ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท•ตอนที่ 21

เริ่มห่างแต่ใจดันใกล้

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
“ถ้าคุณไม่เลิกจ้องแบบนั้น ผมจะฟ้องเจ้าหน้าที่อุทยานว่าคุณคุกคามความเป็นส่วนตัวของนักท่องเที่ยวแล้วนะ!” ผมกระแทกเสียงใส่ไอ้คนตรงหน้า พยายามทำหน้านิ่งให้ดูน่าเกรงขามที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจมันเต้นระส่ำจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ไอ้สายตาคมกริบที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงชั้นใต้ดินของความรู้สึกนั่น... มันคืออาวุธร้ายแรงที่ไอ้ตากล้องนี่ชอบเอามาใช้แกล้งผมอยู่เรื่อย “ฟ้องเลยครับ” ไทม์ไหวไหล่เบาๆ มุมปากนั่นยกยิ้มกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง “แต่ก่อนจะฟ้อง ช่วยเช็กดูหน่อยได้ไหมว่าหลักฐานที่ผมเก็บไปน่ะ... ผมเซฟไว้ที่ไหน” มันหยิบกล้องคู่ใจขึ้นมาคล้องคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินดุ่มๆ ไปทางโซนป่าดิบชื้น ทิ้งให้ผมยืนกำสายกระเป๋าเป้แน่นจนมือสั่น จังหวะหัวใจที่เพิ่งเต้นเป็นปกติเมื่อครู่ กลับมาโหมกระหน่ำอีกครั้งเพราะประโยคทิ้งท้ายที่มันเพิ่งพูดเมื่อกี้ วันนี้เราต้องแยกกันครับ ตามแผนการเดินทางที่จีจี้เป็นคนวางไว้ ผมต้องไปเก็บข้อมูลโซนน้ำตกทางทิศเหนือ ส่วนไทม์... มันต้องไปเก็บภาพมุมสูงที่จุดชมวิวทิศตะวันออก มันเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่เราต้องห่างกันเกินห้านาที “วิน! ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ ไปได้แล้ว!” จีจี้ตะโกนเรียกมาจากจุดรวมพล ผมสะดุ้งสุดตัว รีบเบือนหน้าหนีสายตาที่ไทม์ยังคงเหลียวกลับมามอง ก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินหนีไปอีกทาง บรรยากาศในป่าช่วงสายแดดรำไรไม่ได้ช่วยให้ใจผมสงบลงเลยครับ ยิ่งห่างจากไทม์มาเท่าไหร่ ความเงียบรอบข้างมันยิ่งทำให้เสียงความคิดในหัวดังขึ้นเท่านั้น *‘อ่านสายตาผมเอาเองเถอะ...’* ประโยคเมื่อคืนย้อนกลับมาหลอนซ้ำๆ ผมหยิบมือถือขึ้นมาเช็กแชต ดูข้อความล่าสุดที่มันส่งมาสั้นๆ ตอนที่เราแยกทางกันเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน **Time:** *ฝากระวังตัวด้วยนะ อย่าเผลอไปทำหน้ากวนใส่สัตว์ป่าล่ะ เดี๋ยวโดนงาบไม่รู้ด้วย* **Win:** *ห่วงตัวเองเถอะไอ้บ้า* ผมพิมพ์ตอบกลับไปแค่นั้น นิ้วโป้งค้างอยู่ตรงปุ่มส่ง ใจนึงอยากจะพิมพ์ต่อว่า *‘รีบกลับมานะ’* แต่สุดท้ายก็ได้แต่ลบออกแล้วปิดหน้าจอลง ผมถอนหายใจยาว พยายามโฟกัสกับงานตรงหน้า แต่ในหัวดันมีแต่ภาพใบหน้ากวนๆ กับแววตาอ่อนโยนเวลาที่มันมองมา เวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน... ปกติผมเป็นคนชอบเที่ยวคนเดียว