ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท•ตอนที่ 19

เซอร์ไพรส์ที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถ้ายังไม่ถอยออกไป... ผมจะเหยียบเท้าคุณจริงๆ ด้วยนะไทม์!" ผมขู่เสียงลอดไรฟัน พยายามซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู แผ่นหลังแนบสนิทติดกับผนังห้องพักของรีสอร์ตกลางป่าสน ขณะที่ตากล้องหนุ่มตัวสูงใหญ่ยังคงยืนค้ำแขนกักตัวผมไว้ในระยะประชิด ดวงตาคมกริบทอประกายพราวระยับราวกับแมวเจ้าเล่ห์ที่กำลังสนุกกับการต้อนหนูจนมุม บรรยากาศรอบตัวมันชวนให้หายใจไม่ทั่วท้องจริงๆ ครับ กลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจน์ราคาแพงผสมกับกลิ่นไอดินหลังฝนตก ยิ่งทำให้สมองผมรันช้ากว่าปกติไปหลายเท่า "เท้าคุณเล็กนิดเดียวเองวิน จะเหยียบผมไหวเหรอครับ" ไทม์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นจงใจลากยาวช้าๆ จนขนอ่อนลุกชัน "อีกอย่าง... คำถามเมื่อกี้ผมยังไม่ได้คำตอบเลยนะ จะให้จูบ หรือจะให้จีบ?" "ผมไม่ได้เลือกสักข้อ!" ผมสวนกลับทันควัน ใช้สองมือดันอกแข็งๆ ของเขาออกสุดแรง แต่วัวตัวโตร่างควายอย่างไทม์แทบไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด มีแต่จะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนผมต้องหลับตาปี๋เตรียมรับชะตากรรม— *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "ไอ้วิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย มึงหลบไปสวีตกับช่างภาพส่วนตัวนานเกินไปแล้ว เค้กจะละลายหมดแล้วเนี่ย!" เสียงตะโกนแปร๋นพร้อมกับแรงทุบประตูดังสนั่นจากด้านนอก ทำเอาผมสะดุ้งสุดตัวและใช้จังหวะนั้นมุดลอดแขนของไทม์หนีออกมาได้ทันท่วงที ดวงตาของผมเบิกกว้างด้วยความโล่งอกปนความเขินอายที่พุ่งทะยานจนเกือบระเบิด ไทม์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดาย เขายืดตัวตรงแล้วหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี "รอดตัวไปนะครับวิน... แต่จำไว้เลยว่าติดไว้ก่อนทบต้นทบดอกแน่นอน" ผมแยกเขี้ยวใส่เขาหนึ่งทีแก้เขิน ก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตูห้องพัก ปรากฏว่าร่างอวบของจีจี้เพื่อนสนิทตัวดีพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับกล่องเค้กขนาดก้อนกำลังพอดีในมือ ตามด้วยเพื่อนๆ ร่วมทริปอีกสี่ห้าคนที่ถือพลุประทัดกระดาษและกล้องวิดีโอเตรียมพร้อม "แฮปปี้เบิดเดย์ทูยู~ แฮปปี้เบิดเดย์ทูยู~ แฮปปี้เบิดเดย์... แฮปปี้เบิดเดย์... ไอ้วินเพื่อนรักกก!" เสียงร้องเพลงวันเกิดเพี้ยນๆ แต่เต็มไปด้วยพลังดังประสานเสียงขึ้นพร้อมกัน จีจี้ถือเค้กปักเทียนสว่างไสวเดินตรงเข้ามาหาผมกลางห้องนั่งเล่น รอยยิ้มกว้างของเพื่อนสนิททำให้ความตึงเครียดเมื่อคร่าวมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก ผมยืนนิ่งอึ้งด้วยความคาดไม่ถึง สมองที่รันช้าเมื่อกี้หยุดทำงานสนิท วันนี้... วันเกิดผมเหรอครับ? จริงสิ ผมมัวแต่ยุ่งกับการเดินทาง ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ และวุ่นวายอยู่กับการรับมือกับตากล้องจอมกวนประสาทจนลืมไปสนิทเลยว่าวันนี้คือวันคล้ายวันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีของตัวเอง "อ้าว ไอ้นี่ ยืนบื้อเป็นทือเลย มึงลืมวันเกิดตัวเองหรือไงวะ" จีจี้หัวเราะคิกคัก