"นายจะเช็กเมมโมรีการ์ดอะไรนักหนาสongวะไทม์ ตั้งแต่กินมื้อเที่ยงเสร็จ หน้าจอ LCD ของนายก็กลายเป็นบ้านหลังที่สองไปแล้วนะ"
ผมโวยวายพร้อมกับใช้ปลายนิ้วเขี่ยก้อนน้ำแข็งในแก้วชาเขียวเย็นเจี๊ยบให้หมุนวน เสียงก๊องแก๊งของแก้วพลาสติกที่กระทบโต๊ะไม้ในคาเฟ่ริมทะเลสาบช่วยกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวอย่างไร้เหตุผลได้นิดหน่อย... เออ เน้นว่านิดหน่อยจริงๆ ครับ
ไทม์เงยหน้าขึ้นจากจอพับขนาดสามนิ้วของกล้องมิラーลีสคู่ใจ รอยยิ้มมุมปากที่ผมเห็นแล้วอยากจะหยิบช้อนกาแฟมาดีดหน้าผากเขาสักทีปรากฏขึ้นอีกแล้วครับ หมอนี่ไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่กลับเลนส์ซูมเข้าออกเบาๆ จนเกิดเสียงกลไก *คลิック* เล็กๆ ในความเงียบ
"ก็รูปมันสวย..." ไทม์ลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท "แล้วอีกอย่าง... ฉันไม่ได้เช็กวิวทิวทัศน์หรอกนะวิน ฉันกำลังเช็ก 'องค์ประกอบศิลป์' ต่างหาก"
"องค์ประกอบบ้าอะไรของนาย หน้าฉันติดเรอมารอบนึงแล้วมั้งเมื่อกี้" ผมแกล้งทำเป็นมองออกไปนอกกระจกใส เพื่อซ่อนใบเริ่มร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู ตั้งแต่เราเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางที่สิบของทริปนี้ ไทม์ก็แปลกไป... หมอนี่พกกล้องตัวนี้ติดตัวตลอดเวลา ไม่ยอมห่างกาย แม้กระทั่งตอนที่ผมบอกว่าจะเดินไปซื้อไอติมรสชาไทย เขาก็ยังกดชัตเตอร์รัวๆ จนคนขายแซวว่าพวกเราเป็นคู่รักฮันนีมูน
ครืดดด—
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนบนโต๊ะดังขึ้น ขัดจังหวะการปะทะฝีปากที่กำลังจะเริ่มรอบใหม่ ผมเหลือบมองหน้าจอ เป็นแชตกลุ่ม "ทริปนี้รอดไม่รอดวะ" ที่มีจีจี้เป็นตัวตั้งตัวตี
[จีจี้ตัวแม่สายปั่น]: @วิน เป็นไงบ้างแกรรรร ไทม์มันพาไปส่องกล้องส่องทางไกลหรือยัง
[จีจี้ตัวแม่สายปั่น]: เลิกซึนแล้วสารภาพมาเถอะว่าเขากำลังถ่ายรูปขันหมากอยู่ 5555555
[วินตัวจริงเสียงจริง]: ขันหมากพ่อแกสิยัยจี้! เขากำลังเช็กไฟล์งานส่งบอสต่างหาก เลิกมโนแล้วไปไถนาเถอะไป!
ผมพิมพ์ตอบกลับด้วยความเร็วแสง พร้อมกับส่งสติกเกอร์หน้าหมาทำหน้าเอือมระอาไปให้หนึ่งกรุบ แต่พอมองเงสะท้อนจากกระจกใส... ผมกลับเห็นไทม์กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์อะไรบางอย่างยิกๆ ในโทรศัพท์ของตัวเองเหมือนกัน
รอยยิ้มที่เขาซ่อนไว้หลังจอสมาร์ทโฟนมันชวนให้หมั่นไส้เป็นบ้าครับ
"ยิ้มอะไรของนาย หน้าจอมีตลกคาเฟ่ฉายอยู่หรือไง" ผมหันไปแขวะใส่คนที่นั่งฝั่งตรงข้าม ไทม์ค่อยๆ วางกล้องลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเลื่อนมันมาตรงหน้าผม ช้าๆ... ทว่ามั่นคง
"ลองกดดูสิ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก "รูปในนั้น... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะลบหรอกนะ ถึงแม้ว่านายจะสั่งให้ลบมันทุกรูปก็เถอะ"
หัวใจผมกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นิ้วชี้ที่กำลังจะหยิบหลอดดูดน้ำชะงักกึก กล้องตัวหรูของไทม์นอนนิ่งสนิทอยู่ตรงหน้า หน้าจอ LCD ขนาดเล็กกำลังเรืองแสงสลัวท่ามกลางบรรยากาศยามบ่ายที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือข้างหนึ่งยื่นออกไปแบบลังเล... กลัวเหลือเกินว่าภาพที่ปรากฏขึ้นมาจะเป็นภาพหน้าตอนผมกำลังกินมูสเค้กเลอะมุมปาก หรือภาพตอนที่ผมเผลอหลับอ้าปากหวอขณะนั่งรถไฟ
*กดปุ่ม Play*
พรึบ!
ภาพแรกผ่านไป... ภาพวิวทะเลสาบหมอกลงจัดตอนตีห้า
ภาพที่สองผ่านไป... ภาพกาแฟดำสองแก้ววางคู่กันบนโต๊ะไม้เก่าๆ
ภาพที่สาม... ภาพหันหลังของผมที่สะพายเป้ใบโต เดินนำหน้าเขาไปตามทางเดินแคบๆ ในหมู่บ้านโบราณ
แล้วนิ้วของผมก็หยุดค้างอยู่ที่ภาพถัดไป
ลมหายใจผมสะดุดกึกในอก ภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพเผลอเรอแบบที่ผมคิดไว้เลยสักนิด... มันคือภาพโคลสอัปใบหน้าของผม ตอนที่กำลังยืนมองพระอาทิตย์ตกดินเมื่อวานนี้ แสงสีส้มทองสาดกระทบลงบนแพขนตาและพวงแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาของผมในภาพสะท้อนภาพของตัวเขาเองที่ถือกล้องอยู่—มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง... ความรู้สึกที่ผมพยายามปฏิเสธมาตลอดสิบตอนเต็มๆ ว่ามันไม่มีอยู่จริง
ที่สำคัญที่สุดคือ... มุมล่างขวาของภาพ มีการตั้งค่าระบบบันทึกวันที่และเวลาไว้อย่างชัดเจน
มันคือรูปที่เขาแอบถ่ายผมมาตลอดการเดินทาง... ทุกช่วงเวลา ทุกรอยยิ้ม และทุกครั้งที่ผมเผลอแสดงด้านที่อ่อนแอที่สุดออกมาให้เขาเห็น
"ไทม์..." ผมพยายามจะเปล่งเสียงออกมา แต่ลำคอมันกลับตีบตันราวกับมีก้อนอะไรมาจุกอยู่
"ฉันตั้งใจถ่ายรูปพวกนั้น... เพื่อเตือนความจำตัวเองน่ะวิน" ไทม์ขยับตัวโน้มเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น แววตาคมกริบของเขาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นหรือความกวนประสาทเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความจริงจังที่ทำเอาผมหายใจไม่ทั่วท้อง
"เตือน... เตือนอะไรของนาย" ผมถามเสียงสั่น พยายามดึงสติกลับมา แต่สายตาก็ยังหนีไม่พ้นหน้าจอที่แสดงภาพใบหน้าตัวเองซ้ำไปซ้ำมา
"เตือนว่า... ฉันตกหลุมรักบล็อกเกอร์ปากจัดคนนี้ ตั้งแต่หมุดหมายแรกที่เราเริ่มออกเดินทางด้วยกันแล้วล่ะครับ"
กริ๊ง!
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับลมเย็นๆ ที่พัดผ่านเข้ามา แต่โลกทั้งใบของผมกลับหยุดหมุนลงตรงวินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์ของผมสั่นครืดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความใหม่จากไทม์ที่เพิ่งส่งตรงเข้ามาในแชตส่วนตัว ทั้งๆที่เรานั่งอยู่ห่างกันแค่ไม่ถึงคืบ...
[Time]: รูปในกล้องอาจจะไม่ได้บอกทุกอย่าง... แต่ให้โอกาสฉันบอกความรู้สึกทั้งหมดด้วยตัวเอง ในฐานะ 'แฟน' คนแรกและคนเดียวของนายได้ไหมครับ?
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของทั้งคู่ในตอนนี้ด้วยนะครับ
ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท•ตอนที่ 10
กล้องตัวนั้นกับรูปถ่ายที่ไม่ได้บอก
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!