ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 3

เกมธุรกิจที่อันตราย

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะกระจกใสราคาแพงระยับ ไม่ได้ทำให้รินรดากะพริบตาลงแม้แต่น้อย เธอนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสงبงาม ชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บเนียบเข้ารูปขับเน้นบุคลิกของทนายความสาวผู้กุมอำนาจต่อรองในมือได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตรงข้ามกับเธอคือธันวา—ประธานบริหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและเด็ดขาด แต่ในยามนี้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับมีร่องรอยความระแวงฉายชัดเจน "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ความกดดันในห้องทำงานกว้างขวางแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก ทว่ารินรดากลับระบายยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่เคยทำให้ลูกความฝั่งตรงข้ามต้องหวาดผวามานักต่อนัก "เกมธุรกิจค่ะ ท่านประธานธันวา... หรือว่าคุณกลัวว่าสิ่งที่ฉันกำลังค้นหา จะสั่นคลอนบัลลังก์ที่คุณนั่งอยู่กันแน่คะ" รินรดายกแฟ้มการเงินย้อนหลังสามปีขึ้นมาเปิดผ่านปลายนิ้วที่สวมแหวนเพชรเม็ดเล็ก เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อรื้อฟื้นเรื่องความหลังที่เน่าเฟะในอดีต เมื่อสามปีก่อน วันที่เธอกลายเป็นผู้หญิงไร้ค่าในสายตาเขา วันที่เธอล้มละลายและสูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรี รินรดาคนเก่าได้ตายไปแล้ว คนที่นั่งอยู่ตรงนี้คือทนายความมือฉกาจผู้ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบสถานะทางการเงินของบริษัทในเครือทั้งหมด ก่อนการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ และเธอกำลังเจอ... สิ่งที่ซุกซ่อนไว้ใต้พรม "บัญชีหมวด C ของบริษัทในเครือเอสแอลกรุ๊ป ทำไมยอดเงินสำรองถึงถูกถ่ายโอนไปยังบัญชีนิติบุคคลต่างประเทศในช่วงไตรมาสที่สามของปีที่แล้วคะ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นโปรเจกต์ใหญ่กำลังมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง" รินรดาดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแฟ้ม วางราบลงบนโต๊ะ เลื่อนมันไปตรงหน้าชายหนุ่มอย่างใจเย็น ธันวาก้มมองเอกสารแผ่นนั้น แวบหนึ่งที่กล้ามเนื้อกรามของเขาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน แต่สีหน้ายังคงควบคุมไว้ได้อย่างแนบเนียน ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจ้องมองอดีตภรรยาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "มันเป็นเรื่องปกติของการบริหารจัดการภาษี คุณก็รู้ว่าในโลกธุรกิจ..." "อย่าใช้คำว่า 'โลกธุรกิจ' มากลบเกลื่อนความผิดปกติเลยค่ะธันวา" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บาดลึกจนคนฟังต้องชะงัก "ในฐานะทนาย ฉันไม่ได้อ่านมันด้วยความรู้สึก แต่ฉันอ่านมันด้วยข้อกฎหมาย และตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกว่า มีการยักยอกเงินทุนหมุนเวียนเพื่อปกปิดหนี้สินส่วนตัว... ซึ่งชื่อของผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทปลายทางนั้น ช่างบังเอิญเสียเหลือเกินนะคะ" เธอยื่นเอกสารอีกแผ่นตามไปติดๆ เป็นชื่อของบุคคลที่ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงและรัศมีกดดันของเขาไม่ได้ทำให้รินรดาลดละสายตาลงเลยแม้แต่น้อย เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน เโน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะ ก้มหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธอคุ้นเคยเมื่อหลายปีก่อน ลอยมาแตะจมูก "คุณเก่งขึ้นมากจริงๆ รินรดา" ธันวาเค้นเสียงกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงของเขามีทั้งความชื่นชมและความโกรธขึงปะปนกัน "กล้าขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมา... คิดว่าตัวเองปลอดภัยนักหรือไง รู้ไหมว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเส้นเงินนั้นคือใคร" "รู้สิคะ... ถึงได้กล้าเปิดมันขึ้นมายังไงล่ะคะ" รินรดายังคงนิ่งสงบ เธอไม่ถอยร่น สบตากับเขาตรงๆ "เพราะความจริงก็คือความจริง ต่อให้คุณพยายามเอาอำนาจมาปิดบังแค่ไหน สักวันมันก็ต้องสะท้อนกลับมาทำลายคุณอยู่ดี... เหมือนกับที่คุณเคยทำลายฉันเมื่ออดีตยังไงล่ะคะ" คำพูดนั้นสะแทกใจธันวาอย่างจัง ดวงตาคมเข้มไหววับด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่มีสิทธิ์เอ่ยปากปฏิเสธ อดีตที่เขาเคยผลักไสผู้หญิงคนนี้ออกไปในวันที่เธออ่อนแอที่สุด คือแผลเป็นที่คอยย้ำเตือนว่าเขาโง่เง่าแค่ไหน แต่วันนี้... ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขากลับเข้มแข็งจนน่ากลัว และเธอกำลังถือไพ่เหนือกว่าในทุกๆ ด้าน ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่จะระอุไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็กร่อนความเงียบลง พร้อมกับการเปิดพรวดเข้ามาของเลขาหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนก โดยมีร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์เดินเตาะแตะตามเข้ามาด้วย "ขอประทานโทษครับท่านประธาน พอดีเด็กคนนี้..." เลขาหนุ่มละล่ำละลัก รินรดารีบหันขวับไปมอง สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่ พลันเปลี่ยนเป็นความตระหนกตกใจอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น ขณะที่เด็กน้อยคนนั้นเมื่อเห็นหน้ามารดา ก็ส่งเสียงเจื้อแจ้วพร้อมกับวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโอบกอดขาเรียวของเธอไว้ทันที "หม่ามี๊ฮะ! น้องไปกินไอติมมาด้วยน้า อร่อยมากๆ เลย!" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังลั่นห้องทำงานที่เงียบสงบ รินรดารีบย่อตัวลงอุ้มลูกชายเข้าแนบอก หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เมื่อเธเงยหน้าขึ้นสบตากับธันวาที่กำลังยืนแข็งทื่อเป็นหิน ดวงตาคมกริบของอดีตสามีที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเล่ห์กลธุรกิจ บัดนี้กำลังเบิกกว้างจ้องมองใบเกลี้ยงเกลาของเด็กน้อยสลับกับใบหน้าของเธอด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด—โครงหน้าเรียวเล็ก จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะไฝเม็ดเล็กๆ ใต้หางตาข้างขวา ที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา! ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%