รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 11

แรงกดดันจากอดีต

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“วางปืนลงซะเมฆา... ลูกชายของพ่อ” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของอัครพลสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปกคลุมด้วยไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ กลิ่นซิการ์ราคาแพงจางๆ ปะปนกับกลิ่นหนังสือเก่าแก่ในห้องสมุดส่วนตัว เมฆายืนนิ่งราวกับรูปปั้น นิ้วชี้ที่เหนี่ยวไกปืนสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เขามองชายวัยกลางคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ อัครพลไม่ได้ดูเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขากำลังจิบวิสกี้ในแก้วคริสตัลอย่างใจเย็น ราวกับว่าปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้าเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง “ลูกชาย?” เมฆาทวนคำ เสียงเขาสั่นพร่าเล็กน้อย “คำนี้ไม่ได้มีความหมายกับคนอย่างคุณมานานแล้วไม่ใช่หรือครับ อัครพล... หรือที่ต้องเรียกแบบนี้ เพราะผมเพิ่งพบความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้รอยจารึกในอดีตของครอบครัวผม” อัครพลวางแก้วลงบนโต๊ะ เสียงกระทบกันเบาๆ ของแก้วกับไม้ฟังดูเหมือนเสียงเคาะระฆังบอกเวลาตาย เขาโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเมฆา “ความจริงมีหลายชุดเมฆา ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนถือปากกาเขียนมัน และที่สำคัญ... ใครคือคนกุมอำนาจที่จะตัดสินว่าความจริงชุดไหนจะถูกเผยแพร่ออกไป” “รวมถึงเรื่องที่พ่อกับแม่ผมตายด้วยใช่ไหมครับ?” “การตายของคนบางคนคือการต่อรองที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” อัครพลลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาไม่แม้แต่จะมองปืนที่เล็งมา เขาก้าวเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงยามดึกดื่น “ถ้าเธอเหนี่ยวไกตอนนี้ เธอจะฆ่าคนที่รู้คำตอบทั้งหมดไปพร้อมกับตัวเธอเอง” เมฆากัดฟันแน่น กล้ามเนื้อกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตของอัครพล แต่เขาต้องการความยุติธรรมที่บิดเบี้ยวไปตามกาลเวลา รินรดาบอกเขาเสมอว่าอย่าผลีผลาม แต่ในวินาทีนี้ เลือดในกายของเขากำลังเดือดพล่าน ในมุมมืดของห้อง รินรดาที่แอบซ่อนตัวอยู่หลังม่านหนาได้แต่กำหมัดแน่น หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะได้ยินเสียง เธอเห็นชายชุดดำสองคนเดินล้อมเข้ามาจากประตูทางเข้าอย่างเงียบเชียบ พวกมันไม่ได้พกปืน แต่มันพกความเงียบและความรุนแรงที่พร้อมจะจู่โจมในจังหวะที่เมฆาเผลอ เธอต้องทำอะไรสักอย่าง *กริ๊ก* เสียงนกสับปืนของเมฆาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ “ผมไม่ได้มาเพื่อต่อรอง ผมมาเพื่อปิดบัญชี” “คนอย่างเธอไม่มีวันปิดบัญชีนี้ได้หรอก” อัครพลหันกลับมา ยิ้มมุมปาก “เพราะคนที่เธอตามหา... คนที่สั่งการในวันนั้น ไม่ใช่ฉัน” คำพูดนั้นราวกับค้อนทุบลงกลางใจเมฆา มือของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความมั่นใจที่สร้างมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา นี่มันหมายความว่าอย่างไร? เขาถูกหลอกมาตลอดชีวิตงั้นหรือ? อัครพลเดินเข้ามาใกล้จนเกือบจะชิดปากกระบอกปืน “อยากรู้ไหมว่าใคร? ถ้าอยากรู้ ก็ลดปืนลง แล้วไปเจอกันที่โกดังร้างท่าเรือหมายเลข 9 ในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า ไปแค่คนเดียว... และอย่าหวังจะพาผู้หญิงคนนั้นไปด้วย” เมฆาชะงัก สายตาเขาสลับไปที่รินรดาที่เขารู้ว่าเธอกำลังแอบมองอยู่ อัครพลรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้ว และนั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นเพียงหนูที่ถูกต้อนให้จนมุมในเขาวงกตที่คนตรงหน้าสร้างขึ้น อัครพลขยับตัวผ่านเมฆาไปอย่างเชื่องช้า ลมหายใจที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นยาสูบพัดผ่านข้างหูชายหนุ่ม “เกมเพิ่งจะเริ่มต้นจริงๆ ต่างหาก เมฆา... อดีตที่เธอกำลังขุดคุ้ย มันไม่ได้ฝังศพพ่อแม่เธอไว้ แต่มันกำลังฝังตัวเธอเองลงไปแทน” เมฆาลดปืนลงอย่างเลื่อนลอย ความรู้สึกพ่ายแพ้ถาโถมเข้าใส่จนแทบยืนไม่อยู่ ทันทีที่อัครพลเดินออกจากห้องไปพร้อมกับลูกน้อง เมฆาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังนุ่ม รินรดารีบวิ่งออกมาจากมุมมืด เข้ามาประคองใบหน้าของเขาด้วยความเป็นห่วง “เมฆา... คุณห้ามไปที่นั่นเด็ดขาด มันเป็นกับดัก!” รินรดากระซิบ น้ำตาคลอเบ้า เมฆาเงยหน้าขึ้น สายตาว่างเปล่าแต่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่เปลี่ยนทิศทาง “ริน... ถ้าผมไม่ไป ผมก็ไม่มีวันรู้ความจริง แต่ถ้าผมไป ผมอาจจะไม่มีชีวิตกลับมาเพื่อบอกคุณ” เขาลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา หน้าจอปรากฏข้อความที่เพิ่งส่งเข้ามาจากเบอร์นิรนามเพียงประโยคเดียวสั้นๆ แต่ทำเอาลมหายใจของเขาสะดุดกึก ‘อย่าไว้ใจคนที่อยู่ข้างกายเธอ... เพราะรอยจารึกที่เธอตามหา ถูกลบหายไปด้วยมือของคนที่เธอรักที่สุด’ เมฆาหันไปมองรินรดาที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า หญิงสาวสบตาเขาด้วยแววตาที่เขามักจะบอกตัวเองว่ามันคือความหวัง แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น เขากลับเห็นเงาสะท้อนที่แปลกตาในดวงตาคู่นั้น... เงาที่ไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่เขารู้จัก รินรดาเอื้อมมือมาสัมผัสแก้มเขาเบาๆ “เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันใช่ไหมเมฆา?” มือของเธอเย็นเฉียบผิดปกติ และในจังหวะที่เขากำลังจะเอ่ยตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงปลดล็อกปืนที่ดังรัวราวกับห่าฝนทำลายความเงียบลงสิ้นเชิง ประตูถูกกระแทกเปิดออกพร้อมกับแสงไฟสปอร์ตไลท์จากภายนอกที่สาดส่องเข้ามาจนเขามองเห็นไม่ชัด ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเมฆาแทบหยุดเต้น ไม่ใช่ชายฉกรรจ์ที่บุกเข้ามา แต่เป็นเสียงที่ดังแทรกผ่านความโกลาหลเข้ามา... เสียงที่เขาคุ้นเคยที่สุด เสียงของคนที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นและจุดจบของชีวิตเขา “วางมือลงได้แล้วเมฆา... ลูกชายของแม่” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดพร้อมกับผม หวังว่าตอนหน้าจะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกยิ่งกว่าเดิมนะครับ เมทริกซ์ซีโร่
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%