ชอบความเงียบ แต่ทำไมวันนี้ ความเงียบมันถึงดูน่ารำคาญใจขนาดนี้ ผมเดินบันทึกข้อมูลจนมาถึงจุดแวะพักริมน้ำตก เสียงน้ำกระทบโขดหินดังสนั่นแต่มันกลับเหงาอย่างประหลาด ผมตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง เลื่อนดูอัลบั้มภาพส่วนตัว ภาพใบหน้าที่มักจะปรากฏอยู่หลังเลนส์กล้องของผมเสมอคือไทม์... ไม่ใช่ภาพวิวสวยๆ ที่ไหน แต่มันคือภาพที่ผมแอบถ่ายมันตอนเผลอ ทั้งตอนที่มันกำลังเซตกล้อง ตอนที่มันกินข้าว หรือแม้แต่ตอนที่มันนอนหลับในรถ “ถ้ามันเห็นรูปพวกนี้ มันจะหาว่าเราโรคจิตไหมวะ” ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะกดเปิดหน้าแชตของคนตัวสูงอีกครั้ง **Win:** *นี่...* **Win:** *ตรงนี้วิวสวยมากนะ* **Win:** *แต่ถ้ามีตากล้องฝีมือห่วยๆ แถวนี้มาด้วยสักคน คงจะถ่ายรูปออกมาดูดีกว่านี้เยอะ* กดส่งไปได้ไม่ถึงสิบวินาที เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นรัวๆ เหมือนอีกฝั่งรออยู่ก่อนแล้ว **Time:** *คิดถึงเหรอ?* **Win:** *หลงตัวเอง! แค่เปรียบเทียบเฉยๆ* **Time:** *งั้นเปรียบเทียบใหม่ไหม?* **Time:** *ตรงที่ผมอยู่ วิวก็สวยนะ แต่ถ้าไม่มี 'คนกวนประสาท' คนนึงมายืนบ่นข้างๆ... ผมว่าภาพวันนี้มันก็แค่ภาพถ่ายธรรมดาๆ รูปนึงว่ะ* ผมอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจเจ้ากรรมมันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก อะดรีนาลีนในตัวพุ่งพล่านไปหมด ทั้งเขิน ทั้งหมั่นไส้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความรู้สึก ‘โหยหา’ ที่มันเริ่มชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้แล้ว จังหวะที่ผมกำลังจะพิมพ์ตอบกลับ เสียงโวยวายของจีจี้ที่ดังมาจากอีกฝั่งของป่าก็ขัดจังหวะขึ้น “วิน! ทางนี้! มีปัญหาแล้ว!” ผมรีบวิ่งไปทางต้นเสียงด้วยความตกใจ จีจี้ยืนหน้าตื่นอยู่หน้าซอกหินที่เหมือนจะเป็นเส้นทางลัด “ไทม์... ไทม์มันบอกว่าจะถ่ายมุมสูงจากบนนั้น แต่ตอนนี้สัญญาณขาดหายไปเลย ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่นาทีที่แล้ว!” ใจผมกระตุกวูบ ความรู้สึกห่วงแทรกซึมเข้าครอบงำจนมือเย็นเฉียบ ผมรีบกดโทรออกหาไทม์ทันที สัญญาณดังยืดยาว... หนึ่งครั้ง สองครั้ง... สามครั้ง... ไร้การตอบรับ ผมไม่รอให้จีจี้พูดอะไรต่อ ตัดสินใจมุ่งหน้าไปทางจุดชมวิวทิศตะวันออกทันที ความกังวลตีรวนในหัวสมอง ทั้งกลัวว่ามันจะเป็นอะไร และกลัว... กลัวว่าถ้ามันเป็นอะไรไปจริงๆ ผมจะไม่มีโอกาสได้พูดสิ่งที่ค้างคาในใจออกไป “ไทม์! ไทม์ได้ยินไหม!” ผมตะโกนลั่นป่าจนคอแห้งผาก ฝนเริ่มตั้งเค้าเมฆดำมืดปกคลุมไปทั่วภูเขา ผมวิ่งจนขาแทบก้าวไม่ออก จนกระทั่งเห็นเงาร่างคนคุ้นตาที่กำลังนั่งพิงโขดหินอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในระยะสายตา