"ถ้าคุณกรณ์ยังเอาแต่ยืนกอดอกพิงเสาทำหน้าทะเล้นใส่ผมแบบนี้ ผมจะยกเลิกสัญญาจ้างรีโนเวตแล้วไล่คุณกลับบริษัทในอีกสามวินาทีนี้เลยนะครับ"
เสียงทุ้มที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นปูนที่ฟุ้งกระจายเล็กน้อย พิมพ์ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับ The Sleeve ขึ้นมาถึงข้อศอก มือข้างหนึ่งถือกระดานคลิปบอร์ดสีดำแน่น ใบหน้าเรียบนิ่งที่พยายามรักษาฟอร์มของหัวหน้าบรรณารักษ์ผู้รักความสงบ กำลังสั่นระริกด้วยความหมั่นไส้ผู้ชายตรงหน้า
ณ์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่มีเสน่ห์จนน่ารำคาญใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีพื้นเซอร์ๆ ทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตไม่ได้ติดกระดุม เผยให้เห็นต้นคอและแผงอกรำไร ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางที่ยืนขวางประตูห้องสมุดโซนเก่าอย่างถือวิสาสะ
"ใจร้ายจังครับคุณพิมพ์ ผมอุตส่าห์มาสแตนด์บายคุมงานแต่ไก่โห่ กาแฟยังไม่ทันได้จิบ สักแต่ว่าได้กลิ่นฝุ่นกับเสียงสกัดปูนเป็นนาฬิกาปลุก แล้วดูต้อนรับผมสครับ... น้อยใจเป็นนะเนี่ย"
ปากพูดว่าน้อยใจ แต่แววตาพราวระยับหลังกรอบแว่นสายตากลับฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังสนุกสนานกับการได้กวนประสาทเธอแค่ไหน กรณ์ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับพิมพ์ที่สูงไม่เท่าเขา ทำเอาหญิงสาวต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนน่าใจหาย
"ถ้าคุณมีเวลาว่างมาหยอดมุกเลี่ยนๆ ใส่ผม เอาเวลาไปคุยกับช่างเรื่องคานรับน้ำหนักชั้นสองโน่นเลยครับ ทางนั้นเขาบอกว่าเจอปลวกกินโครงสร้างไม้เดิม เกรงว่าแผนที่คุณดีไซน์ไว้จะล่มไม่เป็นท่าเอา" พิมพ์เบี่ยงประเด็น หลบสายตาคมกริบที่มองทะลุทะลวงเข้ามาในความรู้สึก เธอเกลียดการเปลี่ยนแปลง และยิ่งเกลียดรอยยิ้มของสถาปนิกคนนี้ที่มักจะทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเธอรวนเรทุกที
"เรื่องคานไม้ผมน่ะจัดการเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ..." กรณ์ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง น้ำเสียงติดเล่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมานิดหน่อยอย่างรวดเร็ว จนพิมพ์ปรับอารมณ์แทบไม่ทัน "...ผมไม่ใช่พวกทำงานลวกๆ แล้วโยนภาระให้หน้างานหรอกนะคุณบรรณารักษ์ ที่ผมมาเช้าวันนี้... ก็แค่อยากมาดูว่า เจ้าของพื้นที่เขาจะตื่นมาต้อนรับสถาปนิกสุดหล่อคนนี้ด้วยกาแฟแก้วโปรด หรือด้วยไม้กวาดหยากไย่แค่นั้นเอง"
"หลงตัวเองที่สุด" พิมพ์พึมพำลอดไรฟัน สะบัดหน้าหนีไปทางกลุ่มคนงานที่เริ่มทยอยยกอุปกรณ์เข้ามาในพื้นที่ห้องสมุดเก่า
บรรยากาศรอบตัวเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมา เสียงเครื่องมือช่าง เสียงฝีเท้า และกลิ่นอายของการเริ่มต้นใหม่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ แม้พิมพ์จะปากแข็งและพยายามสร้างกำแพงหนาเตอะแค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การเข้ามาของกรณ์กำลังรื้อถอนกำแพงในใจเธอทีละน้อย เหมือนกับที่ทีมช่างกำลังสกัดปูนเก่าออกเพื่อเตรียมวางโครงสร้างใหม่
ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ท่ามกลางความวุ่นวายของการรื้อถอน ธาม วิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทของกรณ์ก็เดินถือม้วนพิมพ์เขียวเข้ามาสมทบ พร้อมกับกาแฟเย็นสองแก้วในมือ เขาปราบตามองเพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกอมยิ้มมองตามแผ่นหลังของบรรณารักษ์สาวที่กำลังง่วนอยู่กับการช่วยจัดหนังสือเข้าลังเพื่อป้องกันฝุ่น
"ยิ้มอะไรขนาดนั้นวะไอ้กรณ์ ระวังเหงือกแห้ง" ธามเอ่ยแซلمพร้อมยื่นกาแฟให้ "แล้วก็นะ มึงอย่ามัวแต่หยอดเขามาก งานเอกสารขออนุญาตก่อสร้างเขตยังติดอยู่ ถ้าไม่เคลียร์ให้จบภายในวันนี้ มีหวังโดนเทศน์ยาว"
