เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นรอบที่สี่ของชั่วโมง ประสานกับเสียงเคาะปากกาแลก (Lamy) ลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำครึในห้องสมุดประชาชน
"ถ้าคุณกรณ์ยังเคาะปากกาอีกทีเดียว ฉันจะเอาเล่มพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานฟาดหัวคุณจริงๆ ด้วยนะคะ... เอ๊ย! ด้วยนะครับ!" พิมพ์หันขวับมาตาเขียวปั๊ด ลืมตัวเผลอใช้สรรพนามคุ้นชินไปแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ชายหนุ่มเจ้าปัญหาไม่ได้เป็นแค่ผู้ใช้บริการทั่วไป แต่กำลังนั่งทำหน้ามึนอยู่ในโซนหวงห้ามหลังเคาน์เตอร์บรรณารักษ์
กรณ์ยิ้มมุมปาก ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนตามสไตล์ผู้ชายทำงาน เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคมกริบพราวระยับมองร่างบางที่กำลังหัวเสียจนแก้ มป่อง
"โห คุณพิมพ์ครับ ใจคอจะใช้ความรุนแรงกับสถาปนิกอนาคตไกลเลยเหรอครับ โครงสร้างตึกนี้มันร้าว ราวกับใจผมตอนนี้ที่โดนคุณอ่านไลน์แล้วไม่ตอบนั่นแหละครับ"
"มันคนละเรื่องกันเลยนะกรณ์!" พิมพ์กระแทกแฟ้มเอกสารเสียงดังลั่นจนมีนที่นั่งคัดแยกหนังสืออยู่โต๊ะถัดไปต้องชะโงกหน้าเข้ามาทำตาโตเป็นไข่ห่าน แล้วทำมือทำไม้ส่งซิกแซกแซวอยู่เงียบๆ ด้านหลัง
แต่บรรยากาศในห้องสมุดตอนนี้ไม่ได้ชวนให้ขำขันเท่าไรนัก เมื่อปัญหาใหญ่จริงๆ มันกองอยู่ตรงหน้า บนโต๊ะเต็มไปด้วยแบบแปลนโครงสร้างตึกห้องสมุดอายุสามสิบปีที่กำลังจะถูกรีโนเวตใหม่ตามโปรเจกต์ที่กรณ์รับผิดชอบ
ธาม วิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทของกรณ์เพิ่งโทรศัพท์มารายงานข่าวร้ายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ว่างบประมาณที่อนุมัติมาตอนแรกถูกตัดทอนลงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ และที่แย่ไปกว่านั้นคือเสาหลักรับน้ำหนักตรงโซนหนังสือหายากมีรอยร้าวลึกถึงแกนปูน หากรื้อถอนตามแบบเดิม งบจะบานปลายจนโครงการล่มทันที และนั่นหมายถึงห้องสมุดที่พิมพ์รักและผูกพันมาตั้งแต่เด็กอาจจะต้องถูกสั่งปิดถาวร
"โอเค... เลิกเล่นก่อนครับคุณบรรณารักษ์" เสียงของกรณ์เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นจนน่าตกใจ ความกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาของสถาปนิกมืออาชีพที่กำลังแบกรับความคาดหวังมหาศาล เขาเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าพิมพ์
บนกระดาษแผ่นนั้นมีรอยดินสอร่างภาพโครงสร้างตึกด้วยลายเส้นหวัดๆ แต่เฉียบคม
"ผมคุยกับธามแล้ว... ถ้าเราไม่อยากทุบเสาต้นนั้นทิ้งเพื่อเซฟงบและเซฟโครงสร้างอาคาร เราต้องเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ทั้งหมด" กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาพิมพ์ น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงใจจนพิมพ์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "เราจะรื้อถอนแค่บางส่วน แล้วใช้โครงสร้างเหล็ก H-Beam มาดามประคองตัวตึกไว้แทน เหมือนเอามือสองข้างโอบกอดห้องสมุดนี้ไว้... แบบที่คุณเคยบอกผมในวันแรกที่เราเจอกันไงครับ ว่าที่นี่คือบ้านหลังที่สองของคุณ"
พิมพ์กะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะวิธีการแก้ปัญหาทางวิศวกรรมที่กรณ์เสนอ แต่มันคือความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้ชายคนนี้จำได้แม่นยำ คำพูดทุกคำที่เธอเคยบ่นเคยเล่าให้ฟัง เขาเก็บมันมาคิดเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเสมอ
