ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท•ตอนที่ 8

อาหารมื้อนี้ทำไมมันหวาน

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"เอาล่ะ... แผนกจัดฉากและสืบสวนสอบสวนแห่งชาติ ขอประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่จะต้องไปนั่งรับลมชมดาวริมหน้าผากันสองต่อสอง ณ บัดนี้ครับ!" เสียงของจีจี้ดังลั่นทะลุเสียงคลื่นซัดหาดทรายกระแทกโขดหิน ในบรรยากาศร้านอาหารกึ่งบาร์ริมทะเลสาบของเมืองพري์ม (Pren) ประเทศมอนเตเนโกร โต๊ะไม้ยาวที่พวกเราหกคนใช้นั่งกินมื้อค่ำร่วมกัน บัดนี้ถูกแปรสภาพให้กลายเป็นเวทีประลองยุทธ์กลายๆ โดยฝีมือของเพื่อนสนิทตัวแสบ ที่จงใจสลับสับเปลี่ยนป้ายชื่อที่วางไว้แต่แรกอย่างจงใจ วิน (Win) ที่เพิ่งยกแก้วน้ำสมุนไพรขึ้นจดริมฝีปาก สำลักพรวดออกมาจนเกือบพ่นใส่หน้าคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "แค่กๆ! เดี๋ยวนะจีจี้ เธอสลับป้ายบ้าอะไรเนี่ย เก้าอี้ฝั่งนี้มันเต็มแล้วนะ" วินโวยวายทันที มือบางรีบคว้าทิชชูมาเช็ดปาก ลนลานจนทำช้อนตกกระทบจานเสียงดังเคร้ง "เต็มอะไรล่ะแก ดูซิ... เก้าอี้ตัวริมสุดฝั่งขวาของนาย กับเก้าอี้ตัวริมสุดฝั่งซ้ายของตาไทม์ มันว่างอยู่แค่สองตัวพอดิบพอดี แถมตรงนั้นเป็นมุมอับลม วิวสวย โรแมนติก เหมาะแก่การปรับความเข้าใจ... เอ๊ย เหมาะแก่การกินอาหารทะเลรับลมหนาวที่สุดแล้วจ้า" จีจี้ลอยหน้าลอยตาพูด พร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้กับเพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นๆ ที่ต่างพากันพยักเพพะเห็นดีเห็นงามเป็นขบวนการ ไทม์ (Time) ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ร่างสูงในเสื้อฮู้ดดี้สีเทาอ่อนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นัยน์ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนแสงไฟสีส้มอมเหลืองจากตะเกียงบนโต๊ะ เขาวางแก้วเบียร์ในมือลงช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่เขาลงมติกันขนาดนี้แล้ว... เจ้าของที่นั่งเบอร์หนึ่งจะขัดศรัทธาเพื่อนฝูงได้ยังไงจริงไหมครับ คุณบล็อกเกอร์ปากเก่ง" ไทม์พูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ พร้อมกับเอื้อมมือมาถือวิสาสะหยิบจานข้าวและแก้วน้ำของวิน ย้ายข้ามฝั่งไปวางไว้ที่เก้าอี้ตัวข้างๆ ทันที "เฮ้ย! ใครอนุญาตให้ย้ายของฉันไม่ทราบ! ฉันบอกตอนไหนว่าจะไปนั่งตรงนั้น!" วินแยกเขี้ยวใส่ ทำท่าจะลุกขึ้นแย่งจานคืน แต่ไทม์ไว Go-Getter กว่า มือใหญ่กดไหล่บางให้นั่งลงเบาๆ แรงกดเพียงนิดเดียวนั้นกลับทำให้หัวใจของวินกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ "นั่งลงน่า วิน... ปล่อยให้เพื่อนเขาทำหน้าที่สื่อรัก เอ๊ย สื่อสัมพันธ์มิตรภาพการเดินทางเถอะครับ เกรงใจคนชงเขาหน่อย