แฟ้มเอกสารคดีสิทธิการเลี้ยงดูบุตรบนโต๊ะทำงานกระจกใส หนาเตอะสะท้อนเงาใบหน้าเรียบเฉยของรินรดา ทว่าภายในอกกลับปั่นป่วนราวกับมีพายุหมุนวนซัดสาด ทุกตัวอักษรทางกฎหมายที่เธอเป็นคนร่างขึ้นมาเองด้วยมือ กลับกลายเป็นก้อนสะเก็ดไฟที่คอยแผดเผาหัวใจให้สะท้อนย้อนคิดถึงอดีตอันแสนร้าวราน
“การให้อภัย... มันคือการปูพรมต้อนรับให้เขากลับมาเหยียบย่ำซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง หรือมันคือการปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากพันธนาการแห่งความแค้นกันแน่คะ”
รินรดากล่าวพึมพำกับความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัว ปลายนิ้วเรียวสวยที่เคยจับปากกาว่าความในชั้นศาลด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามสัมผัสขอบกระดาษ ภาพจำในวันที่เธอล้มละลาย ถูกตราหน้าว่าเป็นภาระ และถูกธันวาผลักไสไล่ส่งราวกับสิ่งของไร้ค่า ยังคงกรีดลึกอยู่ในซอกหลืบความทรงจำ แผลเป็นที่เคยตกสะเก็ดถูกความพยายามไถ่บาปอันอ่อนโยนและความเวทนาในแววตาของอดีตสามีสะกิดให้กลับมาเลือดไหลซึมอีกครั้ง
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สองครั้งดึงเธอกลับสู่โลกความเป็นจริง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของธันวาก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ เขายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานของเธอ แววตาคมกริบที่เคยเยชาและไร้เยื่อใย บัดนี้เต็มไปด้วยความเว้าวอนและร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการไม่ได้พักผ่อน
“คุณริน... ผมรู้ว่าเอกสารชุดนั้นมันคือหลักฐานที่ย้ำเตือนว่าผมเคยเลวร้ายกับคุณมากแค่ไหน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงความเจ็บปวดลึกซึ้ง “แต่ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอให้คุณลืม... ผมมาเพื่อพิสูจน์ว่าคนๆ นี้พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อลบล้างรอยแผลที่คุณต้องแบกรับมาลำพัง”
รินรดาเงยหน้าสบตาเขา รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยียบเย็น เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปประจันหน้ากับชายหนุ่มผู้เคยเป็นเจ้าชีวิตและผู้ทำลายล้างโลกทั้งใบของเธอในคราเดียวกัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจ ทว่าช่องว่างทางความรู้สึกกลับห่างไกลกันราวฟ้ากับเหว
“คุณธันวาคะ คำว่า ‘ขอโทษ’ ของคุณมันราคาถูกเกินกว่าจะเอามาแลကกับคราบน้ำตาและหยาดเหงื่อที่ฉันต้องดิ้นรนผ่านมาด้วยตัวคนเดียวนะคะ” รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เยือกเย็น ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “คุณบอกว่าสำนึกผิด... แต่คุณรู้ไหมคะว่าความกลัวที่ฝังรากลึกในใจฉัน มันน่ากลัวกว่าความเกลียดชังที่คุณเคยมีให้ฉันเสียอีก... ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าถ้าฉันก้าวขาข้ามกำแพงความระแวงนี้ไปแล้ว คุณจะไม่ผลักฉันตกลงมาอีกเป็นครั้งที่สอง”
ธันวานิ่งงัน คำพูดของเธอราวกับคมมีดที่กรีดแทงลงกลางใจ เขาไม่สามารถแก้ตัวใดๆ ได้เลย เพราะทุกสิ่งที่เธอกล่าวคือความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้หมายจะเอื้อมมือแตะไหล่บาง แตรรินรดากลับถอยหลังก้าวหนึ่ง หลบเลี่ยงสัมผัสของเขาอย่างชัดเจน สายตาที่เธอมองมาเต็มไปด้วยความลังเลและความหวาดระแวงที่เขาไม่มีวันลบเลือนมันได้ง่ายๆ
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความอัดอั้น ธันวากำหมัดแน่น พยายามอดกลั้นความเจ็บปวดในอก เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่เขาเคยทำไว้มันหนักหนาเกินกว่าจะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนมาลบล้างได้ แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยคำพูดตัดพ้อเพื่อยอมรับชะตากรรม เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
รินรดาก้มลงมองหน้าจอแสดงสายเรียกเข้า ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกเล็กน้อย ชื่อของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังปรากฏเด่นหร่า พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสำคัญเกี่ยวกับผลตรวจสุขภาพและประวัติการรักษาลับที่เธอสั่งให้ตรวจสอบก่อนหน้านี้ เธอยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ ทว่าธันวาที่ยืนอยู่ใกล้กว่ากลับเหลือบสายตาไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกวางทับอยู่ใต้กองแฟ้ม ซึ่งหลุดร่วงออกมาครึ่งหนึ่งเผยให้เห็นภาพถ่ายใบเสร็จการรักษาและสำเนาสูติบัตรของเด็กชายวัยอนุบาลคนหนึ่งที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กราวกับถอดแบบออกมา
ธันวาชะביกักค้าง ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงยجเมื่อกวาดสายตาไปเห็นตัวเลขศักราชและชื่อมารดาบนเอกสารฉบับนั้นที่ระบุชื่อของ "รินรดา" อย่างชัดเจน...
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกอัดอั้นตันใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กระจกเงาสะท้อนใจ)
ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 20
ความลังเลของใจ
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!