สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด•ตอนที่ 6

เสื้อเชิ้ตเปียกฝนกับหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"คุณกรณ์... ใครยืนอยู่ตรงมุมห้องตรงนั้น...?" น้ำเสียงของพิมพ์สั่นพร่า มือเรียวที่กำชายเสื้อแจ็คเก็ตของผมไว้แน่นจนข้อตوขาวโพลน ในห้องเก็บเอกสารเก่าแก่ของหอสมุดกลาง ยามที่ฝนฟ้าด้านนอกกระหน่ำเทกระหน่ำลงมาจนเกิดเงาประหลาดทาบทับผนัง ความเงียบสงบที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามครั่นคร้าม และ... เงาร่างตะคุ่มที่ขยับไหวอยู่ตรงมุมชั้นหนังสือบล็อกที่สาม ผมหรี่ตามองฝ่าความสลัวของหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบติดๆ ดับๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกขัน "ถ้าผีตนนั้นใส่เสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีแดง มือถือแก้วกาแฟเซเว่น และกำลังทำหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้คุณ... ผมว่าเราคงเจอวิญญาณเด็กสถาปัตย์ที่หลงยุคแล้วล่ะครับคุณบรรณารักษ์" สิ้นเสียงของผม เงาร่างนั้นก็สะดุ้งโหยง พร้อมกับเสียงอุทานที่คุ้นหูจนผมต้องส่ายหัว "เฮ้ย! กรณ์! พิมพ์! พวกแกสองคนมาทำอะไรกันตรงนี้วะเนี่ย เกือบทำให้ฉันหัวใจวายตายคาชั้นหนังสือมั้ยล่ะ!" ธามโผล่พรวดออกมาจากซอกชั้นวางหนังสือ พร้อมกับกระดาษแปลนพิมพ์เขียวม้วนใหญ่ในมือ สีหน้าของวิศวกรหนุ่มสุดเนี๊ยบดูตื่นตระหนกไม่หยอกที่จู่ๆ ก็โดนส่องไฟฉายใส่หน้า พิมพ์ผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไหล่ลู่ลงด้วยความโล่งอก ก่อนที่สติและความปากแจ๋วจะกลับเข้าร่างอย่างรวดเร็ว เธอผลักอกผมออกห่างทันทีเมื่อรู้ตัวว่ายืนแนบชิดกันมากแค่ไหนในความตกใจเมื่อครู่ "แล้วคุณธามมาทำอะไรลับๆ ล่อๆ ในโซนหวงห้ามแบบนี้คะ... เอ๊ย แบบนี้ล่ะครับ!" พิมพ์เกือบหลุดสำเนียงประจำตัวออกมา แต่ยังดีที่เบรกไว้ทัน ทำเอาผมแอบหลุดขำพรืดออกมาไม่ได้ "ผมมาตรวจงานโครงสร้างเพดานตามที่คุณบรรณารักษ์สั่งเมื่อวานไงครับ กลัวว่าถ้าฝนตกหนักว่านี้ ฝ้าจะถล่มลงมาทับหนังสือตำราหายากของพวกคุณพังหมด" ธามตอบหน้าตาย พรางปรายตามองเราสองคนสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ว่าแต่... พวกคุณนี่ขยันตรวจเช็กพื้นที่กันจังนะ ถึงขนาดต้องยืนตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋เลยเหรอ" "ใครตัวติดกัน! ฉันแค่... สะดุดขาตัวเองต่างหากเล่า!" พิมพ์แก้ตัวเสียงแข็ง ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงเรื่อลามไปจนถึงใบหูอย่างเห็นได้ชัด เธอรีบก้าวถอยหลังไปอีกสามก้าวเพื่อสร้างระยะห่าง แต่ทว่า... *โครม!* ข้อศอกเจ้ากรรมดันไปปัดโดนกองนิตยสารเก่าที่วางซ้อนกันไว้บนรถเข็นจนร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น พิมพ์ร้องอุทานเบาๆ หลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระแทกจากพื้นแข็งๆ แต่ความเจ็บปวดนั้นไม่เคยมาถึง อ้อมแขนที่คุ้นเคยของผมไวกว่าความคิด ผมพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางของเธอไว้ได้ทันก่อนที่ร่างเพรียวจะล้มลงไปกระแทกพื้น น้ำหนักตัวของเธอโถมเข้ามาปะทะกับอกผมอย่างจัง จนลมหายใจของเราสะดุดกึกไปพร้อมๆ กัน ระยะห่างระหว่างเราในตอนนี้แทบไม่มีเหลือ กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้จางๆ จากตัวเธอ ลอยมาปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ที่ติดตัวผมมา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้น ตอนนี้เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น "เกือบไปแล้วนะครับ..." ผมกระซิบเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นเป่ารดข้างขมับของเธออย่างตั้งใจ "ถ้าคุณยังซุ่มซ่ามแบบนี้ ผมคงต้องจ้างล่ามส่วนตัวมาคอยเดินประกบคุณ 24 ชั่วโมงแล้วล่ะมั้ง" พิมพ์เงยหน้าขึ้นสบตาผมพอดี ดวงตาคู่สวยไหวระริกอย่างปิดไม่มิด ไม่มีคำพูดโต้เถียงคมคายหลุดออกมาจากริมฝีปากคู่นั้น มีเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิสูงขึ้น ทั้งที่ด้านนอกฝนกำลังตกหนักและอากาศเย็นยะเยือก "แฮ่ม!" เสียงกระแอมกระไอจงใจของธามดังขึ้นทำลายความเงียบ ทำให้พิมพ์สะดุ้งสุดตัวและผลักผมออกอย่างแรง คราวนี้เธอหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม ก้มหน้าก้มตาเก็บหนังสือที่ร่วงอยู่บนพื้นโดยไม่ยอมสบตาผมอีกเลย "เอ่อ... คือ เดี๋ยวผมขอตัวไปดูคานชั้นบนต่อนะครับ ดูท่าทางฝนจะไม่หยุดง่ายๆ โชคดีนะเด็กๆ" ธามยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะเดินหายลับไปในความมืดของมุมตึก ปล่อยให้เราสองคนยืนอยู่ท่ามกลางกองหนังสือและความเงียบที่น่าอึดอัดใจ ผมมองแผ่นหลังบางที่กำลังก้มๆ เงยๆ เก็บหนังสือด้วยรอยยิ้มบางๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ผมรู้สึกว่าการได้กวนประสาทผู้หญิงคนนี้ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ในแต่ละวัน "ไม่ต้องก้มเก็บหมดห เดี๋ยวผมช่วย..." ผมย่อตัวลงไปนั่งยองๆ ข้างเธอ ปลายนิ้วของเราบังเอิญแตะโดนกันบนปกหนังสือเล่มเดียวกัน ประหนึ่งมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านจนพิมพ์ต้องชักมือกลับราวกับโดนน้ำร้อนลวก เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาหาเรื่องหรือความระแวงแบบที่เคยเป็น แต่เป็นความสับสน... และบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น "คุณกรณ์..." เสียงเธอนุ่มนวลกว่าทุกครั้ง จนผมเกือบจะลืมวิธีหายใจ "หื้ม?" ผมขานรับในลำคอ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวาน "ทำไม... ถึงชอบกวนประสาทฉันนักล่ะ?" คำถามนั้นหลุดออกมาพร้อมกับประกายความสงสัยในดวงตาคู่สวย ผมอมยิ้ม นึกอยากจะตอบความจริงออกไปว่า เพราะทุกครั้งที่ได้เห็นเธอทำหน้ายุ่ง มันทำให้โลกสีเทาๆ ของผมมีสีสันขึ้นมาถนัดตา แต่ก่อนที่ผมจะได้อ้าปากพูดอะไรออกไป เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของพิมพ์ก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ *พิ้ง!* พิมพ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอเรืองแสงวาบในความสลัว สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความตกใจระคนแปลกใจ เมื่อข้อความบนหน้าจอปรากฏขึ้น *[ระบบหอสมุดกลาง: แจ้งเตือนด่วน! พบความผิดปกติของระบบท่อระบายน้ำชั้นใต้ดิน น้ำกำลังเอ่อล้นเข้าสู่โซนหนังสือโบราณ กรุณาอพยพผู้เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่ทันที!]* ยังไม่ทันที่พิมพ์จะทันได้ตั้งสติ เสียงสัญญาณเตือนภัยเพลิงไหม้และการฉุกเฉินก็ดังลั่นสนั่นตึก น้ำสีขุ่นสายหนึ่งไหลทะลักนองพื้นเข้าสู่บริเวณที่เรายืนอยู่อย่างรวดเร็ว พร้อมกับความมืดที่ดับวูบลงเมื่อระบบไฟฟ้าสำรองตัดการทำงานทั้งหมด เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวอบแวบสลัวๆ พิมพ์หลุดอุทานด้วยความตกใจและคว้าแขนเสื้อผมไว้โดยสัญชาตญาณ "กรณ์! น้ำมาจากไหน..." ผมคว้ามือเธอมากุมไว้แน่นทันที ความเย็นเฉียบของน้ำที่กำลังเอ่อสูงขึ้นไม่ได้น่ากลัวเท่ากับแรงสั่นน้อยๆ จากมือของเธอในตอนนี้ "จับมือผมไว้แน่นๆ นะครับพิมพ์ อย่าปล่อยเด็ดขาด!" ผมตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัย พร้อมกับดึงร่างบางให้วิ่งฝ่าความมืดตามทางหนีไฟออกไป ท่ามกลางเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดอย่างบ้าคลั่งด้านนอก และหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบานนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%