กระเป๋าเดินทางสองใบวางนิ่งสนิทอยู่ข้างโซฟาในห้องนั่งเล่นที่คุ้นเคย เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันจองตั๋วเครื่องบินเด้งขึ้นเตือนบนหน้าจอมือถือ ย้ำเตือนว่าทริปสามสิบวันที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของผมได้เดินทางมาถึงสถานีสุดท้ายอย่างเป็นทางการแล้วครับ
"มองกระเป๋าตัวเองแล้วทำหน้าเหมือนหมาหงอยแบบนั้น หมายความว่าไงครับคุณบล็อกเกอร์"
เสียงทุ้มคุ้นหูลอยมาจากทางครัว พร้อมกับร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยาร์เกอร์สบายๆ ที่เดินถือแก้วกาแฟสองแก้วออกมา ไทม์วางแก้วลงบนโต๊ะไม้ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ มือหนายื่นมาดีดหน้าผากผมเบาๆ หนึ่งทีตามนิสัยชอบแกล้งที่แก้ไม่หาย
"ใครหมาหงอยกันครับคุณตากล้อง ตาฝาดไปใหญ่แล้วมั้ง" ผมรีบปัดมือเขาออกแล้วลุกขึ้นยืนทำเป็นจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย ทั้งที่ในใจมันโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูก
ทริปนี้จบลงแล้ว... ต่อจากนี้เราต่างคนต่างต้องกลับไปเคลียร์งานค้างที่กองโตบนโต๊ะทำงานของตัวเอง ชีวิตการเดินทางรอบโลกที่แสนวุ่นวายแต่มีเสียงหัวเราะของใครอีกคนคอยกวนประสาทกำลังจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ
จีจี้ส่งข้อความมาในกลุ่มแชตเมื่อสิบนาทีที่แล้วว่า *'พวกแก สรุปรูปคู่พรีเวดดิ้ง... อ้าว ไม่ใช่ รูปจบทริป จะลงเมื่อไหร่ อย่าลืมแท็กสตอรี่มาด้วยนะเว้ย ยินดีด้วยที่รอดชีวิตไม่ฆ่ากันตายกลางทาง!'*
ผมแค่น้ำตาซึมเล็กน้อยตอนอ่านข้อความนั้น ไม่ใช่เพราะซึ้ง แต่เพราะหมั่นไส้ความปากดีของเพื่อนสนิทต่างหาก
"แล้วตกลง... ไฟลท์บินกลับกรุงเทพฯ ของนายคือพรุ่งนี้เช้าใช่ไหม" ผมถามเสียงเบา พยายามไม่มองตาคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เพราะกลัวว่าเขาจะจับความสั่นไหวในน้ำเสียงของผมได้
ไทม์ไม่ตอบทันที เขาวางแก้วกาแฟลง ช้อนสายตาคมกริบขึ้นมองผม นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีความขี้เล่นซุกซนเหมือนทุกครั้งที่อยู่ระหว่างเดินทาง แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงจังบางอย่างที่ทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะ
"วิน..." ไทม์เรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม
"อะไรรis... เรียกอยู่ได้ หิวข้าวหรือไง" ผมแกล้งทำเป็นเฉไฉเดินหนีไปหยิบรีโมททีวีมากดเปลี่ยนช่องรัวๆ ทั้งที่หน้าจอไม่ได้มีรายการอะไรน่าสนใจเลยสักนิด
ร่างสูงลุกขึ้นเดินตามมาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผมจะทันได้ก้าวหนี ไทม์ก็เอื้อมมือมาแย่งรีโมทในมือผมไปวางไว้บนโต๊ะ พร้อมกับใช้มืออีกข้างจับไหล่ทั้งสองข้างของผมให้หันมาเผชิญหน้ากันตรงๆ
"มองหน้ากันหน่อยสิครับ" เขากระซิบ เสียงนั้นชิดริมฝีปากจนผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ
"ทำไม... เลิกกวนประสาทฉันสักวันจะตายหรือไง" ผมพยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่ทำเอาสติกระเจิง แต่ไทม์กลับใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางผมให้เงยขึ้นสบตา
"ตลอดสามสิบวันที่ผ่านมา เราข้ามน้ำข้ามทะเลไปด้วยกัน เปลี่ยนเครื่องบินมาก็หลายลำ นอนโฮสเทลเตียงนอนแข็งๆ มาก็เยอะ... แต่วินรู้ไหมว่า หมุดหมายไหนที่ผมชอบที่สุด"
ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาผม บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ะ... จะไปรู้เหรอ นายชอบที่ไหนล่ะ ไอซ์แลนด์? นอร์เวย์? หรือฟินแลนด์?"
"ไม่ใช่สักที่..." ไทม์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ละลายความเก๊กทั้งหมดของผมให้หายวับไปกับตา "ผมชอบ 'ข้างๆ วิน' ต่างหากครับ"
ตู้ม! เหมือนมีโกโก้ร้อนหกใส่กลางอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนหน้าผ่าวร้อนผ่าว ผมอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงกลับแต่เรียบเรียงคำพูดไม่ได้เลยสักคำ สมองมันขาวโพลนไปหมด ไอ้บ้านี่... ขยันหยอดตอนเผลออยู่เรื่อย!
