ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท•ตอนที่ 13

สารภาพว่าหวง

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ขอโทษนะครับ พอดีผมมากับเพื่อน เดี๋ยวผมขอตัวไปหาเขาก่อนนะครับ" เสียงทุ้มนุ่มที่ผมคุ้นเคยดีดังขึ้นข้างหูผม แต่มันไม่ใช่เสียงที่พูดกับผมหรอกครับ ไทม์กำลังยืนส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กับหนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าวที่เข้ามาทักทายเรื่องกล้องถ่ายรูปตรงล็อบบี้โรงแรม ท่าทางเป็นกันเองและสายตาแพรวพราวแบบนั้นน่ะ... ผมเห็นจนชิน แต่ไม่เคยรู้เลยว่าทำไมวันนี้มันถึงดูขวางหูขวางตาแปลกๆ ผมยืนกอดอกพิงเสาอยู่ไม่ไกล กัดริมฝีปากตัวเองจนรู้สึกถึงรสฝาดปร่า ความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอกเมื่อกี้ยังไม่ทันจางหายไปดี กลับมีเรื่องใหม่เข้ามาสุมไฟให้ร้อนรุ่มขึ้นไปอีก "วิน! เป็นไรเนี่ย ทำหน้าอย่างกับจะไปกินหัวใครเขา" จีจี้สะกิดแขนผมพลางมองตามสายตาผมไป "อ๋อ... อ๋ออออ! กลิ่นอะไรตุๆ วะ เหมือนกลิ่นคนหึงแถวนี้เลยแฮะ" "หึงบ้าอะไรล่ะจีจี้ คนอย่างวินเนี่ยนะจะหึงไทม์? ฝันไปเถอะ" ผมรีบปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจมันร้อนวูบวาบจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว "หรออออ แล้วที่ยืนกัดปากตัวเองจนแทบจะเลือดออกนี่คืออะไรครับคุณเพื่อน? เลิกปากแข็งเถอะ เดี๋ยวไทม์ก็โดนคาบไปกินหรอก" จีจี้หัวเราะคิกคักก่อนจะเดินหนีไปหาที่นั่งรอด้านนอก ทิ้งให้ผมยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพังกับความสับสนที่พุ่งพล่าน ผมมองไทม์ที่กำลังเดินห่างออกมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคนนั้น เขาสะพายกล้องคู่ใจไว้ข้างตัว ท่าเดินที่ดูสบายๆ แต่สง่างามนั่นน่าหมั่นไส้เป็นบ้า ยิ่งจังหวะที่เขาหันมาสบตาผมแล้วส่งยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์มาให้ ผมยิ่งรู้สึกว่ากำแพงที่สร้างไว้ในใจมันเริ่มสั่นคลอน "มองอะไรขนาดนั้นครับ? หน้าผมมีอะไรติดหรือไง หรือว่า... หลงเสน่ห์คนหล่อเข้าแล้ว?" ไทม์เดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นแดดจางๆ ของเขา "หลงตัวเองชะมัด" ผมสวนกลับทันควัน พยายามเบี่ยงสายตาไปทางอื่น "เมื่อกี้เห็นคุยสนุกเชียว สนิทกันเร็วดีนะ เพื่อนใหม่เหรอ?" น้ำเสียงผมมันประชดประชันชัดเกินไปจนไทม์ชะงักไปนิด เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในแววตาผมแน่ๆ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นขี้เล่นเหมือนทุกครั้งที่เขาตั้งใจจะแกล้งผมให้จนมุม "อ๋อ... คนนั้นน่ะเหรอครับ เขามาถามทางน่ะ แต่คนข้างๆ ผมเนี่ยสิ ทำไมถึงทำหน้ายักษ์ใส่ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วล่ะครับ หวงเหรอ?" คำถามที่พุ่งตรงมาทำเอาผมไปไม่เป็น ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ไทม์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง จนตอนนี้พื้นที่ระหว่างเราแทบไม่มีเหลือ ระยะห่างที่ใกล้ขนาดที่ผมมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคมคู่นั้นชัดเจน "ใครหวง... ไม่ได้หวงสักหน่อย อย่าสำคัญตัวผิดนะไทม์" ผมพยายามทำเสียงให้เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก "งั้นเหรอครับ? แต่ท่าทางวินเมื่อกี้มันฟ้องนะว่าไม่ได้คิดแค่ 