สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด•ตอนที่ 4

สงครามเย็นในอาณาจักรเงียบสงบ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"จริงๆ แล้ว... ที่ผมต้องเดินวนเวียนมาหาคุณทุกวัน ไม่ใช่เพราะกาแฟหรอกนะครับ แต่เพราะ..." ประโยคที่ค้างคาอยู่กลางอากาศถูกตัดฉับลงด้วยเสียงกริ่งเตือนภัยไฟไหม้... ไม่ใช่สิ เสียงแจ้งเตือนแบตเตอรี่สำรองในโทรศัพท์มือถือของผมเองที่ดังขึ้นแทรกจังหวะนรกพอดิบพอดี บรรยากาศที่กำลังอวลไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์และความอึดอัดชวนใจเต้นในมุมอับของชั้นหนังสือโบราณ จึงมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงันที่น่ากระอักกระอ่วนใจยิ่งกว่าเดิม พิมพ์กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะดึงสติกลับมาได้ ร่างบางในชุดเสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอกถอยหลังกรูดไปหนึ่งก้าว สองมือไขว้หลังแน่นราวกับเด็กนักเรียนกำลังยืนเคารพธงชาติ แววตากลมโตหลังกรอบแว่นทรงกลมฉายแววระแวดระวังเต็มพิกัด "เพราะอะไรคะ... เอ้ย! เพราะอะไรเหรอครับคุณกรณ์" เธอแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามหลุดโลกออกไป ผมแอบถอนหายใจยาวในใจ นึกขอบคุณเจ้าแบตเตอรี่เสื่อมๆ เครื่องนี้ที่ช่วยชีวิตผมไว้จากความใจกล้าบ้าบิ่นเมื่อครู่ เกือบไปแล้ว... เกือบจะหลุดปากสารภาพความจริงออกไปหมดเปลือกแล้วว่าไอ้สถาปนิกมาดกวนคนนี้ มันยอมรับงานรีโนเวทหอสมุดเก่าคร่ำครึนี่ก็เพราะอยากมานั่งมองคนหน้าบึ้งจัดหนังสือทุกวันต่างหากล่ะครับ "เพราะ... เพราะผมเป็นห่วงโครงสร้างตึกนี้ต่างหากล่ะครับ" ผมแก้ตัวน้ำขุ่นๆ พร้อมกับยกกระดาษพิมพ์เขียวขึ้นมาบังใบหน้าร้อนผ่าวของตัวเอง "คุณก็รู้ว่าฐานรากฝั่งทิศตะวันตกมันทรุดตัว ถ้าผมไม่เดินสำรวจถี่ๆ เกิดฝ้าเพดานหล่นลงมาทับหัวหนังสือสะสมหายากของคุณเข้าจริงๆ มีหวังคุณได้เอาผมไปทำปุ๋ยหมักแน่ๆ" "ถ้าเพดานจะถล่มลงมาจริงๆ คนแรกที่ควรโดนทับก็คือคุณนั่นแหละครับ เดินลอยชายกวนประสาทอยู่ได้" พิมพ์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ พลางปัดเศษฝุ่นจางๆ ที่เกาะตามไหล่เสื้อของผมออกอย่างไม่รู้ตัว—เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่เธอคงไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่ามันสนิทสนมเกินกว่าคนเพิ่งทะเลาะกัน ผมแอบอมยิ้มมุมปาก มองท่าทางฟصดฟัดของบรรณารักษ์สาวที่พยายามทำตัวดุแต่ดันดูเหมือนแมวขู่มากกว่าเสือดาว "เป็นห่วงผมเหรอครับเนี่ย" "ใครเป็นห่วงคุณ! อย่ามามโนแถวนี้เชียวนะครับคุณกรณ์ เราตกลงกันแล้วนี่ว่าจะสำรวจโครงสร้างตึกแบบ 'มืออาชีพ' ไม่มีเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง" เธอรีบยกนิ้วชี้ขึ้นมาคาดโทษ ตาคมดุจ้องเขม็ง "โอเคครับๆ มืออาชีพก็มืออาชีพ" ผมยกมือสองข้างขึ้นยอมแพ้อย่างจำยอม "งั้นในฐานะมืออาชีพ... เชิญท่านบรรณารักษ์นำทางผมไปยังโซนหนังสือโบราณชั้นลอย ที่ขึ้นชื่อว่าอับชื้นที่สุดและอันตรายที่สุดในตึกนี้ได้เลยครับ" ตึกเก่าแก่สามชั้นอายุร่วมแปดสิบปีหลังนี้ มีเสน่ห์และความลับซ่อนอยู่ทุกอณู การสำรวจโครงสร้างเพื่อเตรียมรีโนเวทโดยไม่ให้ทำลายโครงสร้างเดิมคือโจทย์ที่หินที่สุดในชีวิตการทำงานของผม แต่การได้มาเดินสำรวจเคียงคู่กับคนจู้จี้อย่างพิมพ์ กลับทำให้โปรเจกต์ที่ควรจะน่าเบื่อกลายเป็นเรื่องท้าทายที่มีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา เราเดินลัดเลาะผ่านชั้นหนังสือไม้สักทองที่ส่งกลิ่นอายความเก่าแก่ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษ เก่า เสียงฝีเท้าของเรากระทบพื้นไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดก้องกังวานไปทั่วความเงียบสงบ พิมพ์เดินนำหน้าไปสักพักก่อนจะชะงักฝีเท้าลงเมื่อเจอทางตัน—บล็อกบันไดวนแคบๆ ที่นำขึ้นสู่ชั้นลอยใต้หลังคา ซึ่งเป็นจุดที่แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกสีสเตนลาสเก่าๆ ลงมาเป็นลำแสงสีทองระยิบระยับ "ตรงนี้แหละครับที่ฉันกังวล" พิมพ์หันมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง สีหน้ามีความกังวลฉายชัดเจน "ไม้ตรงฐานบันไดมันเริ่มผุตามกาลเวลาแล้ว ฉันไม่อยากให้คุณขึ้นไปสุ่มสี่สุ่มห้า ถ้าเกิดพังลงมา..." "ถ้าพังลงมา คุณจะรับผิดชอบผมไหมล่ะครับ" ผมแกล้งหยอก เย้าโดยการก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกนิด จนพิมพ์ต้องรีบถอยหลังไปชนกับราวบันไดเหล็กดัด "คุณกรณ์! นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกนะ" เธอหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะอากาศร้อนอบอ้าวใต้หลังคาหรือเพราะระยะห่างระหว่างเรามันใกล้เกินไปกันแน่ "ฉันซีเรียส..." "ผมก็ซีเรียสครับ" ผมปรับน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น มองลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่นั้น "ผมรู้ว่าคุณกลัว... กลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวว่าตึกเก่าที่คุณรักหลังนี้จะถูกรื้อถอน กลัวว่าความทรงจำเดิมๆ จะหายไปใช่ไหมครับ" พิมพ์ชะงักไป ดวงตาไหววับชั่วขณะ กำแพงความกวนประสาทและระเบียบจัดที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองดูเหมือนจะสั่นคลอนลงในเสี้ยววินาทีนั้น เธอก้มหน้ามองพื้น หลบสายตาผม "ใครๆ ก็กลัวการสูญเสียสิ่งคุ้นเคยทั้งนั้นแหละครับคุณกรณ์..." เสียงเธอบางเบาลงราวกับกระซิบ "ตึกนี้... เปรียบเหมือนบ้านหลังที่สองของฉัน ที่นี่มีความทรงจำของคนที่ฉันรักอยู่... ถ้าคุณเข้ามาแล้วทุกอย่างมันเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้ ฉันคง..." ผมเอื้อมมือออกไปโดยไม่ทันคิด ปลายเล็บสัมผัสเบาๆ ที่หลังมือเรียวที่กำราวบันไดแน่นจนข้อต่อขาวโพลน เป็นสัมผัสแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ผิดวิสัยหนุ่มเพลย์บอยมาดกวนคนเดิมอย่างสิ้นเชิง "ฟังผมนะพิมพ์..." ผมเรียกชื่อเธอโดยไม่มีคำนำหน้าเป็นครั้งแรก น้ำเสียงทุ้มนุ่มก้องกังวานอยู่ในพื้นที่แคบๆ "สถาปัตยกรรมไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายอดีตหรอกนะครับ หน้าที่ของผมคือการต่อลมหายใจให้มันต่างหาก เราจะซ่อมแซมส่วนที่ผุพัง เพื่อให้เรื่องราวดีๆ ในอดีตเหล่านี้... ยังคงอยู่ต่อไปได้อีกนานแสนนานโดยไม่พังทลายลงมาทับใคร" พิมพ์เงยหน้าขึ้นสบตาผมอีกครั้ง แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของผมและแสงอาทิตย์สีส้มอุ่นๆ ยามเย็น บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงรอบข้างเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงหัวใจของเราสองคนที่เต้นเป็นจังหวะใกล้กันเสียจนน่าตกใจ เธอกะพริบตาช้าๆ เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ เป็นสัญญาณสงบศึกที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา "ก็ได้ค่ะ..." เธอผ่อนลมหายใจยาว ยอมรับความจริงด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากเป็นครั้งแรก "ฉันจะยอมเชื่อใจคุณ... สถาปนิกมาดกวน" ผมยิ้มกว้าง ดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้หยอดมุกเสี่ยวกลับไปเพื่อทำคะแนนต่อ ประตูไม้หนักอึ้งที่ชั้นล่างก็ถูกผลักเปิดออกเสียงดังโครมคราม ตามมาด้วยเสียงตะโกนโهاกเหวกของวิศวกรหนุ่มเพื่อนรักของผม "ไอ้กรณ์โว้ย! อยู่ไหนวะ! แย่แล้วเว้ย แบบแปลนโครงสร้างที่ส่งมาจากสำนักงานใหญ่เกิดปัญหาใหญ่หลวงแล้วโว้ย!" เสียงของธามดังทะลุขึ้นมาถึงชั้นลอย ทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนละไมให้กระเจิงไปในพริบตา พิมพ์สะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือออกจากจากการกุมของผมทันที ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอายก่อนจะรีบเดินหนีลงไปข้างล่างอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผมยืนเกาหัวแกรกๆ ด้วยความหงุดหงิดปนขำ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันไปมองทางลงบันไดแล้วกำลังจะเดินตามลงไปเคลียร์กับเพื่อนตัวดี แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่พิมพ์น่าจะทำตกไว้บนขั้นบันได ด้วยความสงสัย ผมจึงก้มลงหยิบมันขึ้นมา เปิดดูผ่านๆ และพบข้อความลายมือระเบียบเรียบร้อยที่เขียนไว้ด้วยหมึกสีน้ำเงิน บรรทัดสุดท้ายของหน้ากระดาษนั้นทำให้ผมต้องเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจระคนดีใจ *[ วันนี้... เผลอใจให้สถาปนิกกวนประสาทคนนั้นไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้วนะเรา... ]* ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งสติจากข้อความลับนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของธามก็วิ่งขึ้นมาประชิดตัว พร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอสีแดงฉานมาตรงหน้าผม "มึงดูนี่สิกรณ์... มีคนส่งพัสดุลึกลับจ่าหน้าถึงมึง... และคนที่มาส่ง... ไม่ใช่คนของบริษัทเราวะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความอบอุ่นปนความกวนไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%