ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 18

คืนที่ความรู้สึกพรั่งพรู

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
“คุณจะทนยืนตากฝนแบบนี้ไปเพื่ออะไรคะธันวา? การทรมานตัวเองไม่ทำให้ความผิดที่คุณเคยทำไว้กับฉันมันน้อยลงหรอกค่ะ” เสียงของรินรดาเย็นเยียบพอๆ กับสายฝนที่กระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เธอจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบ้านพักตากอากาศท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำจนไฟฟ้าในตัวเมืองดับสนิท ร่างสูงใหญ่ของธันวาสั่นเทาเล็กน้อยจากความหนาวเหน็บ แต่สายตาที่เขามองเธอกลับไม่ได้แสดงความรู้สึกนั้นออกมาเลย มันเป็นสายตาที่รินรดาเกลียดที่สุด... สายตาของคนที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกตัวเอง “ผมไม่ได้อยากให้มันน้อยลง” เขาตอบ เสียงแหบพร่า “ผมแค่... อยากอยู่ให้ใกล้คุณที่สุด ในวันที่โลกภายนอกไม่มีอะไรให้ผมยึดเหนี่ยวอีกแล้ว” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอหมุนตัวกลับเข้าไปในตัวบ้านอย่างไม่แยแส แต่เมื่อเห็นว่าเขายังคงยืนอยู่ที่เดิมอย่างคนไร้สติ เธอจึงจำใจต้องเปิดประตูให้เขาเข้ามา แม้จะรู้ดีว่าการเปิดรับ 'อดีต' เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวนั้นคือความเสี่ยงที่อันตรายที่สุด ภายในบ้านมีเพียงแสงจากเทียนไขสองเล่มที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด กลิ่นอายของความเหงาและกลิ่นฝนจางๆ อบอวลไปทั่วห้องนั่งเล่น รินรดาหยิบผ้าขนหนูโยนไปให้เขาอย่างไม่นุ่มนวลนัก ก่อนจะเดินไปรินน้ำอุ่นใส่แก้วแล้ววางลงบนโต๊ะไม้ ธันวาเช็ดผมอย่างลวกๆ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังบางของหญิงสาวที่เขาเคยตีตราว่าไม่มีวันลุกขึ้นสู้ได้อีก ครั้งนี้... เขาเห็นเธอในมุมที่ต่างออกไป เธอคือทนายความที่เฉียบคมและเด็ดเดี่ยว ไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่เคยร้องไห้กอดขาเขาในวันที่เธอสูญเสียทุกอย่าง “คุณเกลียดผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ ริน” เขาถามขึ้นทำลายความเงียบที่กดดัน รินรดาชะงักมือที่กำลังถือแก้วน้ำ เธอหันกลับมาประจันหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยนิ่งสนิทจนน่ากลัว “การที่ฉันไม่เกลียดคุณ ไม่ได้หมายความว่าฉันให้อภัยนะคะธันวา ความรู้สึกของฉันที่มีต่อคุณ... มันตายไปตั้งแต่วันที่ฉันเดินออกจากบ้านหลังนั้นพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไม่มีแม้แต่ใครสักคนจะเหลียวแล” ธันวาก้าวเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ รินรดาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนที่ติดตัวเขามา มันเป็นกลิ่นที่เคยทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย แต่ตอนนี้มันกลับเป็นกลิ่นแห่งความทรงจำที่ชวนให้ใจสั่นไหว “ถ้ามันตายไปแล้ว ทำไมมือคุณถึงสั่นเวลาที่ผมเข้าใกล้” ธันวาเอื้อมมือออกไปหวังจะแตะแก้มเธอ แต่รินรดาเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว “สั่นเพราะความโกรธค่ะ ไม่ใช่ความโหยหา” เธอสวนกลับทันควัน “เลิกพยายามทำตัวเป็นพระเอกผู้สำนึกผิดสักที มันไม่เหมาะกับคนอย่างคุณหรอกค่ะธันวา