ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 19

จูบที่เต็มไปด้วยความอัดอั้น

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของสำนักงานกฎหมายชื่อดังเวลานี้ หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าบรรยากาศก่อนพายุฝนจะโหมกระหน่ำ เอกสารแผ่นเล็กที่เพิ่งร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพงยังคงนอนสงบนิ่ง ทว่ามันกลับส่งเสียงกรีดร้องก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่ “นี่มันหมายความว่ายังไง... ริน? เด็กคนนี้... ลูกของผมเหรอ?” ธันวาเอ่ยทวนคำถามเดิมอีกครั้ง น้ำเสียงของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและไม่เคยเกรงกลัวใครในโลกธุรกิจ บัดนี้กลับสั่นพร่าและแหบแห้งจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาและหยิ่งผยอง กำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนความเจ็บปวดอย่างที่สุด ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตาคมปลาบและริมฝีปากหยักลึกถอดแบบมาจากเขาพิมพ์ประทับ ซ้อนทับขึ้นมาในห้วงความคิดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานสีเข้ม ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มดูสง่างามและเยือกเย็น เธอยกมือขึ้นกอดอกช้าๆ ป้องกันหัวใจที่กำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึก ดวงตากลมโตที่ผ่านการร้องไห้มานับครั้งไม่ถ้วนในอดีต บัดนี้กลับว่างเปล่าและนิ่งสนิท ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม เธอมองอดีตสามีผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดีในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และล้มละลายอย่างไร้ที่ “คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่คะ คุณธันวา” น้ำเสียงของเธอเรียบสนิท เย็นชา และห่างเหินจนน่าใจหาย มันคืออาวุธที่เธอใช้ปกป้องตัวเองมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา “ริน... อย่าโกหกผม!” ธันวาพุ่งเข้ามาประชิดขอบโต๊ะทำงาน มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “ใบเกิด... วันเดือนปีเกิดของเด็กคนนั้น แล้วไหนจะหน้าตาที่ถอดแบบมาจากผมอีก... ทำไมคุณถึงใจร้ายขนาดนี้? ทำไมคุณถึงซ่อนลูกไว้จากผมตั้งหลายปี!” “ใจร้ายเหรอคะ?” รินรดายิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในใจของคนมอง “คำนี้มันควรจะเป็นคำที่ฉันพูดใส่หน้าคุณมากกว่านะคะ คุณธันวา... ลืมไปแล้วหรือไงคะว่าวันนั้น วันที่ฉันอุ้มท้องไส้แห้งเดินไปขอความช่วยเหลือจากคุณ คุณทำยังไงกับฉันบ้าง?” คำพูดนั้นราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนแผลเป็นในอดีต ธันวาสะดุ้งเฮือก ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ภาพจำในวันที่เขาไล่เธอออกจากคฤหาสน์ด้วยความเย็นชา เพราะคิดว่าเธอกำลังเกาะเขากินและสร้างหนี้สิน ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจในวินาทีนี้ “วันนั้น... วันที่ฉันบอกคุณว่าฉันท้อง คุณหัวเราะเยาะฉัน แล้วบอกว่าฉันคงใช้มารยาผู้หญิงเพื่อเหนี่ยวรั้งคุณไว้ คุณบอกว่าเด็กคนนี้อาจจะไม่ใช่ลูกของคุณด้วยซ้ำ!” เสียงของรินรดาเริ่มสั่นพร่า ความอัดอั้นตันใจที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจนับพันวัน ระเบิดออกมาทีละน้อยผ่านหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า แต่เธอไม่มีวันยอมให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอเด็ดขาด “ริน... ผมขอโทษ...” ธันวาก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธออีกก้าว ยื่นมือสั่นเทาออกหมายจะแตะต้องเรียวแขนของเธอ แต่รินรดากลับถอยหลังก้าวหนีอย่างรังเกียจ ราวกับกลัวว่าสัมผัสจากเขาจะทำให้เธอแปดเปื้อน “อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!” เธอกัดฟันกรวด ดวงตาคู่สวยลุกโชนด้วยไฟแค้นและรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย “คำขอโทษของคุณมันไม่มีค่าอะไรเลยค่ะ มันซื้อเวลาสามปีที่ฉันต้องดิ้นรนเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ได้ ซื้อคราบน้ำตาของฉันไม่ได้ และที่สำคัญ... มันไม่มีวันลบความจริงที่ว่า คุณ ‘สละสิทธิ์’ ที่จะเป็นพ่อของเด็กคนนั้นไปตั้งแต่วินาทีที่คุณผลักไสเราออกจากชีวิตแล้ว!” “แต่เขาเป็นลูกผม! สายเลือดของผม!” ธันวาคำรามออกมาอย่างเหลืออด ความรู้สึกผิดและความโหยหาตีรันกันจนเขาแทบคลุ้มคลั่ง “คุณไม่มีสิทธิ์พรากลูกไปจากพ่อแท้ๆ ของเขา ริน!” “สิทธิ์เหรอคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเย้ยหยัน “คุณเพิ่งมารู้จักคำว่า ‘สิทธิ์’ หลังจากที่ฉันสร้างเขาขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาของตัวเองเนี่ยนะคะ? คุณเคยสนใจไหมว่าตอนที่ฉันแพ้ท้องจนกินอะไรไม่ได้ ลูกในท้องดิ้นทุรนทุรายเพราะความเครียด