แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มในมือสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่ด้วยความกลัว หากแต่เป็นเพราะแรงบีบจากปลายนิ้วที่จิกเข้าหากันจนเล็บจิก
ความเงียบงันภายในห้องพิจารณาคดีหลังผู้คนทยอยเดินออกไปจนหมด ช่างหนทึบและเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าห้องเก็บศพ
"เซ็นชื่อตรงนี้เสีย ริน... แล้วทุกอย่างจะจบลงด้วยดี"
น้ำเสียงของธันวาในวันนั้น—วันที่ฝนตกกระหน่ำจนกระจกใสของสำนักงานทนายความฝ้าัวม—ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
ในวินาทีที่รินรดากวาดสายตามองข้อตกลงการหย่าที่ถูกร่างขึ้นอย่างรัดกุมโดยทีมทนายความระดับประเทศของเขา เธอก็เข้าใจได้อย่างแจ่มชัดว่า สำหรับผู้ชายที่ชื่อธันวาแล้ว ความล้มเหลวทางธุรกิจและคดีความที่เธอกำลังเผชิญอยู่ ไม่ต่างอะไรจากภาระหนักอึ้งที่เขาจำเป็นต้องสลัดทิ้ง เพื่อไม่ให้ฉุดรั้งอนาคตอันเจิดจรัสของเขาให้ดิ่งลงเหวไปด้วย
รินรดาในวัยนั้น ไม่ใช่ทนายความมือหนึ่งผู้เยือกเย็นและเฉียบขาดเช่นในวันนี้...
เธอก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ แบกรับหนี้สินนับสิบล้านแทนครอบครัว และกำลังจะสูญเสียแม้กระทั่งสิทธิในการใช้ชีวิตร่วมกับคนที่เธอเคยคิดว่าเป็น 'บ้าน'
"คุณไม่มีแม้แต่ความลังเลเลยใช่ไหมคะ, ธันวา..." เสียงของเธอในวันนั้นแหบพร่าและสั่นเครือ แต่นัยน์ตาคู่คมกลับไม่ได้หลั่งน้ำตาออกมาแม้แต่หยดเดียว มันคือความแห้งแล้งที่น่ากลัวที่สุดของผู้หญิงที่หัวใจแตกสลายจนเกินกว่าจะเยียวยา
ธันวาในชุดสูททาร์กเกรย์ราคาแพง นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีที่สุขุมและไร้ความรู้สึก ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอเคยหลงใหล ปราศจากแม้แต่ความอาทร สายตาคู่นั้นมองตรงมาที่เธอราวกับเธอกำลังพูดคุยกับคนแปลกหน้า
"อย่าทำให้มันยุ่งยากเลยรินรดา คุณก็รู้ว่าสถานะของเราในตอนนี้มันมาถึงทางตันแล้ว การหย่าคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งคู่ บริษัทของคุณล้มละลาย หนี้สินล้นพ้นตัว ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันต่อไป มีแต่จะพังกันไปหมด"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนกรีดลึกลงไปในเนื้อสดๆ เขาไม่ได้มองเห็นหัวใจที่กำลังร้าวรานของเธอ เขามองเห็นเพียงแค่ 'ชื่อเสียง' และ 'ผลประโยชน์' ที่อาจแปดเปื้อนหากมีภรรยาที่ล้มละลายติดสอยห้อยตามไป
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าสมเพช สมเพชตัวเองที่เคยโง่เขลาเชื่อมั่นในคำว่ารักนิรันดร์ สมเพชผู้ชายใจร้ายที่พร้อมจะทิ้งภรรยาที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขาได้ลงคอ เพียงเพราะเธอกลายเป็นตัวถ่วงชีวิต
"ค่ะ... ดี ฉันจะเซ็นให้"
ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงจรดลงบนกระดาษแผ่นนั้น เสียงขีดเขียนเบาหวิวราวกับเสียงกรีดกรายของความตาย
ในวินาทีที่ลายเซ็นของเธอปรากฏเด่นหร่าบนเอกสาร ทางเดินชีวิตของพวกเขาก็ถูกตัดขาดออกจากกันอย่าง Pervasive และเด็ดขาด
แต่สิ่งที่ธันวาไม่มีวันรู้—และเธอไม่มีวันเอ่ยปากบอก—ก็คือ ในวันเดียวกันกับที่เธอเซ็นใบหย่า เธอยังได้รับรายงานจากแพทย์ว่า เธอกำลังตั้งครรภ์ทายาทสายเลือดเดียวกับเขาได้สามสัปดาห์พอดี
ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดเหล่านั้นไหลย้อนกลับมา ราวกับภาพยนตร์ซ้ำซากที่ถูกฉายซ้ำในหัวทุกครั้งที่เธอต้องก้าวเข้ามาในศาลยุติธรรมแห่งนี้
รินรดากะพริบตาถี่ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนสู่ปัจจุบัน ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้เอกสารคดีตรงหน้าเบาๆ เพื่อสงบความสั่นเทาของร่างกาย
หกปีผ่านไป... จากผู้หญิงที่ไร้ทางสู้ในวันนั้น เธอกลายมาเป็นทนายความสาวมือฉกาจที่ไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ บนสนามกฎหมาย
และวันนี้ โชคชะตาก็ช่างตลกร้ายเสียเหลือเกิน เมื่อผู้ว่าจ้างรายใหม่ที่ยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อให้ได้ตัวเธอมาทำคดี... กลับไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอดีตสามีผู้เยือกเย็นคนนั้น
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างสูงสง่าคุ้นตาจะก้าวเข้ามาในห้องรับรองพิเศษของสำนักงานทนายความ
