"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกนิดเดียว ผมคงต้องอุ้มคุณพาดบ่าแล้วนะครับพิมพ์"
เสียงทุ้มเจือรอยยิ้มกวนๆ ดังขึ้นเหนือหัว ท่ามกลางความเงียบสงบของห้องสมุดเฉพาะกิจชั่วคราว ที่ถูกใช้เป็นศูนย์พักพิงหลังพายุฝนเมื่อคืนวานซืนสงบลง ผม—กรณ์ สถาปนิกหนุ่มที่ควรจะยืนตรวจแบบโครงสร้างอาคาร—กลับมายืนกอดอกพิงชั้นหนังสือประวัติศาสตร์ศิลป์ สายตากำลังมองร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกระโปรงพลีทความยาวคลุมเข่า ที่กำลังนั่งหน้าบึ้งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวยาว
พิมพ์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหมั่นไส้
"ใครใช้ให้คุณดึงฉันวิ่งลุยฝนจนรองเท้าผ้าใบเปียกโชกเป็นลูกหมาตกน้ำล่ะคะ... เอ๊ย! หมายถึง... สถาปนิกคนนี้นี่มารยาททรามชะมัด บุกเข้ามาลากคนอื่นเขาไปทั่วโดยไม่ขออนุญาต" พิมพ์รีบเปลี่ยนสรรพนามแก้ตัวแทบไม่ทัน เมื่อเผลอใช้เสียงสองใส่ผม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงกลมฉายแววเคืองนิดๆ แต่พวงแก้มขาวเนียนกลับขึ้นสีเรื่อจนน่าเอ็นดู
ผมหัวเราะในลำคอ ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะไม้ทีละก้าว ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนขอบโต๊ะเป็นจังหวะ
"ก็ถ้าผมไม่ลากคุณออกมาตอนนั้น ป่านนี้คุณคงนั่งเถียงกับปลวกใต้บันไดหนีไฟไปแล้วนะครับว่าเอกสารงบประมาณปีรอมชอมสำคัญกว่าชีวิตตัวเอง... อ้อ แล้วก็ ขอบคุณที่ยังจำเหตุการณ์เมื่อคืนซืนได้นะคับ เอ๊ย นะครับ" ผมแกล้งทำเป็นสะดุดคำพูดตัวเองเพื่อหยอกเย้า ยิ่งเห็นใบหน้าร้อนผ่าวของคนตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ผมก็ยิ่งสนุก
ให้ตายเถอะครับ... ผู้หญิงอะไร ปากเก่งเป็นไฟแต่ซ่อนความน่ารักไว้เต็มพิกัด ยิ่งตอนที่เธอเม้มริมฝีปากแน่นเวลาเถียงไม่ออก มันทำให้สถาปนิกมาดกวนอย่างผมแทบจะลืมดีไซน์ตึกสูงสามสิบชั้นไปชั่วขณะ
ในขณะที่เรากำลังจะเปิดฉากสงครามประสาทขนาดย่อมรอบเช้า ประตูห้องสมุดก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของมีน เพื่อนสนิทสายเม้าท์ของพิมพ์ และธาม วิศวกรหนุ่มเพื่อนรักของผม ที่เดินควงคู่กันเข้ามาด้วยสีหน้ามีพิรุธสุดๆ
"อุ๊ย! ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าแก พอดีชั้นกับตาธามเนี่ย... บังเอิญเดินผ่านมาแถวนี้พอดี แล้วก็บังเอิญได้ยินว่า... แถวนี้มีคนแถวนี้ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงใช่ป่ะธาม" มีนลากเสียงสูง พร้อมกับส่งซิกขยิบตาให้ธามจนตาแทบหลุด
ธามกระแอมไอเบาๆ ทำท่าทางขรึมตามสไตล์วิศวกรเนี๊ยบ แต่เหงื่อกาฬกลับซึมที่ขมับ "เอ่อ... ใช่ครับคุณกรณ์ คุณพิมพ์ พอดีทางบริษัทเรา... เอ๊ย ทางผมกับมีน มีธุระต้องไปดูหน้างานด่วนที่สยาม... แย่จัง รถติดมากเลยเนอะมีน คงไปกินข้าวด้วยกันไม่ได้แล้ว"
"ใช่! ชั้นกับธามต้องรีบไปเคลียร์แบบด่วนจี๋เลยแก" มีนเสริมทัพทันควัน "คือแบบ... โต๊ะอาหารที่จองไว้ริมกระจกบรรยากาศดีมากกก ดันจองไว้สองที่นั่งพอดีซะด้วยสิ ทำไงดีล่ะ... เสียดายจัง"
ผมลอบยิ้มมุมปากในใจ ไอ้ธามกับยัยมีนมันเล่นละครได้สมบทบาทเสียจนน่าแจกออสการ์ให้สักตัว นี่สินะ... แผนกองเชียร์กระชับพื้นที่ที่พวกมันวางแผนกันไว้ตั้งแต่เมื่อคืนผ่านกลุ่มไลน์ลับ
พิมพ์ขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาจับผิด "เดี๋ยวก่อนนะมีน แกเพิ่งบอกชั้นเมื่อกี่ว่าวันนี้แกจะกินส้มตำใต้ตึกคณะ... แล้วนี่อะไร จู่ๆ จะไปสยาม?"
