เสียงเหล็กขึ้นไกปืนดัง ‘กริ๊ก’ ในความมืดของโกดังร้างริมอ่าว เป็นเสียงที่เฉือนผ่านความเงียบราวกับใบมีดโกน รินรดากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด รสชาติเค็มปร่าของเลือดผสมกับหยาดน้ำตาที่ไหลย้อนเข้ามุมปาก สะท้อนความเจ็บปวดที่เธอแบกรับมาตลอดชีวิต ทนายความสาวผู้เคยใช้กฎหมายเป็นเกราะกำบังในห้องพิจารณาคดี วันนี้กลับต้องมานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ มือถูกมัดไขว้หลังด้วยเชือกไนลอนที่บาดลึกจนเนื้อแตก แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความว่างเปล่าในอก
เธอไม่ได้กลัวความตาย… เธอแค่เสียดายที่ความจริงบางอย่างยังไม่ทันได้เปิดเผย
"คิดว่าจะมีใครกล้าเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อผู้หญิงอย่างเธอจริงๆ งั้นเหรอ, คุณทนายคนเก่ง?" เสียงทุ้มต่ำเย้ยหยันของศัตรูตัวฉกาจดังขึ้น พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับด้านซ้ายของเธอ รินรดาเบือนหน้าหนี ดวงตาสคมองตรงไปเบื้องหน้าอย่างไร้ความหวาดกลัว แม้ความตายจะอยู่ห่างแค่ลมหายใจกั้น แต่หัวใจเธอกลับนึกถึงใครบางคน—ผู้ชายใจร้ายที่เธอเคยเกลียดชัง และเป็นคนเดียวกันกับที่เธอเคยทุ่มเทรักให้จนหมดใจ
โครม!
เสียงประตูเหล็กบานใหญ่ถูกกระแทกจนพับติดผนัง ฝุ่นคละคลุ้งตลบอบولไปทั่วบริเวณ แสงไฟจากภายนอกสาดส่องตัดความมืด เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่นและมั่นคง
ธันวา…
อดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และไม่เคยแคร์ใครหน้าไหน บัดนี้เส้นผมของเขากระเซิง เสื้อเชิ้ตสีเข้มหลุดลุ่ยไม่เป็นระเบียบ และที่สำคัญที่สุด—ในมือของเขาไม่มีอาวุธป้องกันตัวใดๆ เลย มีเพียงความเดือดดาลที่ระอุอยู่ใต้ดวงตาคู่คมที่แดงก่ำราวกับซาตานหลุดจากขุมนรก
"ปล่อยเธอซะ" เสียงของธันวาทุ้มต่ำและทรงพลัง แม้จะแหบพร่าแต่กลับก้องกังวานไปทั่วโกดังร้าง
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจระคนหวatผวา เธออยากจะตะโกนไล่เขาให้หนีไปให้พ้น แต่ลำคอตีบตันจนเปล่งเสียงไม่ออก "คุณ… คุณบ้าไปแล้วหรือไง ธันวา!" เธอกรีดร้องอยู่ในใจ ทำไมเขาถึงโง่ขนาดนี้? ทำไมต้องเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงในเกมสกปรกนี้ด้วย ในเมื่อเธอกับเขาหย่าขาดจากกันทางนิตินัยไปนานแล้ว!
ชายฉกรรจ์สามคนหัวسเราะลั่น ลูกน้องของอิทธิพลมืดหันปากกระบอกปืนเปลี่ยนเป้าหมายจากรินรดามายังผู้มาใหม่ทันที "โอho! อภิมหาเศรษฐีธันวาผู้ทรงอิทธิพล ถึงกับยอมเดินเข้ามาตายในหลุมศพด้วยตัวเองเลยรึเนี่ย ความรักนี่มันช่างโง่เง่าสิ้นดี!"
ธันวาก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว ร่างกายสูงใหญ่แผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนคนถือปืนยังต้องชะงัก สายตาของเขาไม่ได้มองปืนที่จ่อรอกลางอกเลยสักนิด เขามองเพียงแค่รินรดา—ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสอย่างไรเยื่อใย ในวันที่เธอล้มละลายและต้องการเขามากที่สุด
"ฉันบอกให้ปล่อยเธอ" ธันวาเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลง "แกอยากได้เท่าไหร่ ทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของฉัน หรือหุ้นทั้งหมดในเครือบริษัท? เรียกตัวเลขมาได้เลย แลกกับการปล่อยตัวเธอไป"
"ฮ่าๆๆๆ เงินทองมันซื้อชีวิตคนไม่ได้หรอกวะ นายธันวา!" หัวหน้าแก๊งเหยียดยิ้มเหี้ยม "แต่ถ้าแกอยากตายแทนมันนัก ฉันก็ไม่ขัดศรัทธา!"
นิ้วที่เหนี่ยวไกขยับเข้าหาตัว รินรดากรณีดร้องสุดเสียง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม "ธันวา! อย่าเข้ามา! หนีไปส—!"
ปัง!