ผมหยุดกึก... หัวใจเกือบหยุดเต้นเมื่อเห็นสภาพของมันที่เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนและดูอ่อนแรง “ไทม์!” ผมรีบวิ่งเข้าไปหาทันที ไม่สนใจความเหนื่อยหอบของตัวเอง ไทม์เงยหน้าขึ้นมองผม แววตาของมันดูอิดโรยแต่พอมันเห็นผม ใบหน้านั่นกลับมีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้น “มาช้าจังนะครับ... ผมรอดูอยู่ตั้งนาน” “รอดูอะไร! เจ็บตรงไหนไหม ไอ้บ้าเอ๊ย!” ผมโพล่งออกไป เสียงสั่นด้วยความโกรธปนห่วง “ทำไมไม่รับโทรศัพท์! รู้ไหมว่ากู... ว่าผมเป็นห่วงแค่ไหน!” คำว่า ‘กู’ หลุดปากออกไปโดยไม่รู้ตัว ความกังวลที่สั่งสมมามันทลายกำแพงทุกอย่างจนหมดสิ้น ไทม์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะยื่นมือมาคว้าข้อมือผมไว้ แล้วออกแรงดึงเบาๆ จนตัวผมเซไปปะทะกับอกกว้างของมัน “ไม่ได้เป็นอะไรครับ แค่แบตฯ มือถือหมด... แต่ที่ต้องนั่งรอ เพราะผมกำลังรอดูว่า” ไทม์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าผม “วินจะวิ่งมาหาผมด้วยความเป็นห่วงจริงๆ หรือแค่จะมาด่าผมกันแน่” ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามที่เริ่มใกล้เข้ามา ไทม์ค่อยๆ ขยับมือขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผมออก แววตานั่นไม่ใช่แววตากวนประสาทเหมือนทุกวัน แต่มันลึกซึ้งและจริงจังจนผมแทบหยุดหายใจ “เฉลยคำตอบหน่อยได้ไหมครับ... ในสายตาคุณตอนนี้ ผมเห็นอะไร?” ผมอ้าปากจะเถียง แต่เสียงของมันกลับจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อไทม์ขยับเข้ามาจนริมฝีปากเราเกือบจะชิดกัน ในขณะที่ผมกำลังจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง เสียงแจ้งเตือนแชตในมือถือที่ผมถือค้างไว้ก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความที่ส่งมาจาก 'จีจี้' *‘วิน! ไทม์มันแกล้งหลอกให้แกไปหามันเฉยๆ! จริงๆ มันไม่ได้เป็นอะไรเลย แบตฯ มันก็แค่หมด แต่มันไม่ได้ตกหน้าผาเหมือนที่แกเข้าใจ รีบหนีออกมาจากตรงนั้นเลยนะ!’* ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความนั้น ในขณะที่ไทม์เองก็ก้มลงมามองหน้าจอในมือผมพอดี... ไทม์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปากแบบที่ผมเกลียดที่สุด “อ่า... ดูเหมือนแผนผมจะถูกเปิดเผยซะแล้วสินะ” แต่มันไม่ได้ปล่อยข้อมือผม... กลับกัน มันกลับรวบตัวผมเข้ามากอดแน่นขึ้นจนหนีไปไหนไม่ได้ “ในเมื่อรู้ความจริงแล้ว... จะให้ผมปล่อยคุณไปง่ายๆ แบบนี้จริงๆ เหรอครับ?” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมกับเจ้าคนกวนประสาทคนนี้นะครับ ครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%