เอกสารคำพิพากษาบนโต๊ะทำงานของห้องพิจารณาคดีสีชาดสะท้อนแสงไฟนีออนจนดูคล้ายคราบโลหิตจางๆ เสียงค้อนไม้ของท่านผู้พิพากษาที่เคาะลงบนแท่นเมื่อสักครู่ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ราวกับเสียงประกาศิตที่กรีดทับลงบนรอยแผลเป็นซึ่งเธอใช้เวลาค่อนชีวิตเยียวยา
"ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดจริงตามฟ้อง..."
ทุกถ้อยคำของคำพิพากษาคือชัยชนะ เป็นหลักฐานอันชัดแจ้งว่าหยาดเหงื่อ แรงกาย และหยดน้ำตาที่เธอทุ่มเทลงไปในฐานะทนายความ ไม่ได้สูญเปล่า บริษัทที่เกือบล่มสลายด้วยน้ำมือของคนทรยศ บัดนี้ได้รับการกอบกู้คืนมาแล้ว ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และความยุติธรรม ถูกส่งคืนสู่มือของเธออย่างสมบูรณ์แบบ
แต่ทำไม... หัวใจของเธอถึงไม่ได้รู้สึกเบาหวิวราวกับหลุดพ้นจากพันธนาการอย่างที่ควรจะเป็น
รินรดายืนนิ่งอยู่หลังโพเดียมทนายความ ปลายนิ้วเรียวที่สวมแหวนเงินเรียบง่ายจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมกริบที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นมาตลอดการต่อสู้คดี กลับสั่นระริกโดยไม่ยอมเชื่อฟัง สายตาของเธอถูกตรึงไว้กับร่างสูงใหญ่ของธันวา อดีตสามีผู้ที่ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น บัดนี้เขากำลังยืนพิงเสาหินอ่อนนอกราวกั้นด้วยสภาพที่ราวกับวิญญาณหลุดลอย
ความลับ... ความลับที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ก้นบึ้งแห่งความเจ็บปวดตลอดหลายปี บัดนี้กลับถูกเปิดเผยออกมาต่อหน้าต่อตาของธันวาในเสี้ยววินาทีนี้เอง ผ่านสำนวนคดีที่เธอจำต้องนำขึ้นมาอ้างอิงเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาของฝ่ายตรงข้าม เอกสารแผ่นนั้น... เอกสารที่ระบุถึงสถานะ ทะเบียนบ้าน และสายสัมพันธ์ทางสายเลือดที่เธอพยายามปกปิดสุดชีวิต เพื่อไม่ให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้ได้ล่วงรู้
"ริน..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเยชาและบาดลึกหัวใจเธอในอดีต บัดนี้สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ธันวาก้าวเท้าเข้ามาหาเธอทีละก้าว ช้าๆ ราวกับคนหมดแรงจะพยุงร่าง ก้าวแรกที่เหยียบย่างลงบนพื้นหินขัด หนักอึ้งราวกับแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า ดวงตาคมเข้มคู่นั้นแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้สุดกำลัง แต่มันต้านทานความจริงที่เพิ่งกระแทกเข้าหน้าไม่ไหว
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เธอยืดตัวขึ้นตั้งตรง พยายามสวมเกราะป้องกันความอ่อนแอที่สร้างขึ้นมาด้วยหยาดน้ำตาตลอดห้าปีเต็ม ใบหน้างดงามเชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
"จบแล้วค่ะคุณธันวา..." น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้อนความเจ็บปวดร้าวลึกที่อัดแน่นอยู่ภายใน "คดีนี้จบลงแล้ว ความยุติธรรมคืนให้ฉันและบริษัทแล้ว ทุกอย่าง... ควรจะจบลงตรงนี้"
"แต่มัน... มันไม่ใช่แค่เรื่องบริษัท ริน" ธันวาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือถึง ร่างสูงที่เคยสง่างามและทรงอำนาจในโลกธุรกิจ บัดนี้ทรุดฮวบลงในความรู้สึก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด สำนึกผิด และคำถามนับร้อยที่อัดอั้น "เด็กคนนั้น... บันทึกในเอกสารนั่น... ลูกของเราใช่ไหม?"
คำถามนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทาของเขา บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึกในอกของคนทั้งคู่ รินรดากวาดตามองใบหน้าของอينสามีเก่า—ผู้ชายคนที่เคยผลักไสเธอยามที่เธอล้มละลาย ผู้ชายคนที่บอกว่าเด็กในท้องคือภาระ และเป็นคนเดียวกันกับที่กำลังยืนร้องขอความเมตตาจากเธอในนาทีนี้
ความสะใจควรจะเกิดขึ้นในใจเธอสิ! เธควรจะยิ้มเยาะและเหยียบย้ำเขาให้จมดินเหมือนที่เขาเคยทำกับเธอไม่ใช่หรือ?
