สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด•ตอนที่ 11

กลิ่นอายความทรงจำ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ไอ้กรณ์! มึงจะกดวางเดี๋ยวนี้ หรือจะให้กูโทรกลับไปด่าถึงห้องสมุด?" เสียงทุ้มต่ำของธามดังสวนขึ้นมาทันทีที่รับสาย น้ำเสียงของมันไม่ได้มีความตื่นตระหนก แต่เต็มไปด้วยความรำคาญที่เดาได้ว่าคนปลายสายคงกำลังนั่งขมวดคิ้วอยู่หน้าโต๊ะเขียนแบบเป็นแน่ ทว่า... พิมพ์กลับไม่ได้สนใจเสียงจากลำโพงนั่นเลย หญิงสาวตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือของชายหนุ่มที่เผลอทำ "ความซวย" ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตสถาปนิกหนุ่มมาดกวนตรงหน้า กรณ์รีบคว้าโทรศัพท์คืนด้วยความเร็วแสง ก่อนจะกดวางสายแล้วโยนเครื่องลงบนโต๊ะไม้เก่าแก่เสียงดัง *ตึก* จนบรรยากาศในห้องสมุดเงียบสงัดราวกับป่าช้าดูน่าเกรงขามขึ้นมาทันที "เอ่อ... ผมว่าสัญญาณมือถือที่นี่คงอยากมีส่วนร่วมกับประวัติศาสตร์ห้องสมุดมั้งครับ" เขายิ้มแหยๆ ยกมือเกาต้นคอแก้เก้อ แววตาทะเล้นในตอนแรกจางหายไป เหลือเพียงความกระอักกระอ่วนที่พยายามกลบเกลื่อนด้วยท่าทีสบายๆ ตามฉบับคนกะล่อน พิมพ์ถอนหายใจยาว พยายามข่มอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธที่เขาเสียมารยาท ทั้งตกใจที่ธามดันรับสายเร็วเกินคาด "คุณกรณ์... นี่มันห้องสมุดนะครับ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่จะมาทำอะไรแผลงๆ แบบนี้" "ก็ใครจะไปคิดว่าไอ้ธามมันจะว่างรับสายเร็วกว่าจรวดขนาดนั้นล่ะครับ" กรณ์ไหวไหล่ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน สายตาของเขาเปลี่ยนไปกวาดมองไปรอบๆ ชั้นวางหนังสือไม้โอ๊คที่ตั้งตระหง่านราวกับป้อมปราการแห่งความรู้ "แต่ที่นี่เงียบดีนะ... เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจคนข้างๆ เลยว่าไหม" พิมพ์เมินคำหยอดนั่นเสีย เธอเดินนำเขาเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ จนถึงมุมอับของโซนหนังสือประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ที่นี่มีหน้าต่างกระจกบานสูงที่ถูกบังไว้ด้วยม่านเก่าๆ แสงจันทร์สลัวๆ ลอดผ่านเข้ามาตกกระทบบนเก้าอี้ไม้บุผ้ากำมะหยี่สีเข้มตัวหนึ่งที่วางอยู่อย่างโดดเดี่ยว เธอนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้น สัมผัสถึงฝุ่นจางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ พิมพ์หลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก "ตอนเด็กๆ... พิมพ์ชอบมาหลบอยู่ที่นี่ครับ" เสียงของเธอแผ่วเบาลง นุ่มนวลขึ้นจนกรณ์เผลอหยุดหายใจ "ไม่ใช่เพราะชอบประวัติศาสตร์หรอก แต่เพราะที่นี่ไม่มีใครหาเจอ แม่บอกว่าถ้าพิมพ์อยากได้ที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ให้ลองเปิดหนังสือสักเล่มแล้วจมดิ่งลงไปดู" กรณ์เดินไปยืนพิงชั้นหนังสือข้างๆ เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เฝ้ามองใบหน้าด้านข้างของเธอที่ถูกแสงจันทร์อาบไล้ ความกวนประสาทที่เคยมีหายไปสิ้น เหลือเพียงสายตาที่อ่อนโยนจนน่ากลัว "คุณรู้ไหมครับ..." กรณ์เริ่มพูดเบาๆ เหมือนกลัวว่าความทรงจำของเธอจะแตกสลาย "สถาปนิกส่วนใหญ่สร้างอาคารเพื่อให้คนอื่นชื่นชมโครงสร้าง แต่คนอย่างผม... กลับอยากสร้างพื้นที่ที่ทำให้ใครสักคนรู้สึกปลอดภัยแบบที่คุณกำลังเป็นอยู่ตอนนี้" พิมพ์ลืมตาขึ้น สบตากับเขาในระยะที่ใกล้จนเกินไป ความเงียบงันรอบข้างกลับกลายเป็นเสียงก้องกังวานในใจ เธอเห็นความเหงาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมาดมั่นของเขามันสะท้อนออกมาผ่านแววตาคู่นั้นอย่างปิดไม่มิด "คุณก็เลยต้องทำตัวกวนประสาท เพื่อกลบเกลื่อนพื้นที่ว่างในใจเหรอครับ" เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ลดกำแพงลง กรณ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึๆ "รู้ทันตลอดเลยนะคุณบรรณารักษ์... ผมน่ะถูกคาดหวังให้เป็นคนเก่ง คนสมบูรณ์แบบมาตลอดชีวิต จนบางทีก็ลืมไปว่าตัวเองชอบอะไรจริงๆ กันแน่ จนกระทั่งผมมาเจอที่นี่ เจอคุณ... คนที่ขี้บ่นจนผมเริ่มชิน แล้วกลายเป็นว่าขาดไม่ได้ไปเสียอย่างนั้น" คำสารภาพเรียบง่ายทว่าหนักแน่นทำให้หัวใจของพิมพ์เต้นผิดจังหวะ เธอเบือนหน้าหนี มองไปทางชั้นหนังสือแต่สมองกลับว่างเปล่า ไม่ใช่เพราะไม่มีคำพูด แต่เพราะคำพูดเหล่านั้นมันล้นจนเอ่อออกมาเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านนอก สลับกับเสียงกุญแจกระทบกันดัง *เคร้ง*! ทั้งสองสะดุ้งสุดตัว กรณ์รีบคว้าข้อมือของพิมพ์ไว้โดยสัญชาตญาณก่อนจะดึงให้เธอหลบหลังชั้นหนังสือด้วยกัน ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันในที่แคบๆ "บรรณารักษ์คนใหม่ลืมปิดโซนนี้อีกแล้วเหรอวะ?" เสียงทุ้มแหบพร่าของชายแปลกหน้าดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง พิมพ์เบิกตากว้าง ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมา แต่ก่อนที่เธอจะทันได้อุทาน กรณ์ก็ขยับนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเองเป็นเชิงบอกให้เงียบ... ทว่าสายตาของเขากลับก้มลงมองริมฝีปากของเธอด้วยความรู้สึกที่เกินกว่าจะควบคุมได้ เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่วิกฤตที่สุด หัวใจของพิมพ์กลับเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอกด้วยเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่ความกลัว "ถ้าเราออกไปจากตรงนี้ได้..." กรณ์กระซิบเสียงพร่า "ผมจะบอกอะไรบางอย่างที่ผมไม่เคยบอกใคร แม้แต่ไอ้ธามก็ไม่รู้" เสียงฝีเท้าหยุดลงหน้าชั้นหนังสือที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่... เงาดำทอดผ่านเข้ามาบนพื้น! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความเหงาที่แสนอบอุ่นนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%