ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท•ตอนที่ 29

เลื่อนสถานะกลางทริป

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถ้ามึงยังไม่เลิกทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแล้วอมพะนำอยู่แบบนี้ กูจะเอาส้มตำปูปลาร้าเทราดหัวมึงจริงๆ นะวิน!" เสียงแหลมปนรำคาญของจีจี้ดังขึ้นทะลุกรอบแชตกลุ่มไลน์ 'สี่ขาพาตะลุยโลก' พร้อมกับรูปถ่ายสเกลหน้าของผมที่กำลังนั่งขมวดคิ้วยุ่งเหยิงจนหน้าผากแทบจะเป็นปมเงื่อนตาย อยู่ที่โต๊ะอาหารริมชายหาดของรีสอร์ตสุดหรูในจังหวัดกระบี่ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงคลื่นซัดสาดและเสียงหัวเราะครื้นเครงของเพื่อนร่วมทริปที่เหลือ แต่ผมกลับไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครง ให้ตายเถอะ... นี่มันคือตอนที่ 29 แล้วนะ! อีกแค่ตอนเดียวทริปนี้ก็จะจบลงอย่างสมบูรณ์ แต่ไอ้สถานะระหว่างผมกับไทม์มันดันไม่สมบูรณ์ตามเนี่ยสิครับ! ผมเหลือบสายตาไปมองไอ้ตากล้องหนุ่มตัวสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ไทม์กำลังถือแก้วน้ำสมุนไพรสีสวยด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็กดโทรศัพท์มือถือยุกยิก รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้ผมมันช่างเป็นรอยยิ้มแบบ 'ผู้ชนะ' ที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงมีได้ *แชตส่วนตัวระหว่างคุณกับไทม์:* **ไทม์:** หน้าดำคร่ำเครียดขนาดนี้ กลัวผมแอบถ่ายรูปตอนนอนไม่สวยเหรอครับคุณบล็อกเกอร์ **วิน:** ใครเครียด! หน้าฉันปกติโว้ย! แล้วอีกอย่าง เลิกส่งสายตาแบบนั้นสักที ขนลุก! **ไทม์:** ปกติเหรอครับ? แต่พิมพ์ผิดพิมพ์ถูกแถมพิมพ์ตกไปหลายตัวนะเนี่ย... หรือว่าที่มือสั่น เพราะเขินผมอยู่? **วิน:** หลงตัวเองขั้นสุด! ไปไกลๆ เลยไอ้คุณไทม์! ผมพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความเร็วแสงแล้วคว่ำหน้าจอมือถือลงกับโต๊ะทันเพราะทนเห็นสายตากรุ้มกริ่มนั้นไม่ไหว แก้มสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องยกมือขึ้นมาพัดวีตัวเองเป็นการใหญ่ ให้ตายเถอะครับ... ตั้งแต่เกิดมา ผม 'วิน' คนนี้ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาตกม้าตายให้กับตากล้องปากหมาที่ชอบแกล้งผมตั้งแต่วันแรกที่เหยียบสนามบิน จากตอนแรกที่เป็นคู่กัดกันชนิดที่เรียกว่าเจอหน้ากันที่ไหนต้องมีคนหัวแตก (หรือไม่ก็หูชา) แต่พอผ่านร้อนผ่านหนาว ข้ามภูเขา ลุยป่า และติดเกาะมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน ความรู้สึกแปลกปลอมบางอย่างก็ค่อยๆ กัดเซาะกำแพงในใจผมทีละน้อย และจุดพีคมันก็มาถึงเมื่อคืนนี้... คืนที่ไทม์แอบเดินมาเคาะห้องพักตอนตีสอง พร้อมกับยื่นกล้องดิจิทัลให้ดูรูปถ่ายนับร้อยรูปในเครื่อง... ซึ่งทุกรูป ล้วนมีภาพผมเผลอๆ ซ่อนอยู่เต็มไปหมด พร้อมกับประโยคสารภาพสั้นๆ ง่ายๆ แต่ทำเอาผมนอนไม่หลับไปทั้งคืน *"เบื่อแล้วที่เป็นคนแกล้ง... เปลี่ยนเป็นคนดูแลเธอตลอดไป... จะได้ไหมครับวิน"* พ้นจากประโยควันนั้น