"ผมว่าคุณควรเลิกมองผมด้วยสายตาเหมือนผมกำลังจะขโมยระเบียบห้องสมุดไปขายสักทีนะครับ คุณพิมพ์"
เสียงทุ้มเจือความขี้เล่นดังขึ้น ท่าڕกลางความเงียบสงบของมุมหนังสือหายาก โซนอับสายตาที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างต้องแสงไฟสีส้มสลัว พิมพ์สะดุ้งเล็กน้อย เผลอซ่อนสันหนังสือในมือไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณราวกับเด็กนักเรียนถูกจับได้ว่าแอบอ่านการ์ตูนในคาบเรียนคณิตศาสตร์
"ฉันเปล่า... ใครมองคุณกัน อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยนะคุณกรณ์"
บรรณารักษ์สาวเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงกลมฉายแววพิรุธอย่างเห็นได้ชัด เธอขยับตัวถอยหลังจนสะโพกไปชนเข้ากับชั้นไม้สักโบราณ ท่าทางระแวดระวังนั้นทำให้สถาปนิกหนุ่มหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่มักจะมาพร้อมความกวนประสาทถูกระบายขึ้นอย่างนึกสนุก เกมนี้ ดูท่าจะสนุกกว่าที่คิดไว้เสียแล้วล่ะครับ
กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างแคบๆ กลิ่นน้ำหอมเจือจางสะอาดๆ แบบผู้ชายลอยปะปนกับกลิ่นอายคลาสสิกของห้องสมุด พิมพ์รู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบหายไปชั่วขณะ เธอทำได้เพียงเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงกว่าที่โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อยเพื่อมองสิ่งที่เธอซ่อนไว้
"ซ่อนอะไรอยู่ข้างหลังน่ะครับไหนเอามาให้ผมดูหน่อยสิ หรือว่า... เป็นรูปวาดหน้าผมตอนนอนน้ำลายยืดเมื่อวันก่อน" กรณ์เลิกคิ้วถาม น้ำเสียงล้อเลียนแต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"บ้าหรือไง ใครจะไปวาดรูปคุณ!" พิมพ์เผลอเสียงดังขึ้นด้วยความร้อนตัว ก่อนจะรีบดึงมือที่ซ่อนไว้ออกมาแล้วยื่นสิ่งของในมือใส่หน้าอกอีกฝ่ายเพื่อเป็นเกราะกำบัง "อ่ะ! เลิกกวนประสาทฉันสักที แล้วนี่... ของคุณใช่ไหมล่ะที่ทำตกไว้เมื่อวาน"
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองสิ่งที่อยู่ในมือของหญิงสาว ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายื่นไปรับมันด้วยความทะนุถนอมอย่างไม่น่าเชื่อ หนังสือปกแข็งสีน้ำเงินเข้มที่มุมปกเริ่มเยินและกระดาษเหลืองกรอบตามกาลเวลา ตัวอักษรชื่อเรื่องภาษาไทยถูกปั๊มทองจางๆ จนแทบอ่านไม่out
*“เจ้าชายแห่งผืนทราย”*
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความนิ่งงันที่เต็มไปด้วยร่องรอยของอดีต กรณ์จ้องมองหนังสือเล่มนั้นนิ่งนาน ราวกับภาพในวัยเด็กกำลังย้อนกลับมาฉายซ้ำ ภาพเด็กชายตัวน้อยที่นั่งกอดเข่าอยู่ริมหน้าต่างห้องนอนสีขาวโพลน ในบ้านหลังใหญ่ที่เพียบพร้อมทุกอย่างยกเว้นความอบอุ่น หนังสือเล่มนี้คือเพื่อนแท้เล่มแรกและเล่มเดียวที่คอยโอบกอดเขาไว้ในคืนที่ถูกคาดหวังให้ต้องสมบูรณ์แบบเสมอ
"คุณ..." พิมพ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อสังเกตเห็นแววตาไหววูบที่มักถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มกวนๆ ของสถาปนิกหนุ่ม "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทเปิดอ่านหรอกนะ... แต่ตอนที่เก็บได้ มันเปิดค้างไว้ที่หน้าคั่นกระดาษใบนั้นพอดี"
เธอบุ้ยปากไปยังกระดาษโน้ตสีเหลืองซีดที่โผล่ออกมาจากสันหนังสือ กรณ์ก้มมองตาม ปลายนิ้วแข็งแกร่งสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู มันคือลายมือเด็กผู้ชายตัวโตๆ ที่เขียนด้วยดินสอไม้— *'โตขึ้นผมจะเป็นอิสระ เหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวท่องโลกกว้าง'*
รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของกรณ์ แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทเช่นเคย มันเป็นรอยยิ้มที่เปราะบางและเจือความเหงาอย่างประหลาด จนคนมองอย่างพิมพ์รู้สึกแปลบในอกอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอยากรู้อยากเห็นในมุมที่ไม่มีใครเคยได้สัมผัสของผู้ชายคนนี้
"เด็กผู้ชายคนนั้น... คงโตมาเป็นสถาปนิกที่เก่งมากสินะครับ" พิมพ์พูดเบาๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัด เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว "แต่ดูเหมือนว่า... ตอนนี้เขาจะยังหาทางออกของเขาวงกตในใจตัวเองไม่เจอเสียที"
กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาบรรณารักษ์สาว แววตาคมคายคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเธอในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่เกินขอบAลตนี้ทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นผิดจังหวะ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงลมหายใจของกันและกัน
"คุณพิมพ์กำลังอ่านใจผมอยู่หรือไงครับเนี่ย" กรณ์ยิ้มฝืนๆ พยายามดึงน้ำเสียงทะเล้นกลับมา แต่แววตากลับจริงจังกว่าครั้งไหนๆ "น่ากลัวจังนะ บรรณารักษ์คนนี้นี่..."
"ฉันไม่ได้อ่านใจสักหน่อย แค่... อ่านจากแววตาของคุณต่างหาก" พิมพ์เผลอพูดออกไปตามสัญชาตญาณ ก่อนจะหน้าแดงก่ำเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เธอก้มหน้าหลบสายตา ร่างบางทำท่าจะถอยหลังหนี แต่ฝ่ามืออุ่นจัดของกรณ์กลับเอื้อมมาแตะที่ข้อศอกของเธอไว้เบาๆ ไม่ได้บีบรัด แค่เพียงสัมผัสแผ่วเบาที่ตรึงเธอให้อยู่กับที่
"อย่าเพิ่งถอยหนีกันสิครับ..." เสียงกระซิบของกรณ์ทุุ่มต่ำและใกล้ชิดจนชวนใจสั่น "เวลาอยู่กับคนอื่น ผมใส่หน้ากากจนชิน... แต่กับคุณ ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนเปลือยเปล่าทางความรู้สึกอยู่เรื่อยเลยล่ะ"
คำพูดตรงไปตรงมาทำเอาพิมพ์หน้าร้อนผ่าว ไล่ลามไปจนถึงใบหู เธอกัดริมฝีปาก พยายามหาคำพูดมาโต้เถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่า...
*ตึง!*
เสียงหนังสือเล่มใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากชั้นวางด้านบนสุด ตามด้วยเสียงอุทานตกใจของใครบางคนทำลายบรรยากาศสีชมพูลงในพริบตา ทั้งกรณ์และพิมพ์สะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับเด็กทำความผิด
"อุ้ย! ขอโทษทีค่ะ พอดีมือมันลื่น..."
เสียงใสแจ๋วของมีน เพื่อนสนิทสายเม้าท์ของพิมพ์โผล่พรวดออกมาจากมุมชั้นหนังสือ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้แบบเต็มพิกัด ดวงตาคู่สวยกวาดมองเพื่อนสาวที่หน้าแดงแจ๋กับสถาปนิกหนุ่มที่ยืนเกาหัวแกรกๆ ด้วยท่าทางเขินๆ ที่หาดูได้ยาก
กรณ์แอบถอนหายใจเบาๆ นึกเสียดายบรรยากาศเมื่อครู่ไม่น้อย แต่รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ก็กลับมาประดับบนใบหน้าเขาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"ไม่เป็นไรครับคุณมีน... เกือบจะซึ้งอยู่แล้วเชียว ขัดจังหวะได้เป๊ะมากเลยนะครับเนี่ย" กรณ์แซวกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
มีนทำหน้ายุ่งใส่ ก่อนจะกระซิบกระซาบข้างหูพิมพ์ด้วยเสียงที่ดังพอให้กรณ์ได้ยินชัดเจน "ฉันไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะความหวานสักหน่อย แค่เห็นว่าเลยเวลาห้องสมุดปิดมาสิบนาทีแล้วต่างหากล่ะยัยพิมพ์... แล้วก็นะ แกสองคนนี่ท่าทางจะคุยกันถูกคอดีจังเลยน้า ถึงขั้นดึงหนังสือเล่มโปรดวัยเด็กออกมาเปิดใจกันกลางดงหนังสือเก่าเนี่ย"
พิมพ์หันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวดีทันที "มีน! แกนี่มัน..."