คุณอยู่ที่ไหน? ตอนที่ฉันต้องเซ็นสัญญาว่าความคดีแรกทั้งๆ ที่น้ำตาคลอเบ้าเพราะกลัวไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก คุณทำอะไรอยู่? คุณกำลังกอบโกยความสุขบนกองเงินกองทอง และใช้ชีวิตอย่างสุขสบายโดยไม่เคยเหลียวแลเราเลยสักนิด!” ทุกถ้อยคำเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของธันวาจนแหลละเอียด เขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก หน้าอกข้างซ้ายบีบรัดแน่นจนเจ็บแปลบ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วเกินกว่าที่รินรดาจะตั้งตัวทัน ก่อนที่เธอจะทันได้ถอยหนีหรือเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ธันวาก็จับไหล่บอบบางทั้งสองข้างไว้มั่น แรงกดจากฝ่ามือของเขาหนักหน่วงแต่เต็มไปด้วยความสั่นเทา ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากของตนเข้ากับริมฝีปากอิ่มของเธออย่างไร้การควบคุม! “อื้ม...!” รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม แรงปะทะจากสัมผัสที่ไม่ได้ตั้งตัวทำให้เธอพยายามผลักไสร่างหนาออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี มือเล็กระดมทุบลงบนอกแกร่งของเขาไม่ยั้ง แต่วินาทีนี้ธันวาราวกับกลายร่างเป็นปีศาจผู้หิวกระหาย เขากลับรวบเอวบางของเธอเข้าหาตัวจนแนบชิด บดขยี้เรียวปากลงมาด้วยความอัดอั้น ตึงเครียด และเปี่ยมไปด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยความอัดอั้น ความเจ็บปวด ความสำนึกผิด และความโหยหาที่ระเบิดออกมาอย่างไร้การยับยั้งชั่งใจ รสชาติเค็มปร่าของหยาดน้ำตาที่เล็ดลอดออกมาจากดวงตาคู่สวยผสมปนเปไปกับสัมผัสอันร้อนรุ่ม ธันวาตักตวงความหวานและลงโทษความดื้อรั้นของเธอผ่านจูบอันดุดันนี้ ราวกับต้องการหลอมรวมวิญญาณของเขากับเธอให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อชดเชยทุกวินาทีที่เขาปล่อยให้เธอต้องเดียวดาย รินรดาพยายามฝืนความรู้สึกวับوวามที่ตีรวนขึ้นมาในอก เธอเกลียดตัวเองเหลือเกินที่ร่างกายทรยศ ปฏิกิริยาตอบสนองทางกายเริ่มอ่อนยวบลงภายใต้สัมผัสที่คุ้นเคยและทรงพลังนี้ แต่จิตสำนึกและบาดแผลในอดีตกลับกรีดร้องเตือนสติเธอว่า... ผู้ชายคนนี้คือคนที่เคยฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น! เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายกัดลงบนริมฝีปากของเขาอย่างแรง จนกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโพรงปาก ธันวาผละออกอย่างจำยอม ใบหน้าคมคายมีคราบเลือดซึมที่ริมฝีปากเล็กน้อย ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดและแรงอารมณ์ หายใจหอบถี่ไม่แพ้กัน เขามองหน้าอดีตภรรยาที่ริมฝีปากบวมเจ่อและดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเคียดแค้น “พอใจหรือยังคะ?” รินรดาใช้หลังมือปาดริมฝีปากตัวเองแรงๆ อย่างรังเกียจ น้ำเสียงของเธอยังคงสั่นสะท้านแต่เด็ดเดี่ยว “ถ้าการได้จูบฉันมันทำให้คุณสะใจพอแล้ว ก็ไสหัวออกไปจากห้องของฉันซะ!” ธันวากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เขายังคงมองหน้าเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความผิดบาป และความดื้อรั้นที่จะไม่ยอมแพ้ ร่างสูงก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวแต่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าหวาน “ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น ริน... และผมจะไม่ยอมปล่อยให้คุณกับลูกอยู่ห่างจากผมอีกต่อไป” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นราวกับคำประกาศิต “เตรียมตัวรับมือกับพ่อของลูกคุณได้เลย... เพราะผมจะทวงคืนทั้งคุณและลูกกลับมาเป็นของผมให้ได้!” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งให้รินรดายืนตัวสั่นเทaอยู่ลำพัง ท่ามกลางความเงียบงันที่หัวใจของเธอเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะทรุดตัวลงนั่งด้วยความอ่อนแรง เสียงเคาะประตูก็กรีดดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามตั้งสติแล้วเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เชิญค่ะ...” ประตูห้องเปิดผางออกอย่างแรง ร่างของเด็กชายตัวน้อยในชุดนักเรียนอนุบาลวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโผกอดขาของเธอ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอ่ยขึ้นว่า... “คุณแม่ครับ! มีคุณลุงใจดีอีกคนมารอพบคุณแม่ข้างล่าง บอกว่าเป็น... ‘พ่อแท้ๆ’ อีกคนของผม จริงเหรอครับ?” โลกทั้งใบของรินรดาดับวูบลงทันที เมื่อบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด... ก้าวตามเด็กน้อยเข้ามาหยุดยืนยันรอยยิ้มเยียบเย็นตรงหน้าประตูนั้น! --- *(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกอัดอั้นตันใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กระจกเงาสะท้อนใจ)*
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%