"เอnaน่า มึงนี่ขัดจังหวะความสุขกูตลอด" กรณ์รับกาแฟมาดูดอึกใหญ่ สายตายังไม่ละไปจากร่างบางที่ตอนนี้กำลังใช้ผ้ากันเปื้อนผูกเอวแน่นจนเอวคอดกิ่ว "กูก็แค่กำลังศึกษา 'พฤติกรรมศาสตร์' ของเจ้าของบ้าน... เอ๊ย เจ้าของห้องสมุด เพื่อเอามาปรับใช้กับงานดีไซน์ให้มันกลมกลืนที่สุดต่างหาก"
"กลมกลืนหรือกลืนกิน เอาให้แน่" เสียงใสๆ ของมีน เพื่อนสนิทของพิมพ์ที่เพิ่งเดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาแทรกกลางบทสนทนา ทำให้สองหนุ่มต้องหันไปมอง มีนปรายตามองกรณ์ด้วยรอยยิ้มรู้ทัน "บอกไว้ก่อนนะคุณสถาปนิก เพื่อนฉันคนนี้ถึงจะดูนิ่งๆ แต่ถ้าใครทำให้ห้องหนังสือเขารวนนะ ฉันนี่แหละจะเอาไม้บรรทัดเหล็กตีมือให้"
กรณ์หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี "ดุเป็นแพ็กคู่เลยแฮะ... งั้นผมฝากคุณมีนช่วยดูพิมพ์ด้วยนะ ช่วงนี้เขายิ่งดูเครียดๆ กลัวว่าพอรื้อผนังออกแล้ว ความทรงจำเก่าๆ จะหายไปหมด"
มีนชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าจางลงแทนที่ด้วยแววตาจริงจังขึ้น "แกก็รู้ว่าพิมพ์เขาผูกพันกับที่นี่มาก ที่นี่ไม่ใช่แค่ห้องสมุด... แต่มันคือเซฟโซนเดียวกับความทรงจำของพ่อเขา การที่แกเข้ามาเปลี่ยนมัน ถึงมันจะสวยขึ้น แต่มันก็หมายถึงการบังคับให้เขาต้องก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนด้วยนะกรณ์ แกแน่ใจนะว่ารับมือไหว"
คำพูดของมีนทิ้งน้ำหนักลงกลางใจสถาปนิกหนุ่ม กรณ์หันไปมองพิมพ์ที่ตอนนี้กำลังยืนมองเสาไม้โบราณกลางห้องด้วยแววตาไหววูบชั่วขณะ มือเรียวบางลูบไล้เนื้อไม้เก่าแก่ที่มีรอยขีดข่วนราวกับกำลังสื่อสารกับอดีต
ความเงียบงันชั่วขณะถูกแทรกด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกรณ์สั่นเตือน หน้าจอแสดงข้อความจากหัวหน้าโครงการก่อสร้างแจ้งเรื่องปัญหาวัสดุปูพื้นห้องสมุดที่สั่งนำเข้าเกิดความล่าช้า
"เดี๋ยวผมมานะ..." กรณ์หันไปบอกมีน ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปรับโทรศัพท์ที่มุมระเบียงด้านนอกที่ค่อนข้างเงียบสงบ เพื่อจัดการเคลียร์ปัญหาเฉพาะหน้า
เวลาผ่านไปราวยี่สิบนาที จนการเคลียร์ปัญหาทางโทรศัพท์เสร็จสิ้น กรณ์กดวางสายแล้วสูดหายใจเข้าลึกเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด เขากำลังจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องสมุดเพื่อช่วยงานต่อ แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับกระดาษบันทึกสีเหลืองพาสเทล (Post-it) แผ่นเล็กที่แปะอยู่บนชั้นหนังสือใกล้ประตูระเบียง
ลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบของพิมพ์เขียนไว้ด้วยปากกาหมึกสีดำ
*‘ถ้าทนฝุ่นไม่ไหว ก็ออกไปสูดอากาศข้างนอกซะ อย่ามาทำหน้ามึนใส่ช่าง... ด้วยความหวังดี (นิดหน่อย)’*
กรณ์เผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ รอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดตั้งแต่เช้า ผู้ชายมาดกวนอย่างเขาไม่เคยคิดเลยว่า รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้จะทำให้หัวใจพองโตได้ขนาดนี้ เขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพลิดูด้านหลัง ตั้งใจจะเขียนข้อความกวนๆ กลับไปแกล้งเธอสักหน่อย
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเท้ากลับเข้าสู่ตัวห้องสมุด เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยอย่างประหลาดจากด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนี๊ยบที่ก้าวเข้ามาขวางทางไว้
"สวัสดีครับ... ไม่ทราบว่าคุณคือสถาปนิกที่รับหน้าที่รีโนเวตที่นี่ใช่ไหมครับ พอดีผมมาหาพิมพ์... ในฐานะ 'คนคุ้นเคย' เก่าของเธอน่ะครับ"
กรณ์ชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในเสี้ยววินาที เมื่อสบตากับชายแปลกหน้าที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น และแววตาที่ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยรอยยิ้มนะครับ
สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด•ตอนที่ 14
เสียงเคาะประตูยามเช้า
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!