ธันวาในวัยสามสิบปลายๆ ดูทรงอำนาจและเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม ความสำเร็จทางธุรกิจหล่อหลอมให้เขากลายเป็นเสือร้ายที่ผู้คนต่างเกรงขาม ทว่าในยามนี้ แววตาคมกริบคู่นั้นกลับมีความกระวนกระวายใจบางอย่างซ่อนอยู่ ภายใต้หน้ากากความนิ่งสงบ
"คุณรินรดา..." ธันวาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความระมัดระวังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
รินรดาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสาร ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย เย็นชา และไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ราวกับเธอกำลังมองลูกความทั่วไปคนหนึ่ง ไม่ใช่อดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
"เชิญนั่งค่ะ, คุณธันวา" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความยินดียินร้าย "เรามาคุยกันในส่วนของรายละเอียดสัญญาจ้างและเงื่อนไขทางกฎหมายที่คุณต้องการให้ฉันดูแลจะดีกว่านะคะ เวลาของฉันมีค่าพอสมควรค่ะ"
ธันวานั่งลงฝั่งตรงข้าม แต่สายตาของเขากลับไม่ได้มองเอกสารบนโต๊ะเลยสักนิด ดวงตาคมกริบคู่นั้นจดจ้องใบหน้าเรียบเฉยของอดีตภรรยา ราวกับพยายามค้นหาเงาของผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่เขาเคยทอดทิ้ง แต่เขากลับพบเพียงความว่างเปล่าที่เย็นชาและทรงพลังยิ่งกว่ากำแพงเหล็ก
"ผมคิดว่า... เรามีเรื่องส่วนตัวที่ต้องเคลียร์กันมากกว่าแค่เรื่องคดีความเสียอีกครับ ริน" เขากล่าวเสียงแผ่ว พยายามโน้มตัวเข้าหาโต๊ะเพื่อลดระยะห่าง
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบด้วยน้ำแข็งแห้งสนิท ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"เรื่องส่วนตัวระหว่างเราไม่มีอยู่จริงหรอกค่ะคุณธันวา มันถูกฉีกทิ้งและเซ็นชื่อสละสิทธิ์ไปตั้งแต่หกปีที่แล้ว... หรือว่าคุณความจำเสื่อมจนลืมใบหย่าแผ่นนั้นไปเสียแล้วล่ะคะ?"
คำพูดเชือดเฉือนที่พ่นออกมาอย่างไร้ความปรานี ทำให้กรามของธันวาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เขารู้ดีว่าตนเองเป็นฝ่ายผิด และรู้ดีว่าการจะเอาชนะใจผู้หญิงคนนี้ในปัจจุบัน มันยากเย็นเสียยิ่งกว่าการพลิกแผ่นดินทำธุรกิจเสียอีก
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าในจังหวะที่ธันวากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อแก้ตัว เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน—รัว เร็ว และเต็มไปด้วยความเร่งร้อน
ประตูกลุ่มห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยเลขานุการส่วนตัวของรินรดา ใบหน้าของเธอซีดเผือดเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก พร้อมกับจูงมือเด็กชายตัวน้อยวัยหวานคนหนึ่งเข้ามาด้วย
"คุณรินคะ... ขอประทานโทษด้วยค่ะ พอดีน้องนะโม... ลูกค้าตัวน้อยที่ติดมากับคุณแม่ที่นัดปรึกษาคดีห้องถัดไป ดันวิ่งซนหลุดเข้ามาในโซนนี้ค่ะ ดิฉันพยายามห้ามแล้วแต่..."
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย รีบลุกขึ้นยืนเพื่อจะไปรับตัวเด็กชาย แต่ทว่า... ธันวาที่นั่งหันหลังให้กับประตู กลับหันขวับไปมองตามเสียงนั้นทันที
ร่างสูงของนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นแข็งค้างไปราวกับถูกสายฟ้าฟาด
เมื่อดวงตาคมกริบของเขาประสานเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายตัวน้อย ที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาออกมาทุกกระเบียดนิ้วราวกับส่องกระจกเงา... แม้กระทั่งไฝเม็ดเล็กๆ ใต้หูด้านขวาก็ยังอยู่ตำแหน่งเดียวกันอย่างไร้ที่ติ!
ธันวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้โดยไม่รู้ตัว ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก สมองของเขาสف่าขาวโพลนในพริบตาเดียว
เมื่อสายตาดุดันเหลือบมองสลับระหว่างเด็กชายหน้าตาเหมือนเขาเปี๊ยบ... กับอดีตภรรยาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงานโดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ
"ริน..." ธันวาเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ลมหายใจติดขัด ดวงตาสั่นระริกด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ "นี่มัน... หมายความว่ายังไง?"
---
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับบาดแผลในอดีตของรินรดาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กระจกเงาสะท้อนใจ)*
ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 2
รอยร้าวที่ยังไม่เคยสมาน
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!