มัคคุเทศก์วิญญาณกับนักมานุษยวิทยาสายมู•ตอนที่ 7

ความจริงหลังม่านควัน

ผลงานโดย นภากระซิบผี
"หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนแล้วนะคะ... คราบเขม่าควันธูปโบราณผสมยางรักดำบนร่างผู้เสียชีวิต ไม่ได้มาจากพิธีกรรมปัดรังควานเพื่อความสงบสุขอย่างที่ท่านกำนันพยายามชี้นำสังคมเลยแม้แต่น้อย" น้ำเสียงของรวิศดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องประชุมของสถานีตำรวจภูธรท้องถิ่น ความหนาแน่นของแรงกดดันในอากาศเกือบจะทำให้ผู้ร่วมประชุมหลายคนหายใจไม่ทั่วท้อง นักมานุษยวิทยาหนุ่มในชุดสูทลำลองสีเข้มไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นต่อสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองมา ดวงตาหลังกรอบแว่นใสฉายแววคมกริบและรอบคอบ เขากำลังวางแฟ้มเอกสารรายงานการตรวจสอบสารเคมีลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงา เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังขึ้นเพียงแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังราวกับเสียงฆ้อนพิพากษาคดี จันทร์กะพ้อที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่เงียบๆ ปรายตามองไปยังชายวัยกลางคนผู้มีอิทธิพลที่สุดในอำเภอ มุมปากของหญิงสาวแย้มยิ้มบางเบาอย่างเย็นชา ร่างเพรียวระหงในชุดเสื้อคลุมยาวสีเทาเข้มแผ่ไอเย็นเยียบจางๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงวิญญาณเร่ร่อนที่เคยเกาะติดสะائระบับของคดีนี้ต่างพากันถอยร่นด้วยความเกรงกลัวต่อพลังจิตที่เธอแผ่ออกมาควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ภูตผีหรือไสยเวทฝ่ายตรงข้ามเข้ามาแทรกแซงการเปิดโปงครั้งนี้ได้ "คุณกำลังกล่าวหาผมนะ ไอ้หนู..." กำนันนพดลกัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน มือหนาที่สวมแหวนทองคำฝังพลอยเม็ดโตสั่นเทาด้วยความโกรธเกรด แววตาของนักการเมืองท้องถิ่นผู้กุมบังเหียนผลประโยชน์นับร้อยล้านส่อแววอำมหิตขึ้นอย่างปิดไม่มิด "แค่เศษธูปกับยางรักบ้านนอก จะเอามาโยงใยอะไรกับธุรกิจส่งออกไม้ของฉัน แกต้องการอะไร หรือใครจ้างแกมาทำลายชื่อเสียงฉัน!" "ถ้าเป็นแค่เศษธูปธรรมดา ผมคงไม่เสียเวลาวิเคราะห์โครงสร้างโมเลกุลทางเคมีหรอกค่ะ" รวิศตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมในทุกถ้อยคำ นิ้วเรียวยาวพลิกหน้ากระดาษในแฟ้มไปที่ภาพถ่ายโคลสอัปของรอยไหม้บนผิวหนังศพ "สูตรผสมของยางรักป่าลึกชนิดนี้ มีบันทึกไว้ในตำราไสยเวทสายเขมรต่ำที่ถูกกวาดล้างไปเมื่อสามสิบปีก่อน และบุคคลเดียวในเขตภาคเหนือตอนล่างที่ยังมีครอบครองวัตถุดิบชนิดนี้... ก็คือเครือข่ายธุรกิจใต้ดินที่รับช่วงต่อสัมปทานป่าไม้จากบริษัทในเครือของคุณกำนันเมื่อปี พ.ศ. 2555 พอดี" บรรยากาศภายในห้องประชุมพลันอึดอัดจนแทบหยุดหายใจ นายตำรวจเจ้าاحคดีถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ทุกคนต่างรู้ดีว่าอิทธิพลของกำนันนพดลแผ่ขยายกว้างขวางเพียงใด การลุกขึ้นมาท้าทายโครงสร้างอำนาจมืดนี้โดยใช้ทั้งหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และศาสตร์ลี้ลับมาประกบคู่กัน คือสิ่งที่ไม่มีใครเคยกล้าทำมาก่อน จันทร์กะพ้อขยับตัวเล็กน้อย กลิ่นอายธูปโบราณจางๆ ลอยคละคลุ้งขึ้นมาในห้อง ทั้งที่ไม่มีใครจุดธูปแม้แตาดอกเดียว เธอปรายตามองไปยังเงาดำมหึมาที่แอบซ่อนอยู่หลังร่างของกำนันนพดล—มันคือ "ภูตพรายอาคม" ระดับสูงที่ถูกเลี้ยงไว้ด้วยโลหะอาถรรพ์และคำสาป ดวงตาของมันพ องโตสีแดงก่ำและกำลังพยายามแผ่ไออาคมเข้าคุกคามสติปัญญาของรวิศ *เพี๊ยะ!