ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท•ตอนที่ 17

อย่าไปยอมมันไอ้วิน

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถอยไปเลยนะไทม์ นายจะมาใช้มุกนี้กับฉันไม่ได้ผลหรอก" ผมดีดตัวถอยหลังกรูดจนหลังเกือบชนกับพนักโซฟาไม้ในคาเฟ่ริมทางหลวง สายตาจ้องเขมรึงไปยังตากล้องหนุ่มตัวแสบที่กำลังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกของเราแทบจะชนกันอยู่รำไร บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกย่อส่วนเหลือแค่พื้นที่สองตารางเมตรที่มีแต่กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นกาแฟคั่วบด ไทม์ไม่ยอมถอยตามคำสั่งแฮะ หมอนั่นกลับยิ้มมุมปาก ส่งสายตากรุ้มกริ่มชนิดที่เรียกว่าถ้าเป็นนางเอกละครหลังข่าวคงใจละลายคาอกไปสามรอบแล้ว แต่นี่คือวินไงครับ... วินบล็อกเกอร์ผู้เจนจัดสนามรบโซเชียลคนนี้ไม่มีทางเสียท่าให้มุกเลี่ยนๆ ของนายตากล้องหน้ามึนเด็ดขาด "มุกอะไรเหรวิน ผมยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยนะ" ไทม์ลอยหน้าลอยตาตอบ เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยอย่างจงใจ "หรือว่า... ในหัวสมองยุ่งเหยิงของบล็อกเกอร์คนเก่ง กำลังคิดไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้วครับเนี่ย" "ใครคิด! ใครคิดกันเล่า!" ผมโวยวายเสียงหลง รีบยกมือขึ้นผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่มือเจ้ากรรมดันไปแปะอยู่ตรงแผงอกแน่นๆ ใต้เสื้อยืดสีดำพอดิบพอดี สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนน่าหมั่นไส้... เดี๋ยวนะ หัวใจใครเต้นแรงกันแน่ฟะ ของผมหรือของมันวะเนี่ย! "อ้าว มือไม้อ่อนโยนจังนะวันนี้" ไทม์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะยอมผถอยตัวกลับไปนั่งพิงพนักเก้าอี้ตามเดิมอย่างสบายอารมณ์ แต่ดวงตาคมกริบยังคงพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "ถ้าชอบใจขนาดนี้ คราวหลังบอกได้นะ ผมให้จับฟรีๆ ไม่คิดค่าตัวเพิ่มหรอก" "หลงตัวเองที่สุด!" ผมคว้าแก้วชาเขียวเย็นเฉียบขึ้นมาดูดพรวดใหญ่เพื่อดับความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้า บ้าจริง... ทำไมช่วงนี้ผมถึงแพ้ทางรอยยิ้มกวนๆ ของไทม์บ่อยจังวะ ตั้งแต่ออกเดินทางทริปนี้มา ดูท่าทางภูมิต้านทานความเจ้าเล่ห์ของผมมันจะลดลงฮวบฮาบจนน่าตกใจ ผมก้มมองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างวาบขึ้นมาด้วยข้อความจากกลุ่มแชต [จีจี้ตัวแม่สายสرش]: วิน! แกถึงไหนแล้ว ยัยไทม์มันแกล้งอะไรแกอยู่หรือเปล่า ทำไมเงียบไปนาน ประสานงากันจนสลบคาคาเฟ่ไปแล้วมั้งสองคนนี้ [วินเตือนสติตัวเอง]: ฉันยังไม่ตายยยย! แล้วก็ไม่ได้สลบด้วย แค่กำลังต่อสู้กับภัยสังคมอยู่เว้ย [จีจี้ตัวแม่สายสرش]: ภัยสังคมอะไร หน้าตาหล่อเหลา ระดับท็อปฮิตติดลมบนขนาดนั้น เขาเรียกว่า 'ภัยต่อหัวใจ' ต่างหากเล่าแก! ยอมๆ เขาไปเถอะน่า ดูทรงแล้วแกก็ไม่ได้เกลียดเขาจริงนี่หว่า [วินเตือนสติตัวเอง]: แกนี่นะ... เข้าข้างมันตลอด! เดี๋ยวเถอะ กลับไปกรุงเทพฯ เมื่อไหร่จะงดชานมไข่มุกเป็นเวลาสามเดือน! [จีจี้ตัวแม่สายสرش]: เฮ้ย! ใจร้ายเกินไปแล้วคุณชายวิน! เอาเป็นว่าฉันเตือนแกด้วยความหวังดี... