กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนกับไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากร่างระหงเบื้องหน้า ลมหายใจของหลี่มู่เฉินสะดุดไปชั่วเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่ออานุภาพแห่งวิถีเซียนระดับสูง แต่เป็นเพราะสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาสีครามคู่นั้น ดวงตาของเซียนจื่อเวยไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ดุจดั่งผืนน้ำแข็งพันปีที่ไร้เงาสะท้อนของสรรพชีวิต
"เจ้าคิดว่าวิถีกระบี่สามัญของมนุษย์ปถุชน จะสั่นคลอนกฎเกณฑ์แห่งเหมันต์นิรันดร์ได้กระนั้นหรือ?"
เสียงหวานใสดังก้องกังวานราดรดลงบนโสตประสาท ดุจละอองน้ำค้างที่กลายสภาพเป็นคมมีดน้ำแข็ง ปลายศิสตราบาลานซ์ในมือของเซียนจื่อเวยพลأنเปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้า อุณหภูมิรอบกายร่วงหล่นลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในพริบตา ใบไม้ใบหญ้าบนยอดเขาแปดทิศแปรเปลี่ยนเป็นผลึกแก้วใสและแตกสลายเป็นผุยผงในความเงียบงัน
หลี่มู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย่อหยิ่ง เขาไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว ฝ่ามือที่กุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์กระชับแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ปราณกระบี่สีชาดสายหนึ่งพวยพุ่งออกจากตันtian (ตันเถียน) แผดเผาไอเย็นรอบกายให้มลายหายไปในพริบตา คล้ายดั่งอัคคีโลกันตร์ที่กำลังท้าทายผืนฟ้า
"กฎเกณฑ์แห่งเหมันต์หรือ? หากสวรรค์มันอยุติธรรมนัก ไฉนข้าจะต้องก้มหัวให้กฎที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ที่เหยียบยغلศพผู้อื่นเพื่อปีนป่ายขึ้นไปเล่า!"
สิ้นเสียงคำรามทุ้มต่ำ ดรุณีผู้สง่างามไร้ที่ติพลันขยับกาย ร่างบางเคลื่อนไหวราดร่องรอยดุจภูตพรายไร้เงา ไอเย็นยะเยือกควบแน่นกลายเป็นดอกบัวน้ำแข็งนับพันดอก พรั่งพรูเข้าใส่หลี่มู่เฉินจากทุกสารทิศ ท่วงท่าของนางงดงามตระการตาราวกับเทพธิดาร่ายรำ ทว่าทุกกลีบบัวกลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณให้แหลกสลายเป็นจุล
นี่คือ "วิชามหาเนตรเหมันต์ไร้ใจ" เคล็ดวิชาสูงสุดที่ตัดขาดจากกิเลสทั้งปวงของสำนักเซียนบูรพา!
หลี่มู่เฉินนัยน์ตาหดแคบลง เขารู้ดีว่าหากพลาดพลั้งเพียงเสี้ยวลมหายใจ ร่างกายนี้คงเหลือเพียงซากน้ำแข็งไร้วิญญาณ จิตใจของเขาดิ่งลึกเข้าสู่ห้วงสมาธิขั้นสุดยอด ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อครั้งสูญเสียศิษย์พี่ในอดีตถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้ง ความโกรธแค้น ความเจ็บช้ำ และความทะนงตนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเคล็ดกระบี่ไร้ลักษณ์
*ฉึบ!*
เสียงแหวกอากาศแหลมคมดังสะท้อนก้อง หลี่มู่เฉินวาดกระบี่ออกไปเป็นวงโค้งอย่างไร้รูปแบบ คมกระบี่ไม่สะท้อนแสงอาทิตย์ ทว่ากลับบิดเบือนมิติรอบข้างจนเกิดรอยปริแตกสีดำสนิท นี่ไม่ใช่กระบวนท่าที่มีชื่อเรียก แต่มันคือวิถีกระบี่ที่เกิดจากจิตวิญญาณอันดื้อรั้นและไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา
