"คุณคิดว่าเอกสารชุดนี้จะลบเลือนความจริงที่ว่า คุณเป็นคนเซ็นชื่อหย่าด้วยมือของคุณเองได้หรือคะ, คุณธันวา"
ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงกระแทกเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานทนายความส่วนตัวของรินรดา ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววความอ่อนแอให้เห็นแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นชาและดุดันแบบทนายความมือหนึ่งที่ผ่านคดีใหญ่มานับไม่ถ้วน รินรดากอดอกมองอดีตสามีที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่เบื้องหน้า
ธันวาไม่แม้แต่จะเหลือบแลเอกสารแผ่นนั้น สายตาคมกริบของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลทอดมองเพียงใบหน้าของเธอ—ใบหน้าที่เขาเคยทำลายรอยยิ้มไปเมื่อหลายปีก่อน ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมบรรยากาศในห้องจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ความอึดอัดนี้ไม่ใช่ความเกลียดชังอีกต่อไป แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลจากอดีตที่พวกเขากำลังขุดคุ้ยขึ้นมาพิพากษาซ้ำ
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะเซ็นมันในฐานะคนที่อยากหย่า... ริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก มันไม่ใช่คำแก้ตัว แต่เป็นถ้อยคำที่ถูกกลั่นกรองมาจากรอยแผลเป็นในใจที่เขาไม่เคยลืม
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีแต่ความเย้ยหยันที่บาดลึก "มุกตลกสิ้นคิดอะไรกันคะ? คุณเป็นคนส่งทนายมาเคาะประตูบ้าน ในวันที่ฉันล้มละลาย ในวันที่พ่อฉันเพิ่งเสียชีวิต และในวันที่ฉันกำลังอุ้มท้อง... คุณบอกว่ารังเกียจผู้หญิงจนตรอกอย่างฉัน ธันวา! ความทรงจำฉันไม่ได้เลอะเลือนขนาดนั้น!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่รินรดากรอกตากลับขึ้นไปเพื่อสะกดกลั้นมันไว้ เธอจะไม่ยอมร้องไห้ให้ผู้ชายคนนี้เห็นเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด ความเจ็บปวดในอดีตถูกตอกย้ำราวกับมีใครเอามีดมากรีดซ้ำบนแผลเดิม
ธันวาก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่น and หนักแน่น แววตาของเขาไหววูบอย่างเจ็บปวด มือหนายื่นออกไปราวกับจะคว้าข้อมือเธอไว้ แต่ก็ชะงักค้างกลางอากาศเมื่อรินรดาถอยหลังกรูดพร้อมกับสายตาที่เตือนสติว่า 'อย่าแตะต้องฉัน'
"ถ้าวันนั้น... ผมไม่เซ็น คุณและลูกในท้องจะไม่มีทางรอด" ธันวาเอ่ยประโยคที่ทำให้นัยน์ตาของรินรดาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่หนักอึ้งราวกับภูเขาถล่มลงมาทับ "คุณจำหนี้สินก้อนโตที่พ่อคุณทิ้งไว้ไม่ได้หรือไง? คนที่ตามล่าคุณไม่ใช่แค่เจ้าหนี้ธรรมดา... แต่เป็นพวกมาเฟียที่มีอิทธิพลมืดค้ำคออยู่"
"คุณ... คุณกำลังพูดเรื่องอะไร" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเริ่มเต้นระรัวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจนิยาม
"ผมถูกบังคับให้เลือก" ธันวายอมเปิดปากพูดความจริงที่เขาเก็บงำไว้เป็นตราบาปในใจมาตลอดหลายปี น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย "ถ้าผมยังอยู่ข้างคุณ พวกมันจะใช้คุณเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อฮุบ
บริษัทของผม และทำลายคุณให้ย่อยยับ ทางเดียวที่จะปกป้องคุณได้ในตอนนั้น คือการทำให้พวกมันเชื่อว่า... ผมเขี่ยคุณทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ทำให้คุณไม่มีค่าพอจะเป็นจุดอ่อนของผมอีกต่อไป"
เอกสารในซองสีน้ำตาลร่วงหลุดจากมือของรินรดาลงสู่พื้น พรบ. การหย่าร้างและข้อตกลงต่างๆ ที่เธอเคยคิดว่ามันคือหลักฐานความใจร้ายของเขา บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเกราะกำบังที่เขาใช้ปกป้องเธอในวันที่มืดมนที่สุด
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ขาเรียวทรุดฮวบลงเล็กน้อยจนต้องใช้มือเกาะขอบโต๊ะไว้เพื่อพยุงร่าง ภาพความทรงจำในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว คำพูดที่เขาเคยไล่เธอให้ออกจากชีวิตในวันนั้น วาจาที่แสนเย็นชาและไร้หัวใจ... แท้จริงแล้วมันคือหน้ากากที่เขาต้องสวมใส่เพื่อตบตาคนที่จ้องจะทำลายพวกเขา
"ทำไม... ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน" เสียงของเธอสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ในทีแรก บัดนี้รินรดาไม่อาจต้านทานมันได้อีกต่อไป มันไหลอาบแก้มเนียนอย่างเงียบงัน
"บอกเพื่อให้คุณเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงกับผมอย่างนั้นเหรอ?" ธันวาก้มตัวลงต่ำเพื่อมองสบตาเธอที่กำลังทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นแดงก่ำไม่แพ้กัน "ผมยอมให้คุณเกลียดผม ดีกว่าต้องเห็นคุณเจ็บปวดเพราะผมจริงๆ... ริน"
บรรยากาศในห้องอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกผิด ความเข้าใจ และความเจ็บปวดที่ตกตะกอนมาเนิ่นนาน รินรดามองใบหน้าของอดีตสามีที่เธอเคยสาปแช่งในใจมาตลอดหลายปี ผู้ชายที่เธอกล่าวหาว่าไร้หัวใจ แท้จริงแล้วยอมแบกรับความเกลียดชังของเธอไว้คนเดียวเพื่อแลกกับความปลอดภัยของเธอและลูก
ทว่า ในขณะที่หัวใจของรินรดากำลังสั่นคลอนด้วยความรู้สึกที่โถมเข้ามา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงัน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ทนายความสาวสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าลวกๆ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "เข้ามาค่ะ"
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นร่างเล็กของเด็กชายวัยหวิดๆ 5 ขวบ ในชุดนักเรียนอนุบาลชื่อดัง ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากใครบางคนในห้องนี้ราวกับแกะ เด็กน้อยวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาพร้อมกับสมุดวาดภาพในมือ โดยมีพี่เลี้ยงสาววิ่งตามเข้ามาด้วยความกระวนกระวาย
"คุณแม่ขา! วันนี้คุณครูให้วาดรูปครอบครัว น้องนะโมวาดรูปคุณแม่กับ... เอ๊ะ คุณลุงคนนี้หน้าตาคุ้นๆ จังเลยครับคุณแม่ เหมือนรูปถ่ายในกระเป๋าเงินของคุณแม่ที่ซ่อนไว้ใต้หมอนเลย!"
ธันวาชะงักกึก ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อราวกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าที่ไขสันหลัง สมองของเขาว่างเปล่าลงในเสี้ยววินาที ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า... เด็กที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาในวัยเด็กเสียเหลือเกิน และก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากห้าม ธันวาก็หันขวับกลับมามองหน้าอดีตภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามนับล้านคำที่ร้าวลึกยิ่งกว่าเดิม!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ / กระจกเงาสะท้อนใจ
ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 8
เมื่อความลับถูกเปิดเผย
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงผู้พิพากษาหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!