คมกระบี่ที่ยังไม่ทันชักออกจากฝัก กลับส่งเสียงคร่ำครวญก้องกังวานอยู่ในห้วงสำนึก ราวกับโลหิตในกายของหลี่มู่เฉินกำลังเดือดพล่านด้วยแรงอาฆาตแห่งอดีต
"เจ้าซ่อนอันใดไว้เบื้องหลังความทะนงตัวนั้นกันแน่... หลี่มู่เฉิน"
น้ำเสียงของเซียนจื่อเวยเยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งพันปี นางยืนอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่แปรปรวน ทว่าดวงเนตรหงส์คู่นั้นกลับมิได้ทอดมองทัศนียภาพเบื้องล่าง หากแต่จดจ้องร่างของบุรุษผู้ถือดีที่กำลังนั่งหลับตาโคจรลมปราณอยู่ใต้ร่มเงาไม้สนโบราณอย่างไม่วางตา
ความสงสัยระคนระแวดระวังแผ่ซ่านอยู่ในจิตวิญญาณระดับเซียนของนาง ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา นางผ่านพบผู้คนมานับไม่ถ้วน ทั้งเหล่ามหาเทพผู้ยิ่งใหญ่และมารร้ายสะท้านฟ้าดิน ทุกผู้คนต่างเข้ามาหาด้วยความยำเกรงหรือมีความโลภบังตา มีเพียงบุรุษผู้นี้... ผู้ที่มีรอยแผลเป็นจากอดีตประทับอยู่กลางดวงใจ ผู้ซึ่งปฏิเสธแม้กระทั่งความเมตตาจากสรวงสวรรค์ ทว่ากลับยอมแบกรับวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ไว้ด้วยสองบ่า
หลี่มู่เฉินลืมตาขึ้นช้าๆ ประกายตาดุจคมมีดกวาดมองผ่านความมืดสลัวของราวป่า เขารู้ตัวดีว่าสายตาคู่ที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงนั้นกำลังจับจ้องตนอยู่ แต่ชายหนุ่มหาได้ใส่ใจไม่ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันไร้ที่ติ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"หากสตรีผู้บรรลุวิถีเซียนไร้ใจเช่นท่าน เริ่มรู้จักใช้สายตาสำรวจตรวจสอบผู้อื่น เกรงว่าเส้นทางหลุดพ้นจากกิเลสของท่านคงมีรอยร้าวเสียแล้วกระมัง, เซียนจื่อเวย"
คำพูดนั้นมิใช่การคารวะ แต่มันคือการท้าทาย... ท้าทายทั้งอำนาจ บารมี และหัวใจที่ถูกแช่แข็งไว้นานนับยุคสมัยของนางพญาเซียน
เซียนจื่อเวยแค่นเสียงเย็นชาออกมาคราหนึ่ง ปราณกระบี่รอบกายของนางพลันทวีความเข้มข้นจนเกล็ดน้ำค้างกลางอากาศกลายเป็นผุยผง นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ทุกย่างก้าวสร้างรอยน้ำแข็งสีครามประทับลงบนพื้นหินผา
"ปากกล้าเกินไปแล้ว เจ้าคิดว่าตัวเจ้าเป็นใคร หลี่มู่เฉิน? ศิษย์สำนักกระบี่ตกอับผู้หนึ่ง ที่แม้กระทั่งดวงวิญญาณของศิษย์พี่ตนเองก็ยังปกป้องไว้ไม่ได้ เหตุใดข้าจะต้องเชื่อถือคนเช่นเจ้า... คนที่แบกความแค้นไว้เต็มอกจนกลกลายเป็นปีศาจกลายพันธุ์ในคราบจอมยุทธ์"
บรรยากาศรอบกายพลันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันจากขอบเขตเซียนแท้จริงแผ่พุ่งเข้ากดทับร่างของหลี่มู่เฉิน ทว่าชายหนุ่มกลับไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง เขายังคงนั่งนิ่ง ประสานสายตากับนางอย่างไม่เกรงกลัว รังสีอำมหิตแผ่ออกจากปลายกระบี่ที่ปักอยู่ข้างกาย ต้านทานแรงกดดันระดับเซียนได้อย่างน่าอัศจรรย์
ดวงตาของทั้งสองประสานกันราวกับคมกระบี่สองเล่มที่เข้าปะทะกันกลางอากาศ ไม่มีใครยอมหลบตา ไม่มีใครยอมอ่อนข้อ
"ท่านคิดว่าข้าเข้าหาท่านเพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงเช่นนั้นหรือ?" หลี่มู่เฉินแค่นยิ้ม ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงเหวอเวจีที่ไร้ก้นบึ้ง "น่าขันสิ้นดี... ในโลกที่เต็มไปด้วยหน้ากากอันจอมปลอมของเหล่าทพยดาและเซียนผู้สูงส่ง มีสิ่งใดในตัวข้าที่คู่ควรให้ท่านระแวงกัน? หรือว่า... ท่านกำลังกลัว?"
"กลัว?" เซียนจื่อเวยทวนคำ น้ำเสียงของนางเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าหัวใจภายใต้อาภรณ์สีขาวกลับกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ "คนเช่นข้า... รู้จักแต่ความหนาวเหน็บและความไร้ใจ ไยต้องหวาดกลัวมดปลวกเช่นเจ้า"
"ถ้าเช่นนั้น เหตุใดหัวใจของเซียนผู้สูงส่งถึงได้เต้นระรัวยามที่กระบี่ของข้าร1ดเข้าใกล้ตัวท่านเล่า?"
หลี่มู่เฉินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงโปร่งก้าวเข้าไปประชิดนางโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นอายโลหิตจางๆ จากสนามรบผสมผสานกับกลิ่นหอมบริสุทธิ์ของดอกบัวหิมะบนร่างนาง ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงลมหายใจกั้น เซียนจื่อเวยผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ นางไม่เคยถูกผู้ใดรุกล้ำเข้ามาในระยะที่ใกล้ชิดถึงเพียงนี้มาก่อน ตั้งแต่เกิดจนบรรลุวิถีเซียน มีเพียงความเยือกเย็นเท่านั้นที่อยู่เคียงข้างนาง
ทว่า ในวินาทีที่นางเงยหน้าขึ้นเพื่อจะใช้วิชากดดันเขาให้ถอยห่าง สายตากลับสะดุดเข้ากับเงาความเจ็บปวดอันล้ำลึกที่ฉายชัดอยู่ก้นบึ้งดวงตาของจอมยุทธ์หนุ่ม... มันไม่ใช่แววตาของผู้ที่คิดร้าย แต่มันคือแววตาของคนที่สูญสิ้นทุกสิ่งจนไม่เหลืออะไรให้สูญเสียอีกแล้ว
ความนัยในดวงตาเย็นชาคู่นั้นพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง
ก่อนที่เซียนจื่อเวยจะได้เอ่ยคำใดออกมาเพื่อทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่าก็ดังสนั่นมาจากหุบเหวเบื้องล่าง เมฆหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นปกคลุมยอดเขาในพริบตา พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่สะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งสามภพ!
เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายพุ่งทะยานขึ้นมาจากขุมนรกอเวจี พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่กรีดแทงโสตประสาท และหนึ่งในนั้นคือนักพรตเฒ่าผู้ถือครองคัมภีร์ต้องห้าม—ผู้ที่สังหารศิษย์พี่ของหลี่มู่เฉินเมื่อสามปีก่อน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
กระบี่หิมะผ่าศิลาอเวจีกับวิถีเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 3
ความนัยในดวงตาเย็นชา
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะผ่าศิลาอเวจีกับวิถีเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