พลังปราณอัคคีและกระบี่ไร้ลักษณ์ปะทะเข้ากับดอกบัวน้ำแข็งกลางอากาศ เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย คลื่นพลังงานรุนแรงแผ่ขยายเป็นวงกว้าง บดขยี้โขดหินยักษ์รอบบริเวณจนกลายเป็นฝุ่นผง ทัศนียภาพเบื้องหน้าถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันและละอองน้ำแข็งสีขาวโพลนจนมองไม่เห็นแม้แต่เงา
เซียนจื่อเวยร่อนลงยืนพิงบนกิ่งสนโบราณอย่างสง่างาม อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ไม่แม้แต่จะมีรอยเปื้อน ทว่าลึกเข้าไปในดวงตาสีครามคู่นั้น กลับเกิดระลอกคลื่นความประหลาดใจวูบไหวขึ้นอย่างยากจะควบคุม นางมองชายหนุ่มที่ยังคงยืนหยัดตระหง่านท่ามกลางเศษซากปรักหักพัง เลือดสีสดสายหนึ่งไหลรินออกจากมุมปากของหลี่มู่เฉิน ทว่าแววตาของเขากลับสุกสว่างยิ่งกว่าดวงดาราบนฟากฟ้า
"เจ้า... กล้าดียังไง..." เสียงของเซียนจื่อเวยแผ่วเบาลงเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นชานั้นสั่นเครือโดยไม่รู้ตัว เมื่อสัมผัสได้ว่ากระบี่ของชายผู้นี้ไม่เพียงแต่ทำลายปราณเหมันต์ของนางได้ แต่มันยังกรีดลึกเข้าไปถึง "หัวใจ" ที่นางพยายามปิดตายมาตลอดหลายร้อยปี
"ข้าบอกแล้วไง... ว่าข้าไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใคร แม้แต่ตัวตนระดับเซียนเช่นเจ้าก็ตาม!" หลี่มู่เฉินแค่นยิ้มหยัน หยาดเหงื่อผสมหยาดโลหิตไหลย้อยลงมาตามโครงหน้าคมคาย ยิ่งขับเน้นความทะนงองอาจให้เด่นชัดขึ้นไปอีกขั้น
บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปลอดโปร่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เมฆทัณฑ์สวรรค์อัดแน่นด้วยสายฟ้าสีทองคำขาวคำรามลั่น เสียงคำรามนั้นทรงพลังเสียจนภูเขาpowered ทั้งลูกสั่นสะท้าน แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนร่างของทั้งสองคนทันที
เซียนจื่อเวยเบิกvสากกว้างขึ้นเล็กน้อย นางพุ่งทยานร่างเข้ามาหาหลี่มู่เฉินด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ มือเรียวดั่งหยกขาวเอื้อมออกไปคว้าแขนของเขาไว้ ดวงตาคู่สวยจ้องมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาของจอมยุทธ์หนุ่มด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด
"เจ้าคนบ้า! เจ้ากำลังดึงทัณฑ์สวรรค์ลงมาเพราะฝืนใช้กระบี่ฝืนลิขิตนั่นนะหรือ?!"
หลี่มู่เฉินแย้มยิ้มท้าทาย ใบหน้าอยู่ห่างจากนางเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มนวลเย็นเยียบของนาง ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่าทุ้มข้างใบหูของนางด้วยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของนางพญาเซียนกระตุกวูบ
"ถ้าวันนี้ข้าต้องตาย... เจ้าจะยอมร่วมทางไปกับวิถีเซียนที่ไร้กฎเกณฑ์นี้กับข้า... หรือจะปล่อยให้ข้าสลายหายไปเพียงลำพังกันแน่, จื่อเวย?"
*เปรี้ยงงงงงงง!*
สายฟ้าอัสนีบาตฟาดผ่าลงมากลางจุดที่ทั้งสองยืนอยู่พอดี แสงสีทองสว่างวาบกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างจนขาวโพลนไปหมดสิ้น...
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันเหน็บหนาวและดุเดือดนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
กระบี่หิมะผ่าศิลาอเวจีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 2
ปะทะวิถีเซียน
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าศิลาอเวจีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
