เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยแรงกระแทกมหาศาลที่เหวี่ยงร่างของรินรดาให้ลอยเคว้งกลางอากาศ ก่อนที่โลกทั้งใบจะดับวูบลงไปชั่วขณะ
กลิ่นควันไหม้ของยางรถยนต์และไอร้อนที่พวยพุ่งจากฝากระโปรงรถคันหรูตีเข้าจมูกอย่างรุนแรง รินรดากะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความพร่ามัว ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยควันสีเทาคลุ้ง เธอติดอยู่เบรกมือและเข็มขัดนิรภัยที่รัดแน่นจนหายใจไม่ออก ทว่า ในวินาทีที่ความตายราวกับอยู่แค่เอื้อม แขนแกร่งคู่หนึ่งก็พังประตูฝั่งข้างคนขับเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต แรงกระชากอันดุดันแต่เต็มไปด้วยความร้อนรนดึงเธออกจากซากเหล็กที่กำลังบิดเบี้ยว
“ริน… คุณเป็นอะไรไหม!”
น้ำเสียงนั้น… เสียงที่เธอเคยคิดว่ามันเย็นชาและไร้หัวใจที่สุดในโลก เสียงที่เคยบอกให้เธอเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย แต่วินาทีนี้ มันกลับสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง
รินรดาเบิกตากว้างยามที่ภาพตรงหน้าเริ่มชัดเจน ธันวา อดีตสามีผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร บัดนี้ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยคราบเขม่าควันและรอยเลือดสดๆ ที่ไหลอาบขมับ หยดเลือดสีแดงฉานไหลรินลงมาตามกรอบหน้าคมสัน ตัดกับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันและรอยแผลฉีกขาดขนาดใหญ่บริเวณหัวไหล่ ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัวของตนเอง แต่เป็นเพราะแรงโอบกอดที่พยายามปกป้องร่างของเธอไว้ใต้ร่างของเขาตั้งแต่เสี้ยววินาทีที่รถบรรทุกคันนั้นพุ่งเข้ามา
“คุณ… ธันวา ทำไมคุณถึง…” รินรดาครางแผ่วเบา เสียงของเธอสั่นเครือ มือเรียวบางที่เคยตั้งกำแพงสูงลิ่ว ยามนี้กลับสั่นเทาขณะยกขึ้นแตะรอยเลือดบนขมับของเขา
“ผมบอกแล้วไง ว่าผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณอีก… ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของผมก็ตาม” ธันวาพูดลอดไรฟันด้วยความเจ็บปวด ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร่างกายที่เคยสง่างามและมั่นคง บัดนี้กำลังทรุดฮวบลงเพราะพิษบาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังจากการเอาตัวเข้ามารับแรงกระแทกแทนเธอเต็มๆ
หัวใจของรินรดาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม กำแพงความแค้น ความเกลียดชัง และความเย็นชาที่เธอเพียรสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี พังทลายลงในพริบตา ราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดจนราบคาบ ความเจ็บปวดรวดร้าวที่เขาเคยฝังไว้ในใจเธอ มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความตระหนักรู้ที่สายเกินแก้—ผู้ชายคนนี้ ยอมตายเพื่อเธอ
“อย่า… อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ ธันวา!” รินรดากรีดร้องออกมาด้วยความตระหนก น้ำตาที่กลั้นมานานทะลักทลายราวกับเขื่อนแตก สองมือพยายามประคองร่างหนาที่กำลังหมดแรงล้มลงกับพื้นถนนที่ชุ่มไปด้วยฝนและคราบเลือด “รถพยาบาลล่ะ! ใครก็ได้ช่วยโทรเรียกรถพยาบาลที!”
“ริน… มองหน้าผมหน่อย” ธันวาเอ่ยเสียงกระเส่า ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง บัดนี้ทอประกายอ่อนโยนและเว้าวอนจนน่าใจหาย ปลายนิ้วที่เปื้อนเลือดของเขายื่นมาสัมผัสแก้มเนียนของเธอเบาๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพลวงตา “ที่ผ่านมา… ผมขอโทษ ผมมันโง่เองที่ปล่อยมือจากผู้หญิงที่มีค่าที่สุดในชีวิต… ถ้าผมตายไปจริงๆ คุณจะอภัยให้ผมสักนิดไหม…”
“ฉันไม่อภัย! ถ้าคุณตาย ฉันจะไม่ให้อภัยคุณเด็ดขาด!” รินรดาสะศาสนาด้วยความเจ็บปวด หัวใจบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก เธอกุมมือหนานั้นไว้แน่น แนบเข้ากับใบหน้าของตนเองที่มีแต่น้ำตา “เพราะฉะนั้น… คุณต้องไม่ตาย ได้ยินไหม คุณต้องอยู่ชดใช้ความผิดที่คุณทำกับฉัน!”
ธันวายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เศร้าสร้อยแต่โล่งอก ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงไปในอ้อมแขนของเธอ ร่างหนาทรุดฮวบลงแนบกับอกของเธอ ท่ามกลางเสียงไซเรนรถพยาบาลที่ดังสนั่นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
***
กลิ่นอسٹرนของโรงพยาบาลและเสียงเครื่องมือแพทย์ที่ดังติ๊ดๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ คือสิ่งแรกที่รินรดารับรู้เมื่อเธอนั่งเหม่อลอยอยู่บนเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ในหัวของเธอมีแต่ภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญและแววตาที่ยอมตายแทนเธอได้ของธันวา ความแค้นที่เคยกัดกินหัวใจถูกแทนที่ด้วยความกลัว… กลัวว่าความตายจะพรากเขาไปก่อนที่เธอจะได้บอกความจริงบางอย่างที่เธอเก็บงำไว้
แกร็ก!
ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก แพทย์หนุ่มในชุดกาวน์เดินออกมาด้วยสีหน้าอ่อนล้า รินรดาลุกขึ้นพรวดพ่นทันที ขายาวก้าวเข้าไปหาแพทย์ด้วยความร้อนรนจนเกือบสะดุด
“คุณหมอคะ สามีฉัน… ธันวา เป็นยังไงบ้างคะ เขาปลอดภัยไหม?” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แพทย์ถอดหน้ากากอนามัยออก ถอนหายใจยาวก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายลง “คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ โชคดีที่กระดูกสันหลังไม่ได้รับความเสียหายรุนแรง แม้จะมีแผลฉีกขาดที่แผ่นหลังและเสียเลือดมาก แต่พ้นขีดอันตรายแล้วครับ ตอนนี้เราย้ายคนไข้ไป
VIP พักฟื้นแล้ว คุณหมอให้นอนพักผ่อนและห้ามรบกวนสติมากนักครับ”
รินรดารู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เธอยกมือขึ้นปิดปาก กลั้นเสียงสะื้นที่จุกอยู่ในลำคอ ความโล่งใจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จนกระทั่งเธอเดินมาถึงหน้าห้องพักฟื้นพิเศษ
เธอกล้าที่จะผลักประตูเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงของธันวานอนอยู่บนเตียงสีขาว ใบหน้าซีดเซียวมีผ้าพันแผลพันรอบศีรษะและสายน้ำเกลือระโยงระยาง รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ ช้าๆ หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอยื่นมือไปกุมมือใหญ่ที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นไว้ แนบหน้าผากของตนเองลงกับหลังมือของเขา พร้อมกับหยดน้ำตาที่รินรินลงมาอีกครั้ง
“คุณรินรดาคะ…”
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ พร้อมกับเสียงเรียกจากพยาบาลสาวหน้าห้อง ทำให้รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบปาดน้ำตาออกแล้วหันไปมอง
“มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณค่ะ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากไว้บอกว่าเป็นเอกสารสำคัญที่กู้มาจากซากรถของคุณเมื่อครู่ค่ะ” พยาบาลยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลกันน้ำให้ด้วยความสุภาพ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปเพื่อความเป็นส่วนตัว
รินรดารับซองเอกสารมาด้วยความงุนงง นิ้วเรียวแกะผนึกซองออก หยิบกระดาษด้านในออกมาดู ทว่า ทันทีที่สายตาปะทะกับตัวอักษรและหัวข้อเอกสารบนกระดาษแผ่นนั้น ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด
มันไม่ใช่เอกสารทางคดี… แต่มันคือรายงานผลตรวจทางพันธุกรรม (DNA Test) ที่ระบุผลการตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่าง “เด็กชายวัยสามขวบ” คนหนึ่ง กับ… ชายหนุ่มที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงผู้ป่วยตรงนี้
และบรรทัดสุดท้ายระบุไว้อย่างชัดเจนจนหัวใจของเธอแทบหยุดเต้น: **“มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเป็นพ่อลูกกันอย่างแน่นอน (99.99%)”**
“นี่มัน… อะไรกัน…” รินรดารemครางเสียงสั่น มือไม้เย็นเฉียบจนกระดาษในมือแทบร่วงหล่น
แกร็ก…
เสียงเปิดประตูห้องน้ำด้านในห้องพักฟื้นดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของใครอีกคน ที่ก้าวออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับคมกริบและเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เมื่อเขาเห็นซองเอกสารในมือของเธอ
“เอกสารอะไรเหรอ รินรดา… แล้วทำไมในนั้นถึงมีรูปเด็กผู้ชายที่หน้าตาถอดแบบมาจากฉันเป๊ะๆ แบบนั้นล่ะ?”
— *แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กระจกเงาสะท้อนใจ*
ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 25
วินาทีความเป็นความตาย
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!