คนอย่างคุณ... เหมาะกับการอยู่กับเงินตราและอำนาจมากกว่าความรักที่คุณไม่เคยเข้าใจ” ธันวาเม้มปากแน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอก เขาโหยหาอดีตที่เขาเป็นคนทำลายลงด้วยมือตัวเอง ความเย็นชาที่เขาเคยใช้เป็นเกราะป้องกันกำลังย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเองในวันที่เขาตระหนักได้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือหัวใจเพียงดวงเดียวที่เขาเคยมี สายฝนข้างนอกยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับจะกักขังทั้งคู่ไว้ในพื้นที่แคบๆ นี้ไปตลอดกาล ท่ามกลางความเงียบที่ไร้เสียงสนทนา ความรู้สึกที่พรั่งพรูอยู่ในใจของคนทั้งสองกำลังเดือดพล่าน ความแค้นที่ถูกห่อหุ้มด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจยอมรับได้ รินรดาเดินเลี่ยงจะขึ้นไปบนชั้นสอง แต่ธันวาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงแต่กลับหนักแน่นด้วยความอ้อนวอน “ริน... ผมไม่เหลือใครแล้วจริงๆ” เขาพูด เสียงของเขาพังทลายลงจนหมดสิ้นความเป็นนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ “ชีวิตที่ผมสร้างมาเพื่อรอคอยวันที่คุณจะภูมิใจในตัวผม แต่วันที่ผมประสบความสำเร็จ... คุณกลับไม่อยู่ตรงนั้น” รินรดานิ่งค้าง เธอค่อยๆ หันกลับมามองเขา น้ำตาที่เธอพยายามกักเก็บไว้เริ่มคลอเบ้า แต่มันไม่ใช่ความอ่อนแอ มันคือความสมเพชต่อโชคชะตา “คุณไม่เคยสร้างอะไรเพื่อฉันเลยธันวา คุณสร้างทุกอย่างเพื่อสนองความทะเยอทะยานของคุณเองต่างหาก และตอนนี้... คุณแค่กำลังรู้สึกแพ้ เพราะของชิ้นสำคัญที่คุณเคยทิ้งไป ดันกลับมามีค่าในวันที่คุณหาซื้อใหม่ไม่ได้แล้ว” เธอดึงข้อมือออกจากการกอบกุมของเขาอย่างเด็ดขาด ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดไป ทิ้งให้ธันวายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดของห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะถึงบันไดขั้นสุดท้าย เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอหยิบมันออกมาดูหน้าจอ... เป็นข้อความจากพี่เลี้ยงเด็กที่ส่งรูปภาพมาให้ ทันใดนั้นเอง มือของรินรดาก็อ่อนแรงจนโทรศัพท์ร่วงหล่นลงบนพื้นพรม เสียงหน้าจอแตกละเอียดดังสนั่น ธันวารีบก้าวเข้ามาดูด้วยความตกใจก่อนจะก้มลงเก็บโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา “ริน... คุณเป็นอะไรไป?” ธันวามองที่หน้าจอโทรศัพท์ซึ่งยังคงสว่างอยู่ ภาพถ่ายเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่มีใบหน้าถอดแบบออกมาจากเขาประหนึ่งพิมพ์เดียวกันกำลังยิ้มแฉ่งอยู่ในอ้อมแขนของหญิงสาวที่เขาไม่รู้จัก และที่หน้ากระดาษข้างๆ เด็กน้อยในรูปนั้น คือเอกสารผลตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด (DNA) ที่ระบุชื่อของเขาและเด็กคนนั้นไว้อย่างชัดเจน ดวงตาของธันวาเบิกกว้าง มือของเขาเริ่มสั่นเทาขณะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนไม่มีวิญญาณ “นี่มันหมายความว่ายังไง... ริน? เด็กคนนี้... ลูกของผมเหรอ?” กระจกเงาสะท้อนใจขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษาระยะห่างแห่งความเจ็บปวดมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ค่ะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงไปพร้อมกับความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%