แต่เปล่าเลย... หัวใจเธอกลับเจ็บแปลบราวกับถูกคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิม
"คุณเพิ่งมารู้สึกตัวเอาตอนนี้เหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข มีแต่ความขื่นขมที่สะสมมาเนิ่นนาน เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง "วันที่ฉันล้มละลาย วันที่ฉันอุ้มท้องเดินไปหาคุณเพื่อขอที่พึ่งพิง วันนั้นคุณพูดว่าอะไรคะ คุณบอกว่าฉันมันตัวถ่วง คุณบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นแค่ภาระที่คุณไม่ต้องการไม่ใช่เหรอ?"
ธันวาสะอึกราวกับถูกตบด้วยฝ่ามือไร้ร่องรอย ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงถนัดตา ความจริงที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาด้วยมือตัวเอง บัดนี้ย้อนกลับมาทุบตีเขาจนแทบกระอักเลือด
"วันนั้น... พี่โง่เอง ริน พี่มันตาบอด..." ธันวาก้าวเข้าไปหาเธออีกครั้ง คราวนี้เขากล้าเอื้อมมือออกไปหมายจะคว้าปลายนิ้วของเธอมาสัมผัส แต่รินรดากลับชักมือหลบราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา
"อย่ามาแตะต้องฉัน!" เธอตวาดกร้าว นัยน์ตาสีเข้มฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้า "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อเด็กคนนั้นด้วยซ้ำ ธันวา! คุณทิ้งเราไปในวันที่เราต้องการคุณที่สุด และตอนนี้... พอเรายืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง คุณกลับทำทีเป็นสำนึกผิด วิ่งตามมาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะค่ะ!"
"พี่ไม่ได้จะมาทวงสิทธิ์เพื่อตัวพี่เองนะ ริน..." ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบเป็นเสียงกระซิบ หยาดน้ำตาที่สะกดกลั้นไว้หยดลง1หยดกระทบพื้นหิน "พี่แค่อยากชดใช้... อยากกราบขอโทษลูก และอยากขอโอกาสให้ผู้ชายสารเลวคนนี้ ได้ทำหน้าที่พ่อ... แม้จะเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่เหลืออยู่ก็ตาม"
รินรดานิ่งงิ่งไปชั่วขณะ หัวใจที่แข็งดั่งหินผาเริ่มสั่นคลอนด้วยแรงกระแทกจากแววตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างแท้จริงของเขา แต่วินาทีต่อมา กำแพงแห่งความเยือกเย็นก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อปกป้องหัวใจดวงน้อยๆ ของลูกชายและตัวเธอเอง
"สายไปแล้วค่ะ..." เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เย็นชา และเด็ดขาดที่สุดในรอบหลายปี "ความยุติธรรมในศาลน่ะ ฉันชนะคุณแล้ว... แต่ความยุติธรรมในหัวใจของฉันและลูก คุณไม่มีวันชนะหรอกค่ะ"
รินรดาหันหลังให้กับเขาอย่างไม่ลังเล เธอสะบัดชายสูทสีเข้มแล้วก้าวเดินออกจากห้องพิจารณาคดี ทิ้งให้ธันวายืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องที่ว่างเปล่า ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นหินเย็นเฉียบอย่างไร้เรี่ยวแรง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินอาบสองแก้มอย่างไร้ความอาย
แต่ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังก้าวเดินพ้นประตูบานใหญ่ ออกมาสู่โถงทางเดินด้านนอกเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เธอต้องหยุดชะงัก ฝีเท้าที่มั่นคงเมื่อครู่พลันแข็งค้าง ร่างทั้งร่างชาวาบราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ
เด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กำลังยืนถือลูกโป่งรูปดาวสีฟ้าวิ่งเตาะแตะตรงมาหาเธอ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ถอดแบบมาจากรอยยิ้มของธันวาไม่มีผิดเพี้ยน
และข้างกายของเด็กน้อยคนนั้น... คือพยาบาลสาวคนเก่าที่เคยทำคลอดให้เธอเมื่อห้าปีก่อน พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่ในมือ ที่เขียนหน้าซองไว้อย่างเด่นชัดว่า... **"ผลตรวจ DNA ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดฉบับสมบูรณ์"**
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความเจ็บปวดและการเติบโตของรินรดามาจนถึงโค้งสุดท้ายนี้นะคะ
ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 28
เคลียร์ปมเก่า จบเรื่องคดี
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!