"ขอโทษนะครับ พอดีผมมากับเพื่อน เดี๋ยวผมขอตัวไปหาเขาก่อนนะครับ"
เสียงทุ้มนุ่มที่ผมคุ้นเคยดีดังขึ้นข้างหูผม แต่มันไม่ใช่เสียงที่พูดกับผมหรอกครับ ไทม์กำลังยืนส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กับหนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าวที่เข้ามาทักทายเรื่องกล้องถ่ายรูปตรงล็อบบี้โรงแรม ท่าทางเป็นกันเองและสายตาแพรวพราวแบบนั้นน่ะ... ผมเห็นจนชิน แต่ไม่เคยรู้เลยว่าทำไมวันนี้มันถึงดูขวางหูขวางตาแปลกๆ
ผมยืนกอดอกพิงเสาอยู่ไม่ไกล กัดริมฝีปากตัวเองจนรู้สึกถึงรสฝาดปร่า ความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอกเมื่อกี้ยังไม่ทันจางหายไปดี กลับมีเรื่องใหม่เข้ามาสุมไฟให้ร้อนรุ่มขึ้นไปอีก
"วิน! เป็นไรเนี่ย ทำหน้าอย่างกับจะไปกินหัวใครเขา" จีจี้สะกิดแขนผมพลางมองตามสายตาผมไป "อ๋อ... อ๋ออออ! กลิ่นอะไรตุๆ วะ เหมือนกลิ่นคนหึงแถวนี้เลยแฮะ"
"หึงบ้าอะไรล่ะจีจี้ คนอย่างวินเนี่ยนะจะหึงไทม์? ฝันไปเถอะ" ผมรีบปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจมันร้อนวูบวาบจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว
"หรออออ แล้วที่ยืนกัดปากตัวเองจนแทบจะเลือดออกนี่คืออะไรครับคุณเพื่อน? เลิกปากแข็งเถอะ เดี๋ยวไทม์ก็โดนคาบไปกินหรอก" จีจี้หัวเราะคิกคักก่อนจะเดินหนีไปหาที่นั่งรอด้านนอก ทิ้งให้ผมยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพังกับความสับสนที่พุ่งพล่าน
ผมมองไทม์ที่กำลังเดินห่างออกมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคนนั้น เขาสะพายกล้องคู่ใจไว้ข้างตัว ท่าเดินที่ดูสบายๆ แต่สง่างามนั่นน่าหมั่นไส้เป็นบ้า ยิ่งจังหวะที่เขาหันมาสบตาผมแล้วส่งยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์มาให้ ผมยิ่งรู้สึกว่ากำแพงที่สร้างไว้ในใจมันเริ่มสั่นคลอน
"มองอะไรขนาดนั้นครับ? หน้าผมมีอะไรติดหรือไง หรือว่า... หลงเสน่ห์คนหล่อเข้าแล้ว?" ไทม์เดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นแดดจางๆ ของเขา
"หลงตัวเองชะมัด" ผมสวนกลับทันควัน พยายามเบี่ยงสายตาไปทางอื่น "เมื่อกี้เห็นคุยสนุกเชียว สนิทกันเร็วดีนะ เพื่อนใหม่เหรอ?"
น้ำเสียงผมมันประชดประชันชัดเกินไปจนไทม์ชะงักไปนิด เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในแววตาผมแน่ๆ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นขี้เล่นเหมือนทุกครั้งที่เขาตั้งใจจะแกล้งผมให้จนมุม
"อ๋อ... คนนั้นน่ะเหรอครับ เขามาถามทางน่ะ แต่คนข้างๆ ผมเนี่ยสิ ทำไมถึงทำหน้ายักษ์ใส่ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วล่ะครับ หวงเหรอ?"
