แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือถูกปิดลงด้วยเสียงทึบหนักหน่วง... เสียงนั้นมันช่างก้องกังวานอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของสำนักงานกฎหมายใจกลางเมือง รินรดาไม่ได้ปรายตามองเอกสารสัญญามูลค่าหลายร้อยล้านบาทที่วางอยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาจับจ้องไปยังชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ธันวา... อดีตสามีผู้เคยประกาศกร้าวในวันที่เธอล้มละลายว่า *'ผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอ ไม่มีวันยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองได้หรอก'* แต่ในวันนี้ เขากลับเป็นฝ่ายนั่งหลังขดหลังแข็ง อยู่ในท่าทีที่ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองอย่างเคย
"คุณเซ็นสัญญานี้เสียสิครับ ริน... ทุกอย่างที่ผมมี ผมยินดีโอนกรรมสิทธิ์ให้คุณทั้งหมด เพื่อเป็นการชดเชย..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ธันวากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก สายตาที่ทอดมองเธอมันเต็มไปด้วยความเวทนาต่อตัวเองและความเจ็บปวดที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือรอยยิ้มแห่งความสมเพชเวทนาที่ถูกเคลือบไว้ด้วยความเยือกเย็น เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดสูทเข้ารูปสีดำสนิทให้เรียบ袭 ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะทำงาน มือเรียวบางที่มีแหวนเพชรวงเล็กๆ ประดับอยู่ (ซึ่งเธอซื้อให้ตัวเองในวันที่สอบใบอนุญาตทนายความผ่าน) เอื้อมไปแตะแฟ้มเอกสารนั้นอย่างแผ่วเบา
"คุณคิดว่าเงินทองและทรัพย์สินทั้งหมดของคุณ จะซื้อศักดิ์ศรีที่ถูกคุณเหยียบย่ำไปเมื่อสองปีก่อนคืนมาได้หรือคะ ธันวา" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อเยื่อทีละน้อย "ในวันที่ฉันนอนร้องไห้กอดกองหนี้สิน โดยที่คุณเดินจากไปพร้อมกับคำดูถูก... วันนั้น ฉันเคยคิดว่าตัวเองคงไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้อีก"
ธันวารีบผุดลุกขึ้นตาม มือหนาพยายามเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้เหมือนสัญชาตญาณ แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อของเขาสัมผัสโดนตัวเธอแม้แต่นهاยเดียว
"ริน... ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ ทุกวันที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนที่ผมไม่นรกกินใจ ผมตามหาคุณ ผมอยากแก้ไข..."
"สายไปแล้วค่ะ" เธอสวนกลับทันควัน นัยน์ตาส่อแววแข็งกร้าวไร้เยื่อใย "คนที่เคยพังทลายจนไม่เหลือชิ้นดีในวันนั้น วันนี้เธอเรียนรู้ที่จะสร้างปราสาทขึ้นมาด้วยมือของตัวเองแล้วค่ะ และปราสาทหลังนั้น... ใหญ่โตเกินกว่าที่ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณจะก้าวเข้ามาเหยียบได้อีก"
ธันวานิ่งงันไป เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่โดยไร้เสียงปะทะ ความจริงที่ว่า *เธอไม่ต้องการเขาอีกต่อไปแล้ว* มันกำลังบดขยี้หัวใจของเขาให้แหลกสลายเป็นผุยผง เขายอมรับว่าที่ผ่านมาเขาโง่เง่าเพียงใดที่ปล่อยเพชรเม็ดงามหลุดมือไปเพื่อแลกกับความเย่อหยิ่งไร้สาระ
รินรดาหันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย เธอกวาดกระเป๋าถือราคาแพงที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเองขึ้นมาสะพายบ่า เดินตรงไปยังประตูห้องทำงานอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวสะท้อนถึงความเด็ดเดี่ยวและอิสรภาพที่เธอโหยหามาตลอดชีวิตการแต่งงานที่ไร้ค่า
"รินรดา! คุณจะให้โอกาสผมสักนิดไม่ได้เลยหรือ... แค่ในฐานะพ่อของลูก..."
ประโยคสุดท้ายของธันวาทำให้ฝีเท้าที่กำลังจะก้าวพ้นขอบประตูของรินรดาชะงักกึก หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ ข้อมูลเรื่องลูก... เธอจงใจปิดบังเขามาตลอดตั้งแต่ศาลพิพากษาคดีหย่าขาดจากกัน เธอไม่เคยคิดจะให้เด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ต้องมาเกี่ยวข้องกับผู้ชายใจร้ายคนนี้เด็ดขาด
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง ใบหน้าสวยเฉียบยังคงความเรียบเฉยเอาไว้ได้เป็นอย่างดี แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอน
"ลูกเหรอคะ? คุณเพิ่งนึกขึ้นได้สินะว่าตัวเองเคยมีลูกกับผู้หญิงที่คุณผลักไสไล่ส่ง..." รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ แววตาฉายประกายความเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "น่าเสียดายนะคะ... เด็กคนนั้นไม่เคยต้องการพ่อที่เห็นแก่ตัว และเขาก็เติบโตมาได้เป็นอย่างดีโดยไม่มีเงาหัวของคุณมาตั้งแต่แรกแล้วค่ะ"
พูดจบ เธอก็เปิดประตูและก้าวเดินออกไปจากห้องนั้นทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ธันวาได้เอื้อนเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาอีก รินรดาก้าวเดินออกมาถึงล็อบบี้สำนักงานกฎหมาย ลลมหายใจถูกพรูออกมาอย่างยาวเหยียดเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาเตรียมจะกดโทรหาพี่เลี้ยงที่บ้าน เพื่อถามไถ่ถึงลูกชายตัวน้อย
แต่ทว่า... ฝีเท้าของเธอกลับต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ยืนรออยู่ตรงมุมเสาใกล้กับลิฟต์โดยสาร
ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบ เรือนผมสีดำสนิทรับกับใบหน้าคมคายดั่งรูปสลัก ดวงตาคมปลาบกวาดมองมาที่เธอด้วยรอยยิ้มละมุนที่หาดูได้ยาก ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม... คือเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบในอ้อมแขนของเขา เด็กชายหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ที่มีดวงตาคมกริบและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบพิมพ์เดียวกับธันวาไม่มีผิดเพี้ยน!
และที่สำคัญที่สุด... มือเล็กๆ ป้อมๆ คู่นั้นกำลังโอบรอบคอของชายแปลกหน้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาในชีวิตเธอและลูกเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างสนิทสนม
"ปะป๊าฮะ... วันนี้เราจะไปกินไอติมกันใช่ไหมฮะ?"
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจติดขัดอยู่ที่ลำคอ เมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับที่เธอพยายามปกปิดสุดชีวิต บัดนี้กำลังจะถูกเปิดเผยโดยผู้ชายอีกคนที่มีอิทธิพลเหนือหัวใจเธอไม่แพ้กัน!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางพิสูจน์ความแข็งแกร่งของรินรดามาด้วยกันนะคะ / กระจกเงาสะท้อนใจ
ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 15
รินรดาในวันที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!