* เสียงสะบัดมือเบาๆ ในอากาศของจันทร์กะพ้อดังขึ้นพร้อมกับยันต์กระดาษสีชาดที่พุ่งแหวกอากาศออกไปปักเข้าที่หน้าต่างกระจกอย่างแม่นยำ แสงสีทองเรืองรองแผ่ขยายออกเป็นตาข่ายกักกันไม่ให้ภูตพรายตนนั้นขยับเขยื้อนได้ ร่างของกำนันนพดลสะดุ้งเฮือกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ใบหน้าซีดเผือดลงในพริบตาเมื่อ "เครื่องราง" ที่เขาซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อสูตรเกิดร้าวลั่นและแตกละเอียดเป็นผุยผงคาตา "อย่าคิดจะใช้ลูกไม้สกปรกในเขตพื้นที่ควบคุมของความจริงเลยค่ะ กำนันนพดล" จันทร์กะพ้อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่าเกรงขามจนอีกฝ่ายต้องผถดถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตาสลัวของเธอมองทะลุปรุโปร่งไปถึงเบื้องหลังของกลุ่มอิทธิพลมืดที่เชื่อมโยงไปถึงคดีฆาตกรรมอำพรางอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน "วิญญาณของผู้เคราะห์ร้ายทั้งสี่คนไม่ได้แค่รอคอยความยุติธรรมนะคะ... เขากำลังรอเวลาทวงคืนบัญชีแค้นที่พวกคุณติดค้างอยู่ต่างหาก" รวิศประสานสายตากับคู่คิดของตนเพียงเสี้ยววินาที เคมีและความเข้าใจอันลึกซึ้งระหว่างนักมานุษยวิทยาผู้ยึดมั่นในตรรกะกับหมอผีสาวผู้ควบคุมระเบียบแห่งโลกวิญญาณทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ เขารู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยอดภูเขาน้ำแข็ง กลุ่มอิทธิพลมืดที่อยู่เบื้องหลังคดีนี้ไม่ได้มีแค่ระดับท้องถิ่น แต่มีรากเหง้าโยงใยไปถึงระดับโครงสร้างองค์กรธุรกิจข้ามชาติที่ใช้ไสยเวทบังหน้าฟอกเงินและครอบครองทรัพยากรธรรมชาติ "หลักฐานทั้งหมดถูกส่งสำเนาไปยังส่วนกลางและกองปราบปรามเรียบร้อยแล้วค่ะ รวมถึงข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินที่เชื่อมโยงกับบัญชีม้าของบริษัทในเครือคุณด้วย" รวิศกล่าวสรุปปิดท้ายด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าและเยือกเย็น "เกมการปกปิดความจริง... จบลงแล้วล่ะค่ะ" ในวินาทีที่กำนันนพดลอ้าปากจะตวาดด้วยความเคียดแค้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินความถี่ต่ำก็ดังขึ้นก้องกังวานไปทั่วทั้งอาคารสถานีตำรวจ ราวกับมีกระแสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดมหึมาแผ่ขยายมาจากลานจอดรถด้านนอก หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องบนโต๊ะทำงานพร้อมใจกันกะพริบเป็นรหัสลับสีแดงฉาน ข้อความแจ้งเตือนแปลกประหลาดปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของรวิศและจันทร์กะพ้อพร้อมกันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า: *[ระบบตรวจพบพลังงานไสยเวทระดับ SSS กำลังปลุก "ค่ายกลปิดตาย" รอบรัศมี 10 กิโลเมตร]* *[คำเตือน: เป้าหมายที่ท่านเพิ่งเปิดโปง ไม่ใช่ผู้บงการตัวจริง... แต่เป็นเพียง "เหยื่อสังเวย" ชิ้นแรกขององค์กรเงา]* *[บุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท กำลังก้าวเท้าผ่านประตูมิติที่เปิดออกกลางลานจอดรถ พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจากอดีต... ที่รวิศไม่มีวันลืม]* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับรวิศและจันทร์กะพ้อนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิญญาณกับนักมานุษยวิทยาสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%