"ฆ่ามันที่นี่เลยไหมครับ?"
เสียงทุ้มต่ำจากชายชุดดำที่ยืนอยู่เบื้องหลังอัครพลดังขึ้น แผ่วเบาแต่ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง อัครพลไม่ได้ตอบรับในทันที เขายังคงจดจ้องมองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพเหตุการณ์บนท้องถนนเมื่อครู่—ภาพรถของเมฆาที่หยุดนิ่งสนิท พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'บุคคลที่ควรจะตายไปแล้ว'
"ไม่... ความตายที่ง่ายดายเกินไป มันไม่สนุกหรอก" อัครพลหมุนเก้าอี้หนังราคาแพงกลับมาเผชิญหน้ากับลูกน้อง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้า "เมฆาไม่ใช่หมากตัวเดิมที่ฉันเคยเขี่ยทิ้งเมื่อสิบปีก่อน ความดื้อรั้นของมัน... กำลังจะกลายเป็นน้ำมันชั้นดีที่ราดลงบนกองไฟที่ฉันจุดไว้"
...
ภายในรถที่จอดสนิท เมฆานั่งนิ่งดั่งรูปสลัก หายใจเข้าออกช้าและมั่นคง แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวราวกับกลองรบ รินรดาที่นั่งอยู่ข้างๆ สั่นสะท้าน มือที่กำพวงมาลัยแน่นจนขึ้นข้อขาว เธอจ้องมองไปยังจุดที่เงาร่างนั้นเคยยืนอยู่ แต่นอกหน้าต่างตอนนี้กลับว่างเปล่า มีเพียงสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสาย
"เมฆา... นั่นมันเขาจริงๆ ใช่ไหม?" รินรดาถาม เสียงของเธอสั่นเครือ "คนที่อยู่ในบันทึกการตายคนนั้น... คนที