ดูสิจีจี้ตาเป็นประกายยิ่งกว่าหิ่งห้อยแล้วนั่น" ไทม์กระซิบข้างหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ที่ดังอยู่ใกล้จนเกินความจำเป็นทำเอาผิวบริเวณต้นคอของวินร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ท้ายที่สุด วินก็จำใจต้องเดินคอตกไปหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวที่ถูกจัดเตรียมไว้ ระยะห่างระหว่างเขากับไทม์ในตอนนี้แทบไม่มีช่องว่าง ไหล่กว้างของตากลุ่มหนุ่มแนบชิดติดกับไหล่บางของเขา ทุกครั้งที่ไทม์ขยับตัว ไม่ว่าจะหยิบส้อม ตักอาหาร หรือแม้แต่หายใจ ไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายก็แผ่ซ่านเข้ามาจนวินรู้สึกว่าอากาศรอบตัวมันร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆ ทั้งที่ลมทะเลข้างนอกกำลังพัดกรรโชกความหนาวเย็นเข้ามาแท้ๆ บนโต๊ะอาหารค่ำเต็มไปด้วยเสียงหัวoเราะและบทสนทนาสนุกสนานของแก๊งเพื่อน แต่สำหรับวินแล้ว โลกทั้งใบดูเหมือนจะหดแคบลงเหลือเพียงพื้นที่รัศมีสิบเซนติเมตรตรงนี้ พื้นที่ที่มีกลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอายทะเลจากตัวของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อาหารมื้อนี้สั่งมาหลากหลาย ทั้งปลาเทราต์ย่างเกลือ สลัดผักสดกรอบ และซุปครีมเห็ดร้อนๆ จีจี้แกล้งสั่งเมนูพิเศษมาให้คนทั้งคู่ เป็น "พาสต้าซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิลสีขาว" จานใหญ่ที่จัดมาให้แชร์กันกินแค่สองคน "อ่ะ... เมนูพิเศษเชื่อมสัมพันธ์ ค่อยๆ ตักแบ่งกันกินนะจ๊ะ ระวังสำลักความหวานล่ะ" จีจี้ยังไม่วายส่งเสียงแซวข้ามโต๊ะ วินหน้าแดงซ่าน รีบตักเส้นพาสต้าใส่จานตัวเองอย่างลهاลลาน มือไม้สั่นเทาเล็กน้อยด้วยความประหม่า ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้เป็นคนขี้อายขนาดนี้ในการเดินทางทริปอื่นๆ แต่พอเป็นไทม์... เป็นผู้ชายคนที่ชอบกวนประสาทเขาตั้งแต่สนามบินจนถึงยอดเขาแห่งนี้ ทุกอย่างมันมักจะมีพลังงานบางอย่างมาคอยปั่นป่วนหัวใจเขาอยู่เสมอ "เกร็งอะไรขนาดนั้นครับ หิวจนมือสั่นเลยเหรอ หรือว่า... เขินผมกันแน่" ไทม์เอ่ยทักขึ้นเบาๆ ระหว่างที่ใช้ส้อมม้วนเส้นพาสต้าเข้าปาก สายตาคมกริบเหลือบมองคนข้างกายที่กำลังพยายามทำเป็นสนใจวิวทิวทัศน์รอบตัวมากกว่าอาหารในจาน "ใครเขินนาย! บ้าหรือเปล่า ไทม์... นายอย่ามามโนนะ ฉันแค่... แค่หิวจนตาลายต่างหากเล่า!" วินหันมาโวยวายกลบเกลื่อน ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในแสงไฟสลัว "อ้าวเหรอครับ นึกว่าที่หน้าแดงนี่เพราะตื่นเต้นที่ได้นั่งใกล้ผมเสียอีก" ไทม์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับมองสำรวจใบหน้าของคนตัวเล็กกว่าด้วยความเอ็นดู "ไหน... ชิมซุปนี่หน่อยสิ ผมตักมาให้ อร่อยนะ หวานกลมกล่อมดี" พูดจบ ไทม์ก็ตักซุปครีมร้อนๆ ขึ้นมาหนึ่งช้อน เป่าเบาๆ สองสามครั้ง ก่อนจะยื่นมาจ่อตรงริมฝีปากของวิน "นี่! นายจะบ้าหรือไง ทุกคนมองอยู่โต๊ะโน้นนะ!" วินตาโต รีบหันไปมองรอบด้านด้วยความตกใจกลัวเพื่อนเห็น