สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด•ตอนที่ 15

ฝุ่นพิษกับหน้ากากอนามัยคู่ใจ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กล่องกระดาษลังสีน้ำตาลห้าใบทับซ้อนกันอยู่กลางห้องสมุดส่วนตัวของพิมพ์ คือหลักฐานชิ้นดีว่าความสงบสุขตลอดสามปีที่ผ่านมา กำลังจะมลายหายไปในพริบตาเพียงเพราะท่อประปาชั้นบนเกิดแตกสตรีมน้ำพุ่งเป็นน้ำพุขนาดย่อม "คุณกรณ์... ฉันบอกว่าลังนี้ต้องวางไว้มุมห้อง ไม่ใช่เอามาขวางทางเดินระบายอากาศครับ เอ้ย... ไม่ใช่ส- ฉันหมายถึง คุณช่วยเอาออกไปห่างๆ โต๊ะทำงานฉันเลยนะ!" พิมพ์ส่งเสียงเอะอะโวยวายพร้อมกับขยับแว่นสายตาหนาเตอะด้วยความหงุดหงิด เธอในชุดเสื้อเชيرผ้าลินินสีครีมกับกางเกงสแล็คสีดำกำลังยืนกอดอกมองหน้าชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดช่างเสื้อยืดสีเทายับยู่ยี่กับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ที่ตอนนี้มีคราบฝุ่นปูนติดอยู่ตรงหัวเข่าอย่างน่าเอ็นดู กรณ์เงยหน้าขึ้นมาจากกล่องลังใบโต รอยยิ้มทะเล้นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันทีที่เห็นท่าทีพองขนเหมือนแมวหวงถิ่นของบรรณารักษ์สาว "โห คุณพิมพ์ครับ ใจคอกล่องพวกนี้จะทำร้ายจิตใจคุณขนาดนั้นเลยเหรอ หน้าตากล่องมันดูเป็นมิตรออกจะตาย... ดูดิ หน้าตามันฟ้องว่าอยากให้คุณช่วยแกะดูของข้างในจะตายอยู่แล้ว" กรณ์แกล้งทำเสียงอ่อยแบบน่าหมั่นไส้ พร้อมกับใช้นิ้วเคาะเบาๆ ที่ลังกระดาษ "ของข้างในมันคือหนังสือโบราณหายาก และพวกมันควรอยู่บนชั้น ไม่ใช่มากองรวมกันเป็นขยะเปียกแบบนี้เพราะความซุ่มซ่ามของคุณ!" "ผมเปล่าซุ่มซ่ามนะ แค่โครงสร้างตึกมันเก่าตามอายุขัยของมันต่างหาก ในฐานะสถาปนิกผู้รับผิดชอบโปรเจกต์รีโนเวทนี้ ผมขอแถลงไขว่า... มันเป็นความผิดของกาลเวลาครับ ไม่ใช่ความผิดผม" กรณ์ยัก ไหล่อย่างไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวๆ ก้าวเข้ามาประชิดตัวพิมพ์ที่กำลังถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้สัก บรรยากาศรอบตัวแคบลงทันทีเมื่อร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มเข้ามาอยู่ในรัศมีทำการ พิมพ์รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายแดดอ่อนๆ และกลิ่นฝุ่นจางๆ จากตัวเขา มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนฉุนจมูก แต่มันกลับทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเธอรวนเรอย่างน่าประหลาด "ถอยไปเลยนะ คุณมาใกล้เกินไปแล้ว" พิมพ์พยายามทำเสียงดุ แต่หูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด "ใกล้ตรงไหน ผมแค่มองหาหน้ากากอนามัยต่างหาก ฝุ่นฟุ้งกระจายขนาดนี้ เดี๋ยวคุณได้ไอแค็กๆ จนเสียงแหบหมดพอดี... เอาอันนี้ไปใส่ซะ" กรณ์ยื่นหน้ากากอนามัยสีขาวสะอาดในห่อพลาสติกมาตรงหน้าเธอ ดวงตาคมกริบใต้กรอบคิ้วเข้มมองตรงมาด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ความกวนประสาทเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่หลังท่าทีทะเล้น พิมพ์กะพริบตาปริบๆ มองหน้ากากในมือเขา สลับกับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคลจากการยกของหนัก เธอเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาแสดงออก "ฉัน... ฉันมีของฉันเอง" เธอบอกปัดเสียงเบา หยิบหน้ากากอนามัยสีฟ้าของตัวเองออกจากกระเป๋าเสื้อมาสวมอย่างเก้ๆ กังๆ "อันนั้นมันบางไป