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ระวังหัวใจจะไปหล่นอยู่ที่เชียงใหม่นะจ๊ะ คิกคิก ผมกดล็อกหน้าจอสมาร์ทโฟนแทบไม่ทันเมื่อเห็นข้อความยั่วประสาทของเพื่อนสนิท ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบจนต้องยกมือขึ้นพัดลมให้ตัวเอง ไทม์ที่นั่งมองอยู่ฝั่งตรงข้ามเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก "คุยกับใครอยู่เหหน้าแดงเชียว" ไทม์เอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความอยากรู้อยากเห็นแบบเนียนๆ "หรือว่าคุยกับแฟนคลับ... เอ๊ะ หรือว่าคุยกับหนุ่มที่ไหนอยู่ครับเนี่ย" "เรื่องของฉันน่า" ผมค้อนใส่ไปหนึ่งวงใหญ่ "นายมีหน้าที่ขับรถและแบกขาตั้งกล้อง ก็ทำหน้าที่ของตัวเองไปเงียบๆ เลย ไม่ต้องมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องส่วนตัวของฉัน" "โห ใจร้ายจัง" ไทม์ทำหน้าหงอยลงนิดหน่อย (ซึ่งผมรู้ว่าเป็นมุกเสแสร้งร้อยเปอร์เซ็นต์) ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะอีกครั้ง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาดื้อๆ จนผมตั้งรับแทบไม่ทัน "วิน... ถามจริงๆ เถอะ" "อะ... อะไรอีกเล่า" ผมชะงักไปนิดเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ไม่มีแววหยลอกเล่นเหมือนเมื่อครู่ "ที่เราเดินทางด้วยกันมาครึ่งทางแล้วเนี่ย... นายเคยคิดบ้างไหม ว่าถ้าจบทริปนี้แล้ว เรายังจะได้เดินทางด้วยกันต่อหรือเปล่า" คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจผมอย่างประหลาด บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะเงียบลงไปชั่วขณะ เสียงเพลงอะคูสติกเบาๆ จากลำโพงร้านคาเฟ่กลายเป็นฉากหลังที่พร่าเลือน ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกใสเข้ามาตกกระทบลงบนเส้นผมของคนตรงข้าม ผมเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลคำถามนั้นอย่างรวดเร็ว ทำไมไทม์ถึงถามอะไรแบบนี้ออกมาวะ... ปกติมันมีแต่เรื่องกวนประสาท มุกเสี่ยวๆ หรือคำพูดหยอกล้อชวนปวดหัวไม่ใช่เหรอ ทำไมอยู่ๆ ถึงทำแววตาจริงจังและเปราะบางขนาดนี้ได้เล่า *หยุดนะวิน แกกำลังจะหลุมพรางของมันอีกแล้วนะเว้ย!* ผมเตือนสติในใจอย่างรุนแรง จำไว้สิวิน! ไทม์มันคือนักล่าแต้มความรู้สึก มันเก่งเรื่องทำให้คนอื่นหวั่นไหวแล้วก็เดินจากไปพร้อมกับรูปสวยๆ ในสต็อก ถ้าเราเผลอใจไปรักคนแบบนี้ มีหวังได้น้ำตาร่วงคาดอยแน่นอน ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจแล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นบล็อกเกอร์ปากจัดคนเดิม "นี่ไทม์..." ผมแกล้งหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงกวนๆ กลับไปบ้าง "สมองนายกระทบกระเทือนตอนขับรถตกหลุมเมื่อเช้าหรือไง ถึงได้มาถามอะไรเลี่ยนๆ แบบนี้เนี่ย