"โอ๊ย บรรยากาศมันพาไปย่ะคุณบรรณารักษ์!" มีนรีบตัดบท เดินเข้าไปคล้องแขนธามแล้วทำท่าจะดึงตัวออกไป "เอ่อ เอาเป็นว่า... ฝากดูแลยัยพิมพ์ด้วยนะคุณกรณ์ นางเป็นคนกินยากแต่รักง่าย... เอ๊ย หมายถึงรักความสงบ! ไปล่ะนะพวกแก บายยย!"
ปั้ง!
ประตูห้องสมุดปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งหายลับไปในทางเดิน เหลือไว้เพียงความเงียบงันที่โรยตัวลงมาระหว่างผมกับพิมพ์อีกครั้ง
ผมหันกลับมามองคุณบรรณารักษ์สาวที่ตอนนี้กำลังนั่งกอดอก เม้มปากแน่นยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าสวยหวานบึ้งตึงขึ้นไปอีกสเต็ป
"แผนตื้นๆ..." พิมพ์พึมพำลอดไรฟัน "คิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไงว่ายัยมีนกับเพื่อนคุณร่วมมือกันสร้างสถานการณ์..."
"แล้วคุณจะยอมตกเป็นเหยื่อของแผนตื้นๆ นี่ไหมล่ะครับคุณพิมพ์" ผมพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงเจือความท้าทายเล็กน้อย พร้อมกับโน้มตัวลงไปใกล้โต๊ะทำงานของเธอ จนระยะห่างระหว่างเราลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
พิมพ์ชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาผม แววตาดื้อรั้นฉายชัดความลังเล เธอคงกำลังชั่งใจระหว่างศักดิ์ศรีความเป็นบรรณารักษ์ผู้รักความสงบ กับเสียงร้องโครกครากเบาๆ จากท้องของตัวเองที่ดังขึ้นมาในจังหวะพอดีเป๊ะ
พึ่บ!
ผมอมยิ้มขำ หยิบสูทสีเทาพาดบ่าแล้วยื่นมืออีกข้างออกไปตรงหน้าเธอ
"ไปเถอะครับ... ถือว่าไปช่วยผมกินข้าวเป็นเพื่อนแก้เขินก็ยังดี รับรองว่าผมไม่ปล่อยให้คุณวิ่งลุยฝนกลางทางหนีไฟรอบสองแน่นอน สัญญาจากลูกผู้ชายเลยครับ"
พิมพ์มองมือของผมที่ยื่นออกไปนิ่งนาน แววตาไหววูบชั่วขณะเหมือนกำลังต่อสู้กับกำแพงความกลัวการเปลี่ยนแปลงในใจเธอเอง ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวเล็กจะค่อยๆ ขยับเข้ามาแตะฝ่ามือของผมอย่างลังเล
แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของเราจะสัมผัสกันสนิท ประตูห้องสมุดบานเดิมก็ถูกเปิดผางออกอีกครั้งโดยไม่ทันตั้งตัว!
ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทเนี๊ยบของ "รุ่นพี่ภาคภูมิ" อดีตบรรณารักษ์หนุ่มสุดฮอตที่ย้ายไปทำงานกระทรวง ก้าวเข้ามาพร้อมกับช่อดอกไม้สีขาวสะอาดตาและรอยยิ้มอบอุ่นพิมพ์นิยม
"พิมพ์ครับ... พี่กลับมาแล้วนะ พอดีพี่แวะเอาเอกสารสำคัญมาให้... แล้วก็ถือโอกาสชวนไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน"
บรรยากาศในห้องสมุดเปลี่ยนจากความอบอุ่นกึ่งหวานชื่นเมื่อครู่ กลายเป็นความเงียบงันที่เย็นเฉียบขึ้นมาทันตาเห็น มือของพิมพ์ที่กำลังจะเอื้อมมาจับมือผม ชะงักค้างกลางอากาศทันที
ผมหรี่ตามองผู้มาใหม่ รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ขณะที่หัวใจกลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจคาดเดาได้
...เกมนี้ ดูท่าจะสนุกกว่าที่คิดไว้เสียแล้วล่ะครับ
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความอบอุ่นให้หัวใจด้วยกันเสมอนะครับ
สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด•ตอนที่ 7
มื้อเที่ยงใต้ต้นไม้ใหญ่
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!