สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด•ตอนที่ 5

รอยรั่วบนเพดานกับสถานการณ์เฉพาะหน้า

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"มึงดูนี่สิกรณ์... มีคนส่งพัสดุลึกลับจ่าหน้าถึงมึง... และคนที่มาส่ง... ไม่ใช่คนของบริษัทเราวะ!" เสียงของธามที่ดังลอดมาจากโทรศัพท์มือถือ ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของผม ขณะที่ผมกำลังยืนมองกล่องกระดาษสีน้ำตาลปริศนาบนโต๊ะทำงานกลางห้องสมุดเก่า ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มมืดครึ้มเพราะเมฆฝนก้อนใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมย่านเมืองเก่าแห่งนี้ ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้ไขข้อข้องใจเรื่องพัสดุ เสียงฟ้าร้องคำรามก็ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม และตามมาด้วยสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ซ่า! น้ำฝนไม่ได้ตกลงมาแค่เฉยๆ แต่มันกำลังหาทางระบายผ่านรอยต่อของหลังคากระเบื้องโบราณที่ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา ก่อนที่หยดน้ำแรกจะร่วงเผละลงมาบนสันหนังสือสารานุกรมหายากยุคสงครามโลกที่วางอยู่บนชั้นไม้สัก "แย่แล้ว!" พิมพ์อุทานออกมาเสียงดังลั่น เธอทิ้งเอกสารในมือแล้ววิ่งปร๋อเข้ามาในโซนหนังสือหายากด้วยความรวดเร็วที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ใบหน้าสวยที่มักจะนิ่งสงบและเต็มไปด้วยมาดของบรรณารักษ์ผู้เคร่งครัด บัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนคิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม "คุณพิมพ์ ใจเย็นๆ ครับ ตั้งสติก่อน เดี๋ยวผมช่วยเอง" ผมรีบก้าวเข้าไปใกล้ พร้อมกับถอดเสื้อแจ็คเก็ตยีน "จะให้เย็นได้ยังไงเล่าคุณกรณ์! นั่นมันหนังสือคอลเลกชันพิเศษที่มีแค่เล่มเดียวนะคะ—เอ้ย... เล่มเดียวนะครับ!" พิมพ์เกือบหลุดคำลงท้ายตามความคุ้นชิน แต่ก็รีบเปลี่ยนกระทันหันเมื่อหันมาสบตาผมที่กำลังส่งยิ้มทะเล้นกลบเกลื่อนความตึงเครียด "ครับผม ทราบแล้วครับท่านบรรณารักษ์ผู้พิทักษ์มรดกโลก" ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงกวนๆ พลาฃโยนเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองคลุมทับกองหนังสือสตรีทอาร์ตและประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมที่วางอยู่ใกล้จุดรั่ว "ส่วนตรงนั้น... ฝากจัดการด้วยนะครับ เดี๋ยวทางนี้ผมรับมือเอง" ผมชี้ไปยังจุดที่น้ำฝนกำลังไหลหยãดลงมาเป็นสายทุกลมหายใจเข้าออก พิมพ์พยักหน้ารัวๆ ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความรีบร้อนและเหนื่อยหอบ เส้นผมที่เคยรวบไว้อย่างเรียบร้อยเริ่มหลุดลุ่ยตกลงมาคลอเคลียกรอบหน้าขาวเนียน ทำให้เธอในมุมนี้ดู... น่ารักจนผมเผลอใจเต้นแรงไปชั่วขณะ *ให้ตายเถอะกรณ์ นี่ไม่ใช่เวลามานั่งพิจารณาความสวยของยัยเนิร์ดปากแจ๋วคนนี้นะเว้ย* ผมดึงสติตัวเองกลับมา แล้วพุ่งตัวไปคว้ากระบะพลาสติกและถังน้ำใกล้ที่สุดมาลองรับน้ำฝนที่กำลังหยดลงมาแปะๆ เสียงดังน่ารำคาญ บรรยากาศภายในห้องสมุดตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าที่ผสมผสานกับกลิ่นฝนดินชื้นๆ ข้างนอก ท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างอย่างบ้าคลั่ง โลกทั้งใบราวกับถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก เหลือเพียงแค่เราสองคนที่กำลังวิ่งวุ่นแข่งกับเวลาเพื่อปกป้องความทรงจำนับร้อยปีที่นอนสงบนิ่งอยู่บนชั้นหนังสือ "คุณกรณ์ ระวัง!" พิมพ์ส่งเสียงเตือนพร้อมกับพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนผมไว้ เมื่อผมเกือบจะลื่นล้มเพราะน้ำฝนที่เอ่อล้นนองพื้นไม้ปาร์เกต์ แรงกระชากนั้นทำให้ผมเซถลาเข้าไปใกล้เธอโดยไม่ทันตั้งตัว ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง จมูกของเราเกือบจะชนกันอยู่รำไร กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าจางๆ ลอยแตะจมูกท่ามกลางความชื้นของบรรยากาศรอบตัว ดวงตากลมโตหลังกรอบแว่นใสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อรู้ว่าตอนนี้เราอยู่ใกล้กันมากแค่ไหน ส่วนผม... ทำได้เพียงแค่มองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่าของเธอ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าด้านนอกเสียอีก "เอ่อ... ขอบคุณครับ" ผมกระซิบเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มกวนๆ บนใบหายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอุ่นวาบในอก พิมพ์รีบผละออก2ก้าว ใบหน้าของเธอแดงซ่านลามไปถึงใบหู เธอเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาผม ก่อนจะแกล้งทำเป็นจัดชั้นหนังสือแก้เก้อ "สะ... 10 นาทีผ่านไปแล้วนะคุณกรณ์ รีบเก็บหนังสือตรงนั้นใส่กล่องพลาสติกให้หมดสิคะ... เอ้ย! ให้หมดได้แล้วครับ!" ผมอมยิ้มกับความน่ารักที่พยายามฟอร์มจัดของเธอ ก่อนจะก้มลงช่วยหยิบหนังสือเล่มสุดท้ายใส่กล่องอย่างระมัดระวัง ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นพัสดุลึกลับที่ธามโทรมาแจ้งเมื่อครู่ วางอยู่บนโต๊ะทำงานของพิมพ์ กล่องกระดาษสีน้ำตาลเรียบๆ ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีดำสนิทระบุชื่อผมไว้อย่างชัดเจน... และที่มุมกล่อง มีสัญลักษณ์รูปตัว 'T' ประหลาดสลักไว้ด้วยคัตเตอร์อย่างปราณีต ผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หรือนี่จะไม่ใช่พัสดุธรรมดา? ขณะที่ผมกำลังเอื้อมมือไปแตะกล่องปริศนานั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นครืดคราดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ผมหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นข้อความแชตจาก 'ธาม' ที่ส่งรูปถ่ายใบเสร็จบางอย่างมาพร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ *ไอ้กรณ์... กูเพิ่งรู้ว่าคนที่ส่งกล่องนั้นมา ไม่ใช่บริษัทขนส่ง... แต่มันคือคนจากบริษัทเก่าของพ่อนึง ที่มึงเพิ่งหนีปัญหาโครงสร้างโปรเจกต์มาเมื่อเดือนก่อน!* ผมยังไม่ทันได้คิดวิเคราะห์อะไรต่อ เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ก็ทำให้ไฟในห้องสมุดดับวูบลงทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวเราในเสี้ยววินาที ท่ามกลางเสียงลมฝนที่ยังคงคำรามก้อง และก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากบอกให้พิมพ์อยู่ในความสงบ มือเย็นเฉียบข้างหนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือผมจากความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบสั่นๆ ของเธอที่ดังชิดริมหู "คุณกรณ์... ใครยืนอยู่ตรงมุมห้องตรงนั้น...?" โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
รอยรั่วบนเพดานกับสถานการณ์เฉพาะหน้า — สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด | yayni