'เพื่อนร่วมทริป' ธรรมดา" เขาลดระดับเสียงลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบที่แผ่วเบาและทรงพลัง "ถ้าไม่ได้หวง งั้นผมไปคุยกับคนอื่นต่อแล้วนะ" เขาแกล้งทำท่าจะเดินหันหลังกลับจริงๆ จังหวะนั้นเอง ความรู้สึกที่ไม่ทันได้ยับยั้งชั่งใจก็สั่งให้มือผมคว้าแขนเขาไว้โดยอัตโนมัติ "เดี๋ยว..." ผมหลุดปากออกมา ไทม์หยุดกึก เขายังไม่หันกลับมา แต่ไหล่ของเขาไหวเล็กน้อยเหมือนกำลังกลั้นยิ้ม ผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนช้าลง วินาทีนั้นความทิฐิที่เคยมีมันพังทลายลงราบคาบเหลือเพียงความจริงที่ตะโกนก้องอยู่ในใจ ผมไม่อยากเห็นเขาไปยืนยิ้มให้ใครแบบนั้น ไม่อยากให้สายตาคู่นั้นไปโฟกัสที่ใครนอกจากผม "ผมบอกให้หยุดไง..." ผมกัดฟันพูด "ไม่ได้ให้ไปไหนทั้งนั้นแหละ" ไทม์ค่อยๆ หันกลับมามองหน้าผม แววตาของเขาไม่ได้มีความกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับมีความอ่อนโยนและความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้ผมหน้าร้อนผ่าว "สารภาพออกมาสิครับ ว่าที่รั้งไว้แบบนี้... เพราะหวงใช่ไหม?" เขาก้มหน้าลงมาจนหน้าผากของเราเกือบจะแตะกัน ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเงียบระหว่างเรามันหนาแน่นจนแทบจะหายใจไม่ออก ในขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากตอบ จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนแชตในโทรศัพท์ไทม์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา ไทม์ละสายตาจากผมไปมองหน้าจอโทรศัพท์เพียงแวบเดียว ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างฉับพลัน เขารีบก้าวถอยห่างออกไปหนึ่งก้าวโดยไม่บอกกล่าว "วิน... ผมขอโทษนะ พอดีมีเรื่องด่วนเข้ามา ผมต้องไปจัดการอะไรสักอย่างก่อน" "ด่วน? ด่วนอะไร? แล้วเรื่องที่เราคุยกันเมื่อกี้ล่ะ?" ผมถามด้วยความงุนงงและรู้สึกหน่วงในใจอย่างบอกไม่ถูก ไทม์ไม่ตอบ เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดส่งแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปทางประตูโรงแรม ทิ้งให้ผมยืนเคว้งอยู่กลางล็อบบี้ด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ ผมตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูแชตกลุ่มที่เราคุยกันประจำ เผื่อว่าจะมีอะไรอัปเดต แต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาผมแทบหยุดหายใจ ในกลุ่มแชตที่เงียบเหงามาตลอดสิบนาที ไทม์เพิ่งจะส่งข้อความล่าสุดเข้ามาก่อนจะกด 'ยกเลิกข้อความ' ทันที แต่มันไม่ทัน... ผมอ่านมันทันตั้งแต่วินาทีที่แจ้งเตือนเด้งขึ้นมา ข้อความนั้นเขียนว่า: *'ถ้าบอกว่ารักแล้ววินจะหายหวงไหมครับ?'* ผมยังไม่ทันได้หายใจหายคอ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ผมไม่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับมือปริศนาที่แตะลงบนไหล่ผมแรงๆ จนผมสะดุ้งสุดตัว "ขอโทษนะครับ... คุณคือคนที่มากับไทม์ใช่ไหม?" ผมหันกลับไปมองเจ้าของเสียง ก่อนจะพบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ท่าทางของเธอที่ดูร้อนรนนั้น... ดูเหมือนกำลังมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นกับไทม์จริงๆ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับผมในทุกก้าวนะครับ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับทุกคนครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%