ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 26

โรงพยาบาลแห่งการสารภาพ

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอายยาฆ่าเชื้อและเครื่องมือแพทย์ระโยงระยางในห้องพักผู้ป่วยพิเศษระดับวีไอพีไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูอบอุ่นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งสงบอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ ทอดสายตามองออกไปสู่แสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงยามค่ำคืน ชุดสูทสีเทาเข้มที่เธอสวมใส่อย่างเนี๊ยบเฉียบคมคือเกราะป้องกันชั้นดีที่เธอยกขึ้นมาห่อหุ้มหัวใจที่เคยแตกสลายเป็นล้านๆ ชิ้น บนเตียงสีขาวสะอาด... ธันวา อดีตสามีผู้เคยขึ้นชื่อว่าเย็นชา ดุดัน และไม่เคยชายตาแลใคร กำลังนอนพักฟื้นจากภาวะช็อกหมดสติเนื่องจากความเครียดสะสมและแผลใจที่กัดกินเขามานานนับปี ร่างกายที่เคยสง่างามและทรงอำนาจ บัดนี้กลับดูโรยราลงไปถนัดตา มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอจากเครื่องช่วยพยุงชีพเบาๆ ที่ดังแข่งกับความเงียบงัน "คุณรินคะ..." เสียงของพยาบาลสาวผู้ดูแลก้าวเข้ามาด้วยความระมัดระวัง พร้อมกับวางแฟ้มประวัติการรักษาลงบนโต๊ะข้างเตียง "สัญญาณชีพของคุณธันวาคงที่แล้วค่ะ แต่... แพทย์ระบุว่าสภาพจิตใจของเขายังคงบอบช้ำมาก เขาละเมอเพ้อหาชื่อคุณตลอดเวลาเลยค่ะ" รินรดาเพียงพยักหน้ารับช้าๆ โดยไม่หันกลับไปมอง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา เป็นรสชาติของชัยชนะที่เจือปนด้วยความขื่นขมอย่างประหลาด วันนี้... วันที่เธอกลับมายืนในจุดที่สูงกว่า ในฐานะทนายความมือฉกาจผู้กุมชะตากรรมทางธุรกิจทั้งหมดของเขา เขากลับเป็นฝ่ายนอนไร้ทางสู้ รอคอยเพียงความเมตตาจากอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย "ขอบคุณมากค่ะคุณพยาบาล ฉันขออยู่ตามลำพังกับเขาสักครู่" เมื่อประตูปิดลง ความเงียบสงบก็โรยตัวอีกครั้ง รินรดาก้าวช้าๆ เข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วย รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นปาร์เกต์เกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ เธอยืนมองใบหน้ายามหลับใหลของชายหนุ่ม คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันแม้ในยามนิทรานั้นสะท้อนถึงความทุกข์ทรมานที่เขากำลังเผชิญ รินรดารู้ดี... ว่าแผลในใจที่ธันวากำลังเผชิญอยู่นั้น ไม่ใช่เพราะธุรกิจที่กำลังสั่นคลอน หรือชื่อเสียงที่สั่งสมมาหลายปีพังทลายลง แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า ผู้หญิงคนเดียวที่เขาเคยทำร้ายจิตใจอย่างไร้ความปรานี คือคนเดียวกับที่ยืนอยู่ตรงนี้ ในวันที่เขากำลังจะสูญเสียทุกอย่างไปตลอดกาล เปลือกตาหนาขยับไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและเย่อหยิ่ง บัดนี้มีเพียงความอ่อนล้าและความหวeาดกลัวฉายชัดอยู่ภายใน เมื่อโฟกัสภาพตรงหน้าได้ชัดเจน ธันวาก็กวาดสายตามองหาร่างบางที่เขานึกว่าตาฝาดไป "ริน..." เสียงแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก มันสั่นเทาจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "คุณ... คุณมาจริงๆ ด้วย" รินรดายังคงยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาสีนิลคมกริบมองตรงไปยังเขาโดยไม่มีร่องรอยของความอ่อนข้อ เธอไม่ขยับเข้าไปใกล้ และไม่มีแม้แต่รอยยิ้มแสดงความห่วงใย เธอปฏิบัติต่อเขาเหมือนลูกค้าคนหนึ่ง... ลูกค้าที่กำลังจะพ่ายแพ้ในคดีที่ไม่มีทางพลิกกลับ "ตื่นแล้วสินะคะ" เสียงหวานทุ้มเอื้อnเอ่ยออกมาเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ดิฉันนึกว่าคุณจะหมดสติยาวจนกว่าศาลจะตัดสินคดีทรัพย์สินของเราเสียอีกค่ะ คุณธันวา" ธันวาพยายามจะขยับตัวลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก แผลผ่าตัดเล็กๆ บริเวณหน้าอกและอาการอ่อนเพลียทำให้เขานิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เขากลับฝืนยื่นมืออันสั่นเทาออกไปหมายจะคว้าชายเสื้อสูทของเธอไว้ ทว่ารินรดากลับถอยหลังหลบอย่างเว้นระยะห่างได้อย่างพพอดี การกระทำนั้นเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกมีดกรีดลงบนหัวใจ "ริน... อย่าทำแบบนี้เลย ขอร้องล่ะ" น้ำเสียงของเขาขาดห้วงเต็มไปด้วยความเวทนา "ผมรู้... ผมรู้ว่าผมมันเลวแค่ไหน สิ่งที่ผมทำกับคุณในอดีต มันสมควรแล้วที่คุณจะเกลียด... สมควรแล้วที่คุณจะเหยียบย่ำผมให้จมดิน" รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก ความทรงจำอันเจ็บปวดในวันที่เธอล้มละลาย ตั้งท้องอย่างไร้ที่พึ่ง และถูกเขาขับไล่ออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมาไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำๆ "คุณเพิ่งมารู้ตัวเอาตอนนี้เหรอคะ ธันวา?" เธอหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "วันที่ฉันต้องกัดฟันสู้ด้วยลำแข้งของตัวเอง วันที่ฉันต้องเช็ดน้ำตาด้วยมือข้างเดียวในห้องเช่าแคบๆ ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหนคะ? คุณกำลังกอบโกยความสุขบนความพินาศของฉันไม่ใช่เหรอ?" "ผมขอโทษ..." คำพูดนี้ถูกพ่นออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำลูกผู้ชายเอ่อคลอหน่วยตาคมคลาคล่ำไปด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "ผมตาบอด... ผมหลงระเริงไปกับอำนาจและเงินตรา จนมองไม่เห็นว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคืออะไร วันที่ผมเซ็นใบหย่าให้คุณ วันนั้น... หัวใจของผมก็ตายไปพร้อมกับคุณแล้วเหมือนกัน" รินรดานิ่งงงไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำสารภาพนั้น ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสามี เธอกำลังมองหาความเสแสร้งหรือการแสดงละครตบตาจากนักธุรกิจผู้เคี่ยวกรำ แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับมีเพียงความแตกสลาย ความโดดเดี่ยว และความจริงใจที่สายเกินไปอย่างแท้จริง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยของธันวาที่ดังเป็นระยะ รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เตียงทีละนิด หัวใจของเธอเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความรักที่ยังหลงเหลือ แต่เป็นเพราะแรงกระแทกจากความจริงที่ว่า การแก้แค้นที่เธอรอคอยมานานแสนนาน กลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสะใจอย่างที่คิด... มันกลับว่างเปล่า และทิ้งรอยแผลไว้ในใจของเธอเองไม่แพ้กัน "ถ้าคุณสำนึกผิดจริง..." รินรดาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดริมฝีปากของเขา แววตาของเธอเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานี "คุณก็ควรเซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดตามที่ทนายของฉันยื่นเสนอเสีย... แล้วเราจะขาดกันอย่างสมบูรณ์แบบ" ธันวานิ่งงัน หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ไม่ใช่เพราะทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลกำลังจะหลุดลอยไป แต่เพราะประโยคที่ว่า 'ขาดกันอย่างสมบูรณ์แบบ' มันหมายถึงการตัดเยื่อใยครั้งสุดท้ายที่เขากลัวที่สุด ทว่า ในวินาทีที่ธันวาอ้าปากจะปฏิเสธและเอ่ยคำอ้อนวอนครั้งสุดท้ายนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวสี่ขวบในชุดนอนลายการ์ตูน วิ่งเตาะแตะเข้ามาในห้องพร้อมกับตุ๊กตากระต่ายเน่าในมือ เจ้าตัวเล็กเอียงคอมองชายแปลกหน้าบนเตียงด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปเงยหน้ามองรินรดาด้วยรอยยิ้มสดใส พร้อมกับคำพูดที่ทำให้โลกทั้งใบของธันวาหยุดหมุนไปทันที "คุณแม่ขา... น้องธันว์ง่วงนอนแล้วครับ ทำไมคุณแม่คุยกับลุงคนนี้นานจังเลยล่ะฮะ?" รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบหันขวับไปมองลูกชายตัวน้อยที่หลุดเข้ามาในห้องโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ส่วนธันวา... ดวงตาคมกริบเบิกโพลงค้างอย่างไร้การควบคุม หัวใจกระหน่ำเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อสายตาคู่นั้นกวาดมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชาย ที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับเขาออกมาทุกกระเบียดนิ้วราวกับส่องกระจกเงา! และความลับที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งแห่งความเจ็บปวดตลอดหลายปี ก็ถูกเปิดเผยออกมาในพริบตาเดียว... *แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กระจกเงาสะท้อนใจ* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%