"แต่มัน... จะปลอดภัยแน่นะกรณ์ งบที่เราเหลืออยู่มันน้อยมากนะ" พิมพ์ถามเสียงเบาลง ความแข็งกร้าวเมื่อครู่หายไปหมด เหลือเพียงความกังวลใจของผู้หญิงคนที่กลัวการสูญเสียสถานที่ปลอดภัยของตัวเอง
"เชื่อใจผมสิครับ" กรณ์เอื้อมมือมาวางทับลงบนหลังมือของพิมพ์ที่กำแฟ้มแน่นโดยไม่รู้ตัว ไออุ่นจากฝ่ามือหนาสัมผัสผ่านผิวเนื้อ ส่งผ่านความมั่น คงและปลอดภัยมาให้อย่างประหลาด "ผมเป็นสถาปนิกนะ ไม่ใช่พวกต้มตุ๋น... ถึงหน้าตาจะหลอกลวงให้คนหลงรักไปหน่อยก็เถอะ"
"หลงรักกับผีสิ!" พิมพ์รีบชักมือออกหน้าแดงก่ำ พร้อมกับตีหน้าผากตัวเองเบาๆ ที่เผลอใจเต้นแรงกับมุกหยอดหน้าตายของเขา "แล้วเรื่องงบประมาณที่หายไปล่ะ จะหาจากไหนมาโปะ"
"เรื่องนั้น..." กรณ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ "ผมมีแผน"
ขณะที่ทั้งคู่กำลังก้มหน้าก้มตาคำนวณตัวเลขในแบบแปลนร่วมกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ท่ามกลางความเงียบสงบของห้องสมุดยามบ่าย มีนที่แอบดูอยู่ห่างๆ ก็เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับถือโทรศัพท์มือถือชูขึ้นสูง หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนบางอย่างที่ทำให้ทั้งห้องสมุดแทบหยุดหายใจ
"เอ่อ... แก... คุณกรณ์คะ คือว่า..." มีนทำหน้าเลิกลั่ก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก "มีแขกไม่ได้รับเชิญมาถึงหน้าห้องสมุดแล้วล่ะค่ะ... และดูท่าทางจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ด้วย"
กรณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองตามปลายนิ้วของมีนที่ชี้ไปยังประตูทางเข้ากระจกใสบานใหญ่
ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ พร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคนกำลังก้าวเท้าเข้ามาอย่างมั่นใจ ใบหน้าเคร่งขรึมและแววตาดุดันคู่นั้นทำให้กรณ์จำได้ทันทีว่าเป็นใคร...
*คุณปู่*... ผู้มีอำนาจสูงสุดในบริษัทและเป็นเจ้าของโปรเจกต์รีโนเวตทั้งหมดนี้
และที่แย่ไปกว่านั้น ท่านถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะในมือ พร้อมกับประกาศกร้าวด้วยเสียงอันดังจนก้องไปทั่วห้องสมุด
"กรณ์! แกมาทำอะไรอยู่ที่นี่! ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าถ้าโครงการนี้งบบานปลาย ฉันจะสั่งระงับและรื้อถอนตึกนี้ทิ้งซะ แล้วสร้างลานจอดรถแทน!"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้อง พิมพ์หน้าซีดเผือด หันขวับไปมองหน้ากรณ์ที่ตอนนี้ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบฉายแววความดุดันและดื้อรั้นอย่างที่พิมพ์ไม่เคยเห็นมาก่อน
กรณ์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวออกไปยืนบังหน้าพิมพ์ไว้ราวกับจะปกป้อง ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก...
ก่อนที่นิ้วมือหนาจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจออย่างรวดเร็ว ส่งข้อความหาธามเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ปู่ของเขาจะเดินมาถึงตัว
*[Korn]: ธาม... ส่งแผนสำรอง B มาให้ฉันเดี๋ยวนี้ กูจะงัดกับปู่แล้วว่ะ*
แล้วหน้าจอแสดงผลสถานะก็ขึ้นมาว่า **"Read"** ทันที...
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับความเข้มข้นที่ทวีคูณขึ้นไปอีกนะครับ
- สายลมแผ่วเบา -
สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด•ตอนที่ 9
แผนรื้อถอนที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!