ก่อนที่พิมพ์จะได้เอ่ยปากเอ็ดเพื่อนรัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกรณ์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน สถาปนิกหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาขี้เล่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
พิมพ์สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดด้วยความเป็นห่วงอย่างลืมตัว "มีอะไรหรือเปล่าครับ... เอ๊ย! หมายถึง... มีอะไรหรือเปล่าคุณกรณ์" เธอรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้คำพูดติดปาก
กรณ์มองท่าทางน่ารักเก้ๆ กังๆ ของหญิงสาวแล้วมุมปากก็ยกยิ้มขึ้นได้อีกครั้ง เขาส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะกดรับสาย
"ครับแม่... ผมกำลังจะกลับครับ"
น้ำเสียงที่ใช้ตอบปลายสายนั้นเรียบเฉยและเย็นชาผิดจากตอนที่คุยกับเธอลิบลับ พิมพ์มองภาพนั้นแล้วความรู้สึกหน่วงๆ ก็แล่นริ้วเข้ามาในใจ เธอเพิ่งตระหนักได้ว่า... โลกเบื้องหลังรอยยิ้มกวนๆ ของผู้ชายคนนี้ ยังมีมุมมืดที่เธอไม่รู้อีกมาก และเขากำลังจะต้องเดินกลับไปเผชิญหน้ากับมันลำพัง
กรณ์วางสาย หันมามองพิมพ์ด้วยรอยยิ้มที่ฝืนกว่าเดิมนิดหน่อย "สงสัยผมต้องขอตัวกลับก่อนแล้วล่ะครับ บรรณารักษ์คนเก่ง"
"อือ... กลับดีๆ นะครับ" พิมพ์เผลอหลุดปากพูดออกไปอีกครั้งด้วยความคุ้นชิน ดวงตากลมโตฉายแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด
กรณ์ชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มอ่อนโยนที่จริงใจที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมาถูกส่งให้เธอ เขายื่นมือออกไปหมายจะขยี้ผมเธอนิ่งๆ แต่แล้วก็ชะงักมือไว้กลางอากาศ เปลี่ยนเป็นยื่นหนังสือ *'เจ้าชายแห่งผืนทราย'* คืนให้แทน
"ฝากเก็บรักษา 'เพื่อนเก่า' เล่มนี้ให้อย่างดีก่อนนะครับ... แล้วพรุ่งนี้ ผมจะมาทวงคืน พร้อมกับคำตอบว่าทำไมคุณถึงอ่านใจผมได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนั้น"
พูดจบ กรณ์ก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้พิมพ์ยืนใจเต้นแรงอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายกระดาษเก่า และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งสติ เสียงแจ้งเตือนข้อความในแชตจากมือถือในกระเป๋าก็สั่นครืดขึ้นมา
*[Korn]: พรุ่งนี้... ผมมีเรื่องอยากเล่าให้คุณฟังอีกเยอะเลยนะ พิมพ์*
พิมพ์ก้มมองหน้าจอ หัวใจกระตุกวูบ เธอรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความเขินอุ่นในอก — *'ค่ะ... จะรอนะคะ'* — แต่ทว่า พิมพ์สะดุ้งเฮือกเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเผลอพิมพ์คำลงท้ายผิดพลาดไป! เธอรีบกดปุ่มค้างเพื่อจะลบและกดยกเลิกข้อความนั้นทันที
แต่ทว่า... หน้าจอแสดงผลสถานะขึ้นมาว่า **"Read"** แล้วเรียบร้อย
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความอบอุ่นให้หัวใจในวันเหงาๆ ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด•ตอนที่ 8
บทสนทนาระหว่างหนังสือเก่า
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!