ฝุ่นปูนมันละเอียดกว่าที่คุณคิดนะคุณบรรณารักษ์" กรณ์ไม่พูดเปล่า เขายื่นมือหนามาช่วยขยับลวดตรงสันจมูกของหน้ากากอนามัยให้เข้าที่อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอาพิมพ์นิ่งค้างไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนคิดคำพูดด่าทอไม่ออกแม้แต่คำเดียว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน แว่นตาของทั้งคู่เกือบจะชนกันอยู่รอมร่อ กรณ์ก้มมองเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกขึ้น รอยยิ้มทะเล้นจางหายไป เหลือเพียงความจริงจังบางอย่างที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น "ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พักหน่อยเถอะครับ... เดี๋ยวผมเลี้ยงกาแฟ" เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบข้างใบหู ชวนให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง พิมพ์รีบผลักอกเขาออกเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ "ใคร... ใครจะไปกินกาแฟกับคุณ ไปจัดของต่อเลยนะ ไม่งั้นฉันจะหักเงินค่าจ้างคุณจริงๆ ด้วย" กรณ์หัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมถอยหลังกลับไปยกกล่องลังตามเดิม แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากนั้นยังคงอยู่ชัดเจน เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ๆ ฝุ่นละอองจากการรื้อถอนเริ่มจางลง เหลือเพียงเสียงเปิดหน้ากระดาษและเสียงฝีเท้าของกรณ์ที่คอยเดินตรวจความเรียบร้อยรอบห้องสมุดชั่วคราว พิมพ์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน กำลังงละมุนกับการจัดหมวดหมู่หนังสือเก่าโดยมีหน้ากากอนามัยคู่ใจสวมอยู่ตามคำเตือน (แม้เธอจะไม่ยอมรับว่าเพราะเขาบอกก็ตาม) สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังปีนบันไดขึ้นไปตรวจสอบรอยต่อของคานไม้ด้านบน แสงแดดช่วงบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างกระทบเข้ากับเรือนผมสีเข้มและกรอบหน้าคมสัน ภาพนั้นทำให้เผลอมองค้างไปโดยไม่รู้ตัว กรณ์ในโหมดตั้งใจทำงานและมีความเป็นมืออาชีพสูง ช่างมีเสน่ห์จนน่ากลัว... น่ากลัวว่าหัวใจที่ปิดตายของเธอจะเผลอเปิดรับผู้ชายกวนประสาทคนนี้เข้ามาจริงๆ ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชตดังขึ้นทำลายความเงียบ พิมพ์ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ ชื่อของ "Korn Architect" ปรากฏเด่นชัดพร้อมกับข้อความใหม่ที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา [Korn Architect]: *เหนื่อยไหมครับคุณบรรณารักษ์... ถ้าเหนื่อย มองขึ้นไปข้างบนสิครับ ผมมีอะไรจะให้ดู* พิมพ์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอเงยหน้าขึ้นมองตามคำบอกของข้อความทันที บนยอดบันไดสูง กรณ์ไม่ได้ถือเครื่องมือช่างอย่างที่ควรจะเป็น แต่เขากำลังถือกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขียนข้อความด้วยลายมือหวัดๆ แต่ตัวโต ชูขึ้นให้เธอเห็นผ่านกระจกแว่นตาที่สะท้อนแสงไฟ ข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นทำเอาลมหายใจของพิมพ์ขาดห้วงไปทันที *“ย้ายข้าวมาอยู่ห้องสมุดผมถาวรไหมครับ... จะได้ไม่ต้องย้ายบ่อยๆ”* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันเสมอนะครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับคุณบรรณารักษ์สายเนิร์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%