จบทริปนี้ฉันก็ต้องกลับไปปั่นต้นฉบับรีวิวโรงแรมสิฟะ ใครจะไปว่างเดินทางเล่นรอบโลกเหมือนนายตลอดเวลา" ไทม์เงียบไป อึดใจหนึ่ง... รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาไหววับที่ผมอ่านไม่ออก แต่มันกลับทำให้ก้อนเนื้อในอกผมกระตุกวูบอย่างน่าแปลกใจ "นั่นสินะ..." ไทม์พึมพำเบาๆ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าจะคุยกับผม "นายก็คงคิดแบบนั้นอยู่แล้ว..." บรรยากาศเริ่มอึมครึมขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ผมขยับตัวอึดอัด รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งพูดอะไรที่มันใจร้ายเกินไปออกไปโดยไม่ตั้งใจ ทั้งที่ตั้งใจจะกวนประสาทให้มันจบๆ เรื่องแท้ๆ ทำไมตอนนี้ผมถึงรู้สึกหน่วงๆ ในใจแปลกวะเนี่ย "เอ่อ... ฉันหมายถึงว่า..." ผมอ้าปากจะแก้ตัว แต่แล้วเสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน *แชตกลุ่ม: หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจกู้ภัยหัวใจวิน* [จีจี้ตัวแม่สายสرش]: วิน! ด่วนที่สุด! แกเปิดดูเว็บเพจท่องเที่ยว 'JourneyHunter' หรือยัง ตอนนี้มีบล็อกเกอร์คู่แข่งเอาบทความทริปเชียงใหม่ของแกไปป์แวร์ (Plagiarism) แถมยังบิดเบือนข้อมูลหาว่าแกรับเงินรีวิวร้านอาหารทิพย์อีกด้วย! ตอนนี้คนแชร์กันเป็นพันแล้วแก! ผมเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนในชั่วพริบตา ลืมความรู้สึกอึดอัดเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น นิ้วมือรีดหน้าจอสมาร์ทโฟนเลื่อนหาลิงก์ข่าวอย่างลนลาน หัวใจเต้นรัวด้วยความโกรธและตกใจปนเปกันไปหมด บ้าจริง! ใครมันกล้ามาขโมยผลงานหยาดเหงื่อแรงกายของผมแถมยังใส่ร้ายป้ายสีกันแบบนี้วะ! ผมกำลังจะเงยหน้าขึ้นบอกไทม์เรื่องข่าวร้าย แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากผมจะอ้าออก ไทม์ที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือผมไว้แน่น ดวงตาคมกริบที่เมื่อครู่ยังมีความเศร้าเจืออยู่ ตอนนี้กลับกลายร่างเป็นประกายความดุดันและจริงจังอย่างน่ากลัว "ไม่ต้องเปิดดู..." ไทม์เอ่ยเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท ทว่าทรงพลังจนผมต้องชะงักงัน "เงยหน้าขึ้นมามองผมตอนนี้... วิน" ผมเผลอทำตามคำสั่งนั้นอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาของเราประสานกันนิ่งท่ามกลางความโกลาหลในหัวของผม "ฟังผมดีๆ นะ..." ไทม์ขยับเข้ามาใกล้ผมอีกครั้ง ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับข้างแก้ม น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยประโยคที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจ "เรื่องพวกนั้น ปล่อยให้ผมจัดการเอง... จำไว้นะครับ ว่าผมไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายบล็อกเกอร์คนโปรดของผมเด็ดขาด" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและคอยส่งกำลังใจให้คู่กัดคู่นี้มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%