เราสองคนก็ยังไม่ได้เคลียร์สถานะกันอย่างเป็นทางการสักที เพราะความปากแข็งของผมที่เอาแต่โวยวายกลบเกลื่อนความเขินอาย จนทำให้เพื่อนๆ ในทริปเริ่มหมั่นไส้และรวมหัวกันตั้ง "ปฏิบัติการผลักดันเรือ" ขึ้นมาในวันนี้ "ไทม์!" เสียงของจีจี้ดังขึ้นอีกครั้ง เรียกความสนใจจากทุกคนบนโต๊ะอาหาร "ไหนๆ ก็คืนสุดท้ายของทริปนี้แล้ว ในฐานะที่แกเป็นตากล้องประจำทริป และวินเป็นบล็อกเกอร์รีวิว... ฉันว่าพวกเราสมควรมีพิธีการพิเศษอะไรสักหน่อยนะ เพื่อเป็นเกียรติแก่... อะแฮ่ม... ความสัมพันธ์ที่มันคลุมเครือมานานเกินไป" เพื่อนร่วมทริปคนอื่นๆ เริ่มส่งเสียงเชียร์และปรบมือสมทบกันอย่างสนุกสนาน บางคนถึงกับหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมอัดคลิปวิดีโอ ผมสะดุ้งโหยง รีบหันไปถลึงตาใส่จีจี้ที่เป็นตัวการหลัก แต่เพื่อนตัวดีกลับทำเป็นมองไม่เห็นแถมยังส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาให้ "พิธีการอะไรเหรอครับจีจี้?" ไทม์เป็นฝ่ายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่สายตาคมกริบนั้นกลับพุ่งตรงมาที่ผมคนเดียวราวกับเสือเจอด่วน ชวนให้ใจสั่นเล่น "ก็พิธี... **เลื่อนสถานะ** ยังไงล่ะจ๊ะ!" จีจี้ลุกขึ้นยืนชูแก้วน้ำขึ้นฟ้า "ในฐานะสักขีพยาน ฉันขอประกาศ ณ ตรงนี้เลยว่า ใครที่ยังปากแข็งแล้วไม่ยอมบอกความจริงกับใจตัวเองคืนนี้... ต้องโดนทำโทษด้วยการเป็นคนเลี้ยงอาหารทะเลมื้อใหญ่ที่สุดในทริปนี้ทั้งหมด!" "เฮียกกกกกก!" เสียงโห่ร้องเชียร์ดังลั่นชายหาด บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ แต่สำหรับผมแล้ว มันเหมือนกับสนามประลองที่ไม่มีทางให้ถอยหลัง ไทม์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขาวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ ช้าๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ ขยับเก้าอี้ของตัวเองให้เข้ามาใกล้ผมมากขึ้น พื้นที่ว่างระหว่างเราถูกย่นระยะจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ไหล่กว้างของเขาสัมผัสกับไหล่ของผมเบาๆ ส่งผ่านความอบอุ่นที่ทำเอาผมแทบจะกลายเป็นก้อนความร้อน "ว่าไงครับคุณวิน" ไทม์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ได้ยินกันแค่สองคน ลลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดอยู่ข้างใบหูจนผมต้องหดคอหนี "จะเลือกเป็น 'แฟน' ของผมดีๆ หรือจะเลือกเป็น 'เจ้ามือ' เลี้ยงอาหารทะเลหมื่นกว่าบาทดีครับ... เลือกเอาสักอย่างนะ" ผมหันไปมองค้อนใส่คนเจ้าเล่ห์ หน้าตาของผมคงจะแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูแน่ๆ ในเวลานี้ หัวใจเต้นรำทำเพลงจนควบคุมจังหวะไม่ได้ ปากก็อยากจะเถียงกลับไปให้สมกับความหมั่นไส้ แต่พอมองสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ฉายแววความจริงจังและความอบอุ่นอย่างปิดไม่มิด คำพูดโวยวายทั้งหมดก็พลันติดอยู่ที่ลำคอ ให้ตายเถอะ... แพ้ทางอีกแล้วสินะเรา ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต ตวัดสายตากลับไปมองหน้าเขาตรงๆ เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเขินอายแต่ก็ยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองในที่สุด "ใครเขาอยากจะจ่ายเงินหมื่นกว่าบาทกันเล่า..." ผมพึมพำเสียงเบาหวิว ชนิดที่ถ้าไม่มีเสียงคลื่นกลบ อาจจะไม่ได้ยินด้วยซ้ำ "ก็... ก็เป็นแฟนก็ได้วะ! พอใจยัง!" สิ้นเสียงของผม ชายหาดแทบจะแตกด้วยเสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือเฮฮาของจีจี้และเพื่อนร่วมทริปที่ลุกขึ้นยืนกระโดดโลดเต้นกันยกใหญ่ ราวกับพวกเขาเพิ่งชนะการแข่งขันโอลิมปิก จีจี้ถึงกับปาดน้ำตาปลอมๆ ด้วยความซาบซึ้งใจ ไทม์นิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนที่รอยยิ้มกว้างที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็นมาจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้น ดวงตาของเขาเป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ก่อนที่ผมจะได้ทันตั้งตัว ไทม์ก็เอื้อมมือมาคว้ามือผมไปกุมไว้แน่น ฝ่ามืออุ่นๆ ของเขาบีบกระชับเบาๆ เพื่อยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความฝัน *แชตส่วนตัวระหว่างคุณกับไทม์ (เด้งขึ้นมากลางวง):* **ไทม์:** ขอบคุณนะครับ... แฟนคนแรกและคนเดียวของผม **วิน:** ใครแฟนแก! (พิมพ์ไปเขินไป หน้าแดงจนแทบระเบิดแล้วโว้ย!) ผมพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดความเขินอาย แต่ไทม์กลับหัวเราะร่วนออกมาเสียงดัง พร้อมกับเอื้อมมือมาโยกหัวผมเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ท่ามกลางเสียงแซวและเสียงปรบมือของเพื่อนๆ ที่ดังไม่ขาดสาย ทริปนี้เริ่มต้นด้วยการปะทะฝีปากและสงครามประสาทที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ใครจะไปคิดล่ะครับว่า... จุดหมายปลายทางสุดท้าย มันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่อบอุ่นหัวใจที่สุดในชีวิตผมแบบนี้ ผมแอบอมยิ้มให้กับตัวเองเงียบๆ พลางคิดว่า... การตัดสินใจแบกเป้ออกเดินทางในครั้งนี้ คือการตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุดในรอบปีจริงๆ ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดโรแมนติกและความชื่นมื่นของการเลื่อนสถานะอยู่นั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตกลุ่มไลน์ของทริปก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับข้อความจากบุคคลปริศนาที่ไม่ได้มาร่วมทริปด้วย... **[แม่ทัพใหญ่ - แม่ของวิน]:** "วิน... ลูกอยู่ที่ไหน? ทำไมโทรหาไม่รับ แล้วนั่นใครยืนอยู่ข้างๆ ในรูปที่ยัยจีจี้มันแท็กมาเมื่อกี้... บอกแม่มาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร!" รอยยิ้มบนใบหน้าของผมแข็งค้างทันที หัวใจที่เพิ่งพองโตเมื่อครู่ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมกับความรู้สึกหนสันหลังวาบที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างฉับพลัน... *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและฟินไปด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%