เสียงกึกก้องสะท้อนบาดแก้วหู ธันวาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขากระโจนเข้าใส่กระสุนนัดนั้นทันที ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวมือปืนคนแรก ชกเข้าที่ปลายคางอย่างแม่นยำและรุนแรงจนอีกฝ่ายหงายหลังล้มตึง เลือดกำเดาพุ่งทะลัก แต่กระสุนนัดแรกเฉี่ยวหัวไหล่ขวาของธันวาจนเนื้อผ้าขาดวิ่นและมีเลือดสีสดไหลซึมออกมาอย่างรวดเร็ว
"คุณธันวา!" รินรดาสะอื้นฮัก ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ความชุลมุนเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ธันวาต่อสู้กับคนร้ายที่เหลือด้วยมือเปล่า แม้เขาจะไม่ได้ฝึกศิลปะการต่อสู้ขั้นสูง แต่ความโกรธเกรี้ยวและแรงขับเคลื่อนจากหัวใจที่กำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไป ทำให้เขามีพลังราวกับสัตว์ป่าที่ปกป้องอาณาเขต หมัดหนักๆ ซัดเข้าใส่หน้าอกและใบหน้าของศัตรูทีละคนจนล้มคว่ำ แม้เขาจะโดนรุมกระทืบและมีรอยฟกช้ำตามใบหน้า แต่สายตาของเขายังคงจ้องมองมาที่รินรดาไม่วางตา
"ริน…" เขากัดฟันกรอด ฝ่ามือหนายันพื้นลุกขึ้นยืนทั้งที่เลือดไหลอาบแขน ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วใช้มือเปล่ากระชากปืนมาจากมือของคนร้ายที่นอนหมดสติเป็นคนสุดท้าย
ความเงียบสงบกลับมาเยือนโกดังอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของธันวา และเสียงสะอื้นไห้ของรินรดา
ธันวาทิ้งปืนในมือลงพื้นอย่างไร้ความหมาย เขาทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าอดีตภรรยา มือสั่นเทาเอื้อมไปแก้เชือกที่มัดข้อมือเธอให้อย่างรีบร้อน รอยแผลถลอกและรอยแดงช้ำจากการถูกมัดแน่นทำให้เขาขบกรามแน่นด้วยความเจ็บปวดแทนเธอ "ฉันขอโทษ…" เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาคมที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด "ฉันมาสายไป… ฉันขอโทษที่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความกลัวนี้คนเดียวอีกแล้ว"
ทันทีที่เชือกหลุดออก รินรดากลับไม่ได้ขยับหนี เธอยกมือขึ้นสวมกอดลำคอของเขาแน่น ใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาซบลงกับลาดไหล่กว้างที่ชุ่มไปด้วยเลือดของเขา ความรู้สึกอัดอั้น ตึงเครียด และความโกรธแค้นในอดีตพังทลายลงในอ้อมกอดนี้ เหลือเพียงความจริงที่ว่า—เขายอมเอาชีวิตมาแลกเพื่อเธอ
"คุณมันบ้า… ธันวา คุณมันคนบ้าที่สุด" เธอทุบกำปั้นลงบนแผ่นหลังเขาเบาๆ แม้ปากจะต่อว่าแต่เรียวแขนกลับกอดรัดเขาแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป
ธันวากอดเธอไว้แนบอก ฝังใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มสูดดมกลิ่นกายที่เขาโหยหามาแรมปี อ้อมแขนแกร่งสั่นเทาด้วยความโล่งอก โลกทั้งใบของเขาเกือบจะพังทลายลงในวินาทีที่เห็นเธอนั่งอยู่ปากเหิงแห่งความตาย
แต่ทว่า… ท่ามกลางความเงียบงันและความอบอุ่นที่เพิ่งก่อตัวขึ้น ท่าทีของรินรดาก็พลันชะงักกึก
ดวงตาคู่สวยที่เคยแดงก่ำเพราะความกลัว กลับเบิกกว้างขึ้นเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่กระเป๋าเสื้อด้านในของธันวา ซึ่งหลุดร่วงออกมาขณะที่เขากำลังกอดเธอ
ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกพับครึ่ง ขอบซองเปื้อนคราบน้ำหมึกจางๆ และตราประทับจาก "โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง" พร้อมชื่อหัวข้อที่สะดุดตาจนหัวใจเธอกระตุกวูบ
— *ผลการตรวจวิเคราะห์ดีเอ็นเอ (DNA Test Report)* —
รินรดาผละออกจากอ้อมอกของเขาช้าๆ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาสั่นระริกจ้องมองซองเอกสารนั้นสลับกับใบหน้าของอดีตสามีที่กำลังมองเธอด้วยความสงสัย
ธันวาก้มมองตามสายตาของเธอ ใบหน้าคมคายชะงักง้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะรีบคว้าซองเอกสารนั้นซ่อนไว้ด้านหลัง แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว…
"นี่คืออะไรคะ ธันวา?" เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบา แต่เย็นเยียบเสียจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ หัวใจที่เพิ่งจะอ่อนยวบลงกลับมาแข็งเกร็งขึ้นอีกครั้งในพริบตาเดียว
— *แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กระจกเงาสะท้อนใจ*
ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 24
เดิมพันด้วยชีวิต
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!