คำถามที่พุ่งตรงมาทำเอาผมไปไม่เป็น ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ไทม์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง จนตอนนี้พื้นที่ระหว่างเราแทบไม่มีเหลือ ระยะห่างที่ใกล้ขนาดที่ผมมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคมคู่นั้นชัดเจน
"ใครหวง... ไม่ได้หวงสักหน่อย อย่าสำคัญตัวผิดนะไทม์" ผมพยายามทำเสียงให้เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก
"งั้นเหรอครับ? แต่ท่าทางวินเมื่อกี้มันฟ้องนะว่าไม่ได้คิดแค่ 'เพื่อนร่วมทริป' ธรรมดา" เขาลดระดับเสียงลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบที่แผ่วเบาและทรงพลัง "ถ้าไม่ได้หวง งั้นผมไปคุยกับคนอื่นต่อแล้วนะ"
เขาแกล้งทำท่าจะเดินหันหลังกลับจริงๆ จังหวะนั้นเอง ความรู้สึกที่ไม่ทันได้ยับยั้งชั่งใจก็สั่งให้มือผมคว้าแขนเขาไว้โดยอัตโนมัติ
"เดี๋ยว..." ผมหลุดปากออกมา
ไทม์หยุดกึก เขายังไม่หันกลับมา แต่ไหล่ของเขาไหวเล็กน้อยเหมือนกำลังกลั้นยิ้ม
ผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนช้าลง วินาทีนั้นความทิฐิที่เคยมีมันพังทลายลงราบคาบเหลือเพียงความจริงที่ตะโกนก้องอยู่ในใจ ผมไม่อยากเห็นเขาไปยืนยิ้มให้ใครแบบนั้น ไม่อยากให้สายตาคู่นั้นไปโฟกัสที่ใครนอกจากผม
"ผมบอกให้หยุดไง..." ผมกัดฟันพูด "ไม่ได้ให้ไปไหนทั้งนั้นแหละ"
ไทม์ค่อยๆ หันกลับมามองหน้าผม แววตาของเขาไม่ได้มีความกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับมีความอ่อนโยนและความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้ผมหน้าร้อนผ่าว
"สารภาพออกมาสิครับ ว่าที่รั้งไว้แบบนี้... เพราะหวงใช่ไหม?"
เขาก้มหน้าลงมาจนหน้าผากของเราเกือบจะแตะกัน ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเงียบระหว่างเรามันหนาแน่นจนแทบจะหายใจไม่ออก ในขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากตอบ จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนแชตในโทรศัพท์ไทม์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา
ไทม์ละสายตาจากผมไปมองหน้าจอโทรศัพท์เพียงแวบเดียว ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างฉับพลัน เขารีบก้าวถอยห่างออกไปหนึ่งก้าวโดยไม่บอกกล่าว
"วิน... ผมขอโทษนะ พอดีมีเรื่องด่วนเข้ามา ผมต้องไปจัดการอะไรสักอย่างก่อน"
"ด่วน? ด่วนอะไร? แล้วเรื่องที่เราคุยกันเมื่อกี้ล่ะ?" ผมถามด้วยความงุนงงและรู้สึกหน่วงในใจอย่างบอกไม่ถูก
ไทม์ไม่ตอบ เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดส่งแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปทางประตูโรงแรม ทิ้งให้ผมยืนเคว้งอยู่กลางล็อบบี้ด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้
ผมตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูแชตกลุ่มที่เราคุยกันประจำ เผื่อว่าจะมีอะไรอัปเดต แต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาผมแทบหยุดหายใจ
ในกลุ่มแชตที่เงียบเหงามาตลอดสิบนาที ไทม์เพิ่งจะส่งข้อความล่าสุดเข้ามาก่อนจะกด 'ยกเลิกข้อความ' ทันที แต่มันไม่ทัน... ผมอ่านมันทันตั้งแต่วินาทีที่แจ้งเตือนเด้งขึ้นมา
ข้อความนั้นเขียนว่า: *'ถ้าบอกว่ารักแล้ววินจะหายหวงไหมครับ?'*
ผมยังไม่ทันได้หายใจหายคอ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ผมไม่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับมือปริศนาที่แตะลงบนไหล่ผมแรงๆ จนผมสะดุ้งสุดตัว
"ขอโทษนะครับ... คุณคือคนที่มากับไทม์ใช่ไหม?"
ผมหันกลับไปมองเจ้าของเสียง ก่อนจะพบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ท่าทางของเธอที่ดูร้อนรนนั้น... ดูเหมือนกำลังมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นกับไทม์จริงๆ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับผมในทุกก้าวนะครับ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับทุกคนครับ
ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท•ตอนที่ 13
สารภาพว่าหวง
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปนี้มีกฎ... ห้ามตกหลุมรักคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!