ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท•ตอนที่ 15

แชตลับฉบับคนแอบรัก

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"พี่มาร์คเหรอครับ?" ไทม์ทวนชื่อนั้นช้าๆ น้ำเสียงกดต่ำลงจนผมเสียวสันหลังวาบ รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทแบบเดิม... มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พร้อมจะพุ่งชนทุกอุปสรรค "ดูท่าทาง... ภารกิจคู่ของเราคงต้องเปลี่ยนเป็นการไปเคลียร์พื้นที่สนามรบด่วนแล้วล่ะครับ วิน" หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือผมสั่นครืดคราดติดต่อกันจนแทบหลุดมือ แจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชตสีเขียวเด้งขึ้นรัวๆ ดั่งห่าฝน ท่ามกลางบรรยากาศในร้านกาแฟสไตล์ลอฟท์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นสนามอารมณ์ขนาดย่อมๆ ระหว่างผมกับตากล้องหนุ่มหน้ามึนที่นั่งอยู่ตรงข้าม ไอ้ไทม์... เออ ช่างหัวมันเถอะครับ ตอนนี้สมองผมประมวลผลแทบไม่ทันเมื่อนึกถึงข้อความที่เพิ่งหลุดปากพูดออกไป ผมไม่ได้ตั้งใจจะบอกมันสักหน่อยว่าพี่มาร์ค—รุ่นพี่ร่วมคณะสมัยมหาวิทยาลัยที่เพิ่งส่งข้อความมาชวนไปกินข้าวเมื่อกี้—กำลังทำให้ผมรู้สึกกระวนกระวายใจ แต่เพราะความปากไวและนิสัยชอบขัดคอของไทม์แท้ๆ ที่ทำให้ผมเผลอหลุดชื่อนั้นออกมาเพื่อตัดบทความน่ารำคาญ *ปิ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นอีกครั้ง ไทม์ยังคงนั่งไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งหมุนแก้วกาแฟลาเต้เล่นอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองสลับกับหน้าผม นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานแบบที่เห็นทีไรชวนให้หมั่นไส้ทุกที **Time:** *'พี่มาร์คไหนเหรอครับคนดี หน้าตาดีสู้ตากล้องแถวนี้ไม่ได้แน่ๆ เชื่อผมสิ'* ผมเหลือบตามองค้อนขวับส่งไปให้ทันที พิมพ์ตอบกลับด้วยความเร็วแสงชนิดที่นิ้วแทบพันกัน **Win:** *'เรื่องของผมไหมครับคุณไทม์ กรุณาเลิกสอดเรื่องส่วนตัวแล้วกลับไปเคลียร์ภาพทริปเชียงรายให้เสร็จก่อนเถอะครับ งานกองเป็นภูเขาแล้วนั่น!'* **Time:** *'งานกองอยู่ตรงหน้าผมเนี่ยครับ... หน้าตากลมๆ กำลังนั่งทำแก้มป่องงอนผมอยู่เนี่ย น่ารักเป็นบ้าเลย ไทม์ควรจัดการยังไงดีครับเนี่ย'* ให้ตายเถอะ! นี่มันมนุษย์หรือปลิงทะเลครับ เกาะติดหนึบแถมยังชอบหยอดคำพูดเลี่ยนๆ ชวนให้เลือดลมสูบฉีดจนหน้าผ่าวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ผมยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองโดยอัตโนมัติเมื่อรู้สึกว่ามันเริ่มร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัด ผมพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา ตัวเองเป็นถึงบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวสายชิลล์ผู้ผ่านโลกกว้างมานับไม่ถ้วน ทำไมถึงต้องมาเสียอาการให้กับมุกเสี่ยวๆ ของตากล้องปากเสียคนนี้ทุกทีด้วยนะ "เลิกส่งข้อความบ้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมาคุยกันดีๆ เลยนะครับไทม์" ผมเอ็ดเบาๆ แต่พยายามกดเสียงไม่ให้ดังเกินไป กลัวลูกค้าโต๊ะข้างๆ จะหันมามองความไร้สาระของเราสองคน ไทม์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังเบาๆ เขายิ้มมุมปาก ยอมเงยหน้าขึ้นสบตาผมตรงๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมีความหมายลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่ "ทำไมล่ะครับ พิมพ์ในแชตมันเขินกว่าเวลาพูดต่อหน้าตั้งเยอะนะครับ วินไม่ชอบเหรอครับที่ผมหยอด" "ใครเขินคุณ ทุเรศมาก!" ผมสวนกลับทันควัน เสียงสูงปรี๊ดจนไทม์หัวเราะร่อในลำคออย่างชอบใจ "อ้าว ไม่ได้เขินเหรอครับ งั้นแปลว่าที่หูแดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอเนี่ย... อากาศในร้านมันร้อนเกินไปสินะครับ เดี๋ยวผมเรียกพนักงานมาปรับแอร์ให้เอาไหม" ไทม์แกล้งทำท่าจะกวักมือเรียกพนักงานจริงๆ จนผมต้องรีบยื่นมือไปคว้าแขนเขาไว้ตามสัญชาตญาณ สัมผัสอุ่นจากข้อมือของเขาทำเอาผมสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็รีบปล่อยมือทันทีเมื่อไทม์หันมามองด้วยสายตากรุ้มกริ่ม "ไม่ต้องเลย! จัดการกาแฟของคุณไปเงียบๆ เลยนะ" ผมดุกลบเกลื่อนความประหม่า ก้มหน้าลงมองจอโทรศัพท์ตัวเองต่อเพื่อหนีสายตาคู่นั้น ในหน้าจอแชตของพวกเราเต็มไปด้วยข้อความยิบย่อยนับร้อยบรรทัดตลอดทริปที่ผ่านมา ตั้งแต่เรื่องทะเลาะกันแย่งที่นั่งบนรถไฟ เรื่องบ่นอาหารไม่อ่อยปาก จนถึงข้อความหยอกล้อกวนๆ ที่ไทม์ขยันส่งมาให้ไม่เว้นแต่ละวัน ใครจะไปคิดล่ะครับว่า จากจุดเริ่มต้นที่เป็นแค่เพื่อนร่วมทริปที่เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องเปิดศึกกัดกันทุกที วันนี้ความสัมพันธ์ของเรากลับเดินทางมาไกลจนถึงจุดที่... แค่ข้อความแจ้งเตือนสั้นๆ ก็ทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะได้แล้ว ผมแอบเหลือบมองหน้าจอที่ยังเปิดแชตค้างไว้ นิ้วเรียวของไทม์ยังคงพิมพ์ข้อความรัวๆ เข้ามาอีกรอบ **Time:** *'พูดจริงๆ นะครับวิน... เรื่องพี่มาร์คอะไรนั่นน่ะ ถ้าเขาชวนไปไหนแล้วไม่อยากไป บอกผมได้นะครับ ผมว่างเสมอ... ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของวิน ผมสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ'* หัวใจผมกระตุกวูบไปชั่วขณะ ข้อความนั้นไม่มีอีโมจิกวนประสาทต่อท้ายเหมือนทุกที มีเพียงความจริงจังบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังตัวอักษรเหล่านั้น มันเป็นความห่วงใยที่เจือความรู้สึกบางอย่าง... ความรู้สึกที่ผมเองก็เริ่มจะไม่แน่ใจแล้วว่า เรายังเป็นแค่ 'เพื่อนร่วมทริป' กันอยู่จริงๆ หรือเปล่า ผมเม้มริมฝีปากแน่น สมองตีกันยุ่งเหยิงระหว่างความกลัวที่จะก้าวข้ามเส้น กับเสียงกระซิบเบาๆ ในใจที่บอกว่า... บางทีการเปิดใจให้คนตรงหน้า อาจไม่ใช่เรื่องแย่เลยสักนิด ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความรู้สึกที่กลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจ **Win:** *'ถ้าว่างนัก งั้นช่วยตอบผมหน่อยสิครับว่า... ที่คุณทำดีกับผม ที่คอยตามกวนประสาท คอยดูแลผมตลอดทริปนี้... สำหรับคุณแล้ว ผมเป็นอะไรกันแน่ครับ ไทม์'* พิมพ์เสร็จผมก็กดส่งทันทีโดยไม่ทันยับยั้งชั่งใจ หัวใจเต้นโครมครามรากระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ผมเงยหน้าขึ้นมองไทม์ช้าๆ รอคอยคำตอบด้วยความรู้สึกที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ไทม์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความนั้น รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เขาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ แล้วโน้มตัวเข้าหาผมยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ที่ข้างแก้ม "อยากรู้จริงๆ เหรอครับ..." ไทม์กระซิบเสียงนุ่ม ทุบทำลายกำแพงความใจแข็งของผมจนพังทลายลงในพริบตา "งั้นคืนนี้... ไปดินเนอร์กับผมสองคนสิครับ แล้วผมจะบอกคำตอบที่คุณอยากฟัง... ทุกคำเลย" ผมอ้าปากค้างกำลังจะอ้าปากปฏิเสธความเจ้าเล่ห์ของเขา แต่จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์ของไทม์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับสายเรียกเข้าจากบุคคลปริศนา ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของผมสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อไปทันที **[ สายเรียกเข้า: "คุณแม่" ]** ไม่ใช่แม่ของไทม์... แต่เป็นรูปโปรไฟล์และชื่อที่ทำให้ผมจำได้แม่นยำ เพราะมันคือคุณแม่ของผมเองที่กำลังโทรเข้ามาหาตากล้องหนุ่มคนนี้! ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับทุกคน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%