่กดทับลงมาหนักหน่วงเสียจนเข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น และก่อนที่เรย์จะได้ทันตั้งตัว มือหนาอันเย็นเยียบราวน้ำแข็งก็เอื้อมมาคว้าจับที่ลำคอระหงไว้แน่น พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังข้างใบหู
"เจอตัวแล้ว... เจ้าหนูผู้ขโมยความลับของพระเจ้า"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก•ตอนที่ 30
ชัยชนะในความเงียบ
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มรักฉบับตัวร้ายที่อยากลาออก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!