ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท•ตอนที่ 9

คนขี้แกล้งกับอาการแพ้ทาง

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถ้าวินยังเดินหนีผมอีกก้าวเดียว ผมจะถือวิสาสะอุ้มพาดบ่าตรงนี้จริงๆ ด้วยนะครับ ไม่เชื่อก็ลองดู" เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดใบหู ทำให้ผม—วิน บล็อกเกอร์หนุ่มที่กำลังทำฟอร์มเดินจ้วงฝ่าเท้าหนีอย่างรวดเร็ว—ต้องสะดุ้งสุดตัวจนเกือบสะดุดขาตัวเองล้มกลางตลาดโบราณของเมืองเชียงคานแห่งนี้ ผมรีบหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงทันตวัน ดวงตากลมโตถลึงมองไอ้ตากล้องหน้ามึนที่ยืนกอดอกยิ้มแป้นแล้นส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้ ชนิดที่ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ลบความกวนประสาทออกจากหน้ามันไม่ได้ ให้ตายเถอะ! นี่ผมพยายามหนีหน้ามันมาสามชั่วโมงเต็มๆ ตั้งแต่เหตุการณ์กระป๋องเบียร์ริมโขงเมื่อคืน ที่ไอ้บ้านี่ดันเผลอยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมเกือบเผลอเอาหน้าผากไปชนกับปลายจมูกมันเข้า แล้วทำไมไม่ว่าจะหลบไปซอกซอยไหน หลบหลังเสาไฟหรือแม้แต่แกล้งเนียนเข้าไปยืนมุงร้านขายผ้าซิ่น ไทม์ก็ยังโผล่มาดักหน้าดักหลังเหมือนติด GPS ไว้ที่ตัวผมวะเนี่ย! "นี่นาย! ตามฉันมาทำไมเนี่ย บริเวณนี้ไม่มีมุมให้ถ่ายรูปหรอกนะ ไปไกลๆ เลยไป!" ผมแกล้งทำเสียงเข้มใส่ ยื่นมือผลักอกแกร่งเบาๆ เป็นเชิงไล่ แต่เจ้ากรรม นายไทม์กลับไม่ได้สะเทือนเลยสักนิด แถมยังทำเนียนจับข้อมือผมไว้หลวมๆ แล้วโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนผมต้องรีบผงะถอยหลัง "ไม่ได้ตามสักหน่อยครับ แค่บังเอิญ... เดินวนมาเจอคนหน้ามุ่ยแถวนี้พอดี" ไทม์ตอบหน้าตาย พร้อมกับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างชอบใจที่ได้เห็นผมหงุดหงิด "อีกอย่าง วินกำลังหนีผมต่างหาก ถามจริงๆ เถอะครับ ผมไปทำอะไรให้คุณบล็อกเกอร์คนเก่งกลัวเหรอ ถึงได้เดินหนีเร็วยิ่งกว่าเจอผีปอบแบบนี้" "ใครกลัว! ใครหนี! พูดจาเพ้อเจ้อ!" ผมรีบปฏิเสธเสียงสูงกลบเกลื่อนความพิรุธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงใบหู ร้อนจนรู้สึกได้ว่าพวงแก้มมันคงแดงแจ๋ไปหมดแล้ว "ฉันแค่อยากเดินคนเดียวเพื่อหาฟีลลิ่งเขียนบทความเว้ย นายมีหน้าที่ถ่ายรูปก็ไปเดินส่องนกส่องไม้โน่น ไม่ต้องมาเดินตามติดฉันเป็นเงาตามตัวแบบนี้ หงุดหงิด!" "หงุดหงิดผม หรือว่า... หงุดหงิดหัวใจตัวเองกันแน่ครับที่เผลอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน" ไทม์กระซิบประโยคหลังด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ดังก้องชัดเจนในโสตประสาทของผม รอยยิ้มมุมปากของมันร้ายกาจเสียจนผมอยากจะหยิบมะม่วงเปรี้ยวแถวนั้นมาอุดปากมันให้รู้แล้วรู้รอด ไอ้บ้านี่! มันอ่านเกมผมขาดทุกรอบ แถมยังชอบหยิบเอาแผลใจเล็กๆ ที่ผมพยายามกลบเกลื่อนมาล้อเลียนหน้าตาเฉย ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมแล้วทำเป็นเชิดหน้าใส่ "เพ้อเจ้อใหญ่แล้วไทม์ ใครเขาจะไปคิดถึงเรื่องไร้สาระแบบนั้น... หลบไปเลยนะ ฉันจะไปซื้อน้ำปั่น" ผมตัดบทหนีแล้วรีบสาวเท้าเดินจ้ำอ้าวหนีไปยังร้านน้ำผลไม้ปั่นป้าสำลีที่อยู่ถัดไปสามคูหา โดยไม่กล้าหันกลับไปมองเลยว่าไอ้ตากล้องตัวดีจะเดินตามมาไหม แต่เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวตามมาเป็นจังหวะเดียวกันกับผม ก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า... หนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น ป้าสำลีเจ้าของร้านมองหน้าผมสลับกับไทม์ที่เดินมาหยุดยืนซ้อนหลังอยู่ชิดติดแผ่นหลังของผมพอดี ป้าแกยิ้มกริ่มจนตาหยีตามประสาคนอัธยาศัยดี "อ้าวพ่อหนุ่มคู่กัดคู่นี้ วันนี้มากันเป็นแพ็กคู่เหมือนเดิมเลยนะจ๊ะ น้ำมะม่วงปั่นหวานน้อยของแฟนหนุ่มนี่เหมือนเดิมไหมล่ะ" ผมสำลักน้ำลายตัวเองทันทีจนต้องไอโขลกๆ "แค๊กๆ! ป้าครับ! ผมกับไอ้นี่ไม่ได้เป็นแฟนกันนะ! พูดจาเรื่อยเปื่อยน่าป้า!" "โหย ป้าก็แค่แซเล่นน่า ทำไมต้องหน้าแดงขนาดนั้นด้วยล่ะพ่อคูณ" ป้าสำลีหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะลงมือปั่นน้ำมะม่วงต่อ ส่วนไทม์ที่ยืนอยู่ข้างหลังผม ก็ฉวยโอกาสนี้โน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านเส้นผมของผมไปนิดเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ป้าตาทิพย์นะครับเนี่ย มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าเราเหมาะกัน" ไทม์กระซิบเบาๆ ริมหู จงใจแกล้งให้ผมสติกระเจิงเล่น ผมหันขวับกลับไปหมายจะด่าให้หูชา แต่เนื่องจากระยะห่างที่ใกล้กันเกินไป ทำให้ริมฝีปากของผมเกือบจะเฉียดเข้ากับแก้มสากของอีกฝ่ายอย่างจัง ทั้งผมและไทม์ต่างชะงักค้างไปพร้อมกัน ดวงตาคมกริบของตากลุ่มหนุ่มสบเข้ากับดวงตาของผมตรงๆ ในระยะประชิด ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งเข้าปกคลุมรอบตัวเรา เสียงจอแจของตลาดโบราณรอบข้างพลันเงียบหายไปราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายกลับเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเครื่องปั่นน้ำผลไม้ บรรยากาศรอบตัวมันแปลกไป... จากเดิมที่เป็นแค่สงครามประสาทหยอกล้อกันเล่นๆ แต่วินาทีนี้ สายตาที่ไทม์มองมามันกลับเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่อ่านไม่ออก แต่มันกลับทำเอาผมร้อนรุ่มไปทั้งตัวจนหายใจแทบไม่ทั่วท้อง "วิน..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อผมแผ่วเบa มือหนาที่ถือวิสาสะเอื้อมมาจับปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผมออกให้อย่างอ่อนโยนสัมผัสนุ่มนวลนั้นทำเอาผมแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน "นายเนี่ย... น่ารักเกินไปแล้วรู้ตัวไหมครับ" ตูม! เหมือนมีระเบิดลูกยักษ์มาลงกลางอก สมองผมขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว ไไอ้บ้านี่... มันรุกหนักเกินไปแล้วนะ! "ฮั่นแน่! สองคนนี้สวีตกันกลางร้านป้าเลยเหรอวะเนี่ย แหม นึกว่าจะหนีมาเที่ยวคนเดียว ที่แท้ก็แอบมาสวีตสองต่อสองนี่เอง!" เสียงตะโกนแว้ดๆ ของจีจี้ที่โผล่พรวดออกมาจากซอกตึกพร้อมกับถือไม้เซลפיในมือ ทำเอาผมสะดุ้งสุดขีด ผลักอกไทม์กระเด็นถอยหลังไปสามก้าวทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ ส่วนไอ้ไทม์ก็ทำหน้าเสียดายเล็กน้อยแต่ก็ยอมถอยฉากออกไปยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "จีจี้! แกโผล่มาจากไหนเนี่ยตกใจหมด!" ผมโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งทะลุปรอท "ฉันเดินตามรอยพวกแกมาห่างๆ ต่างหากล่ะย่ะ เห็นภาพเมื่อกี้แล้วอยากจะกรี๊ดเป็นภาษาอาร์เจนตินา โอ๊ย เคมีมันได้มากแก คู่กัดสายปั่นอะไรจะฟินเบอร์นี้ เดี๋ยวฉันต้องเอาไปลงสตอรี่แฉให้ฟอลโลเวอร์ในเพจรู้ซะหน่อยแล้ว!" จีจี้ทำท่าจะยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปประจานผมจริงๆ ผมเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ถ้ารูปนี้หลุดออกไป ภาพพจน์บล็อกเกอร์สายลุยปากจัดของผมป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีแน่! ผมพุ่งตัวเข้าไปแย่งมือถือจากมือเพื่อนสนิททันทีโดยไม่ทันระวังตัว "ห้ามลงนะจีจี้!" จีจี้หัวเราะคิกคักแล้ววิ่งหนีผมอ้อมไปหลบหลังไทม์ ซึ่งตอนนี้ยืนกอดอกอมยิ้มมองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความสนุกสนาน และในจังหวะที่ผมกำลังจะพุ่งเข้าไปชาร์จเพื่อนตัวดีนั่นเอง มือหนาของไทม์ก็คว้าเอวของผมไว้หลวมๆ เพื่อดึงให้หยุดวิ่ง ป้องกันไม่ให้ผมชนเข้ากับชั้นวางสินค้าของร้านค้าข้างทาง แต่แรงดึงนั้นกลับทำให้ผมเซถลาเข้าไปซบลงกับแผงอกกว้างของเขาเต็มรัก ใบหน้าของผมแนบชิดอยู่กับซอกคอของไทม์พอดี กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายแดดอ่อนๆ ของตัวเขาลอยเข้าจมูกจนเต็มปอด ไทม์ก้มลงกระซิบชิดใบหูของผมด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่สั่นระริกเล็กน้อย จนผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มกวนประสาทนั้น "ถ้าไม่อยากให้จีจี้แฉ... คืนนี้ออกไปดูดาวริมโขงกับผมสองคนนะครับ แล้วผมจะยอมสั่งให้ลบรูปนั้นให้" ผมตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนวิ่งหนีเขาเสียอีก ความลังเลและสับสนตีรวนอยู่ในอกจนพูดไม่ออกสักคำเดียว ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของทั้งคู่ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%