"นะ... นายพูดบ้าอะไรเนี่ย เลี่ยนเป็นบ้าเลย ไทม์!" ผมโวยวายกลบเกลื่อนความเขินด้วยการผลักอกเขาเบาๆ แต่ไทม์กลับคว้าข้อมือผมไว้ แล้วดึงตัวผมเข้าไปกอดไว้แนบอก
อ้อมกอดอุ่นๆ ที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมจางๆปะปนกับกลิ่นแดดและฝุ่นจากการเดินทาง มันทำให้ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
"ไม่ได้พูดเล่นนะครับ" ไทม์กดคางลงบนกลุ่มผมของผมเบาๆ น้ำเสียงจริงจังขึ้นกว่าเดิม "ทริปนี้จบลงแล้วก็จริง... แต่ความสัมพันธ์ของเรามันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก วินจำสัญญาที่เราเคยเกี่ยวก้อยกันไว้ที่ดอยสูงตอนนั้นได้ไหมครับ?"
ผมนิ่งงันไป ความทรงจำเมื่อสัปดาห์ก่อนไหลย้อนกลับมา ในคืนที่ดาวเต็มฟ้า ลมหนาวพัดผ่าน เรายืนมองวิวเบื้องล่างด้วยกัน ไทม์เคยพูดประโยคหนึ่งที่ผมคิดว่าเขาแค่พูดเล่นแก้หนาว
*'ถ้าจบทริปนี้แล้ว... เรามาลองใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะ 'คนรู้ใจ' ดูไหมครับคุณบล็อกเกอร์'*
ตอนนั้นผมแกล้งทำเป็นหูทวนลมแล้ววิ่งหนีเข้าเต็นท์เพราะเขินจนแทบระเบิด แต่ใครจะรู้ล่ะครับว่าเขาจะเอาจริงเอาจังกับคำพูดนั้นขนาดนี้
"ใครเขาจะไปจำ..." ผมอู้อี้ตอบในอกเสื้อเขา
ไทม์หัวเราะในลำคอเบาๆ แรงสั่นสะเทือนจากอกของเขาทำเอาผมใจสั่น "ปากแข็งตลอดเลยนะเรา... ไหนเงยหน้ามาคุยกันให้รู้เรื่องสิครับคนเก่ง"
ผมค่อยๆ ดันตัวเองออกจากอ้อมกอดนั้นอย่างจำยอม ดวงตาพยายามมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาแพรวพราวของตากล้องหนุ่ม แต่ก็หนีไม่พ้นเมื่อนิ้วอุ่นๆ ของเขาจับแก้มผมให้หันกลับมามอง
"วินครับ..." ไทม์เรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา "ผมอาจจะเป็นคนกวนประสาท ชอบแกล้ง ชอบทำให้คุณโมโห... แต่ผมก็มีหัวใจดวงเดียวที่พร้อมจะเดินทางไปกับคุณทุกที่บนโลกใบนี้"
มือหนาควักกล่องกำมะหยี่สีดำเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊กที่วางพาดอยู่บนโซฟา เขาเปิดมันออก เผยให้เห็นแหวนเงินเรียบง่ายสลักลวดลายแผนที่เส้นเล็กๆ วิ่งรอบวง
ผมเบิกตากว้าง ความรู้สึกตื้นตันตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก น้ำตาใสๆ รื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่
"แหวนวงนี้แทนหมุดหมายสุดท้าย... และมันไม่ใช่แค่การเดินทางท่องเที่ยว แต่มันคือการเดินทางร่วมชีวิตกัน วิน... จะยอมให้ผมเป็นตากล้องส่วนตัวของคุณไปตลอดชีวิตเลยไหมครับ?"
ความเงียบโรยตัวลงมาครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงหัวใจของเราสองคนที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนริมฝีปากผม แม้พยายามจะทำฟอร์มขรึมแค่ไหน แต่สุดท้ายหยดน้ำตาแห่งความสุขก็ไหลรินลงมาอาบแก้ม
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยื่นมือซ้ายออกไปตรงหน้าเขา
"นายมันร้ายกาจที่สุดเลย ไทม์... รู้ตัวไหม" ผมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ปากก็ต่อว่าแต่รอยยิ้มกลับกว้างจนปิดไม่มิด
ไทม์ยิ้มกว้างจนตาหยี รีบสวมแหวนลงบนนิ้วนางของผมอย่างทะนุถนอม ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่หลังมือเบาๆ อย่างแผ่วเบาและอบอุ่น
"ขอบคุณนะครับที่ยอมตกหลุมรักคนกวนประสาทคนนี้"
"ใครบอกว่าฉันตกหลุมรักนาย... ฉันแค่สะดุดขาตัวเองต่างหากเล่า!" ผมยังคงเถียงกลบเกลื่อนตามฟอร์มเดิม แต่มืออีกข้างก็เอื้อมไปดึงคอเสื้อเขาลงมาใกล้ๆ แล้วกระซิบเบาๆ ข้างหู
"แต่... ก็ยินดีต้อนรับสู่การเดินทางตลอดชีวิตนะ... คุณตากล้อง"
ไทม์หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะดึงผมเข้าสู่อ้อมกอดอีกครั้ง ท่ามกลางแสงแดดอุ่นยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องพัก
ทริปนี้อาจจะมีจุดสิ้นสุดบนแผนที่โลก แต่สำหรับพวกเรา... มันคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางบทใหม่ที่ยาวนานและหวานซึ้งยิ่งกว่าเดิม และผมรู้ดีว่า... ไม่ว่าหมุดหมายต่อไปจะเป็นที่ไหน ขอแค่มีรอยยิ้มของคนกวนประสาทคนนี้อยู่ข้างๆ โลกทั้งใบก็อุ่นใจและน่าสำรวจเสมอ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและตกหลุมรักคู่กัดคู่นี้ไปด้วยกันนะครับ
ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท•ตอนที่ 30
บันทึกหน้าสุดท้าย (อวสาน)
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!