ยื่นเค้กเข้ามาใกล้จนความร้อนจากเปลวเทียนกระทบผิวหน้า "อธิษฐานเร็วๆ ดิ เทียนจะละลายหมดแล้วเนี่ย หรือว่ามึงกำลังอธิษฐานขอให้ไทม์เลิกแกล้ง?" คำแซวของจีจี้เรียกเสียงหัวครกครืนจากเพื่อนๆ ในกลุ่มทันที ผมรีบหันไปค้อนใส่เพื่อนสาวตัวแสบวงใหญ่ ก่อนจะเหลือบไปเห็นไทม์ที่เดินตามออกมาจากมุมห้อง เขายืนกอดอกพิงผนัง มองมาที่ผมด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาท แต่เต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้ใจผมกระตุกวูบ "อธิษฐานสิครับวิน" ไทม์เอ่ยปากกระตุ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของทุกคน ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ หลับตาลงแล้วอธิษฐานในใจ... *ขอให้ทริปนี้และเรื่องราวบ้าๆ ระหว่างผมกับไทม์... จบลงด้วยรอยยิ้มแบบนี้ไปนานๆ* ฟู่! ผมเป่าเทียนจนดับสนิท ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราวและเสียงเฮลั่นห้อง จีจี้รีบวางเค้กไว้บนโต๊ะแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปหมู่ทันที ทุกคนเข้ามาตบไหล่ อวยพร และยื่นของขวัญชิ้นเล็กๆ น้อยๆ ให้ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและความทรงจำที่ดีของการเดินทางครั้งนี้ แต่เซอร์ไพรส์ยังไม่จบแค่นั้นครับ... เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปหยิบเครื่องดื่มและขนมรอบโต๊ะ ไทม์ก็เดินถือกล้อง DSLR ตัวโปรดของเขาเข้ามาใกล้ผม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบเดิมกลับมาประดับบนใบหน้าหล่อเหลานั้นอีกครั้ง "สุขสันต์วันเกิดนะครับวิน" ไทม์พูดเสียงนุ่ม ยื่นกล้องในมือมาตรงหน้าผม "ของขวัญปีนี้... ผมไม่ได้ซื้อของแพงๆ ให้หรอกนะ" ผมเลิกคิ้วมองกล้องในมือเขาอย่างสงสัย "อะไรเนี่ย? จะให้ผมยืมกล้องคุณถ่ายรูปเหรอ ผมมีแล้วน่า" "ลองเปิดดูรูปในนี้สิครับ... รูปสุดท้ายนะ" เขาบอกพร้อมกับขยับเข้ามาใกล้จนไหล่เราเบียดกัน ผมเอื้อมมือไปกดเปิดหน้าจอแสดงผลของกล้อง เลื่อนดูภาพวิวทิวทัศน์ ภูเขา ทะเลสาบ และรอยยิ้มของผู้คนระหว่างการเดินทางตลอดสิบกว่าวันที่ผ่านมา ภาพแต่ละภาพงดงามและเต็มไปด้วยเรื่องราว จนกระทั่งมาถึงภาพสุดท้าย... หัวใจของผมกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น มันไม่ใช่ภาพวิวทิวทัศน์ที่ไหนเลยครับ... แต่มันคือภาพ Close-up โคลสอัพใบหน้าของผมเองในตอนเผลอ ขณะที่กำลังนั่งเหม่อมองพระอาทิตย์ตกดินริมหน้าต่างรถไฟ แสงสีทองสาดส่องกระทบใบหน้า ดวงตาส่อแววอ่อนโยนอย่างที่ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมี และที่สำคัญที่สุด... ที่มุมล่างของภาพ มีข้อความลายมือดิจิทัลเขียนทับไว้สั้นๆ ว่า *"รอยยิ้มที่สวยที่สุดในทริปนี้... เป็นของผมแล้วนะครับ"* ผมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของกล้องทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ไทม์โน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่สั่นประสาทที่สุด "ชอบของขวัญวันเกิดชิ้นนี้ไหมครับ... คุณบล็อกเกอร์คนเก่ง?" ผมอ้าปากค้าง จะอ้าปากด่าแต่คำพูดติดอยู่ที่ลำคอ ความเขินอายตีรวนขึ้นมาจุกอกจนพูดไม่ออกสักคำเดียว -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับพวกเขานะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%