แม้ว่าเพื่อนๆ จะหันไปสนใจวงสนทนาของตัวเองกันหมดแล้วก็ตาม "เขาก็สนใจเรื่องของเขากันทั้งนั้นแหละ อ้าปากสครับ... หรือจะให้ผมป้อนด้วยวิธีอื่น?" ไทม์เลิกคิ้วท้าทาย พร้อมกับขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนจมูกโด่งแทบจะชนกับแก้มใส วินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ด้วยความหมั่นไส้และความจำยอมผสมปนเปกัน เขาอ้าปากรับซุปช้อนนั้นเข้าปากเพื่อตัดรำคาญ รสชาติละมุนลิ้นของซุปครีมเห็ดผสมความหวานกลมกล่อมของวัตถุดิบกระจายไปทั่วปาก แต่ทำไม... เขารู้สึกว่ารสชาติมันหวานเกินกว่าปกติเสียจริง หวานจนแสบคอ หวานจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ "อร่อยไหมครับ?" ไทม์ถามยิ้มๆ รอฟังคำตอบ วินเคี้ยวตุ้ยๆ กลืนอาหารลงคออย่างยากลำบาก หลบสายตาคู่นั้นที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย "ก็... ก็ธรรมดา ปรุงมาหวานไปหน่อยมั้ง" "อ้าวเหรอครับ แต่ผมชิมแล้ว... ผมว่ามันหวานกำลังดีนะ หวานกว่าน้ำตาลเคี่ยวเสียอีก" ไทม์พึมพำเบาๆ ประโยคนั้นไม่ได้พูดดัง แต่กลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของวิน บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ เสียงคลื่น เสียงเพลงจากร้านอาหาร และเสียงพูดคุยรอบโต๊ะราวกับเลือนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกันในระยะประชิด ไทม์วางช้อนในมือลง สายตาที่เคยแพรวพราวขี้เล่นเมื่อครู่ บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งจริงจังจนวินไม่กล้าสบตาตรงๆ มือใหญ่เอื้อมมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปร็อกใบหน้าของวินออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านแก้มทำเอาขนลุกซู่ วินนิ่งค้างไปทันที สมองประมวลผลไม่ทันกับจังหวะรุกฆาตที่คาดไม่ถึงนี้ "วิน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีเค้าLางความกวนประสาทเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนที่ชวนให้ใจสั่นระทึก "ฮะ... อะไร" วินตอบเสียงสั่น พยายามจะถอยหลังหนี แต่ติดพนักเก้าอี้ ไทม์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดกับใบหูของคนตัวเล็ก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนวินต้องห่อไหล่ด้วยความจั๊กจี้และวาบหวามในคราวเดียวกัน "ผมไม่ได้หมายถึงซุปในจานหรอกนะ... ที่ผมบอกว่ามันหวานน่ะ" ไทม์กระซิบแผ่วเบา ประโยคถัดมาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนตัวสูงทำเอาวินเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนจนแทบหยุดทำงาน "หมายถึงคนนั่งข้างๆ ผมตรงนี้ต่างหาก... ที่ทั้งหวาน ทั้งน่ารัก จนผมชักจะติดใจไม่อยากแบ่งให้ใครแล้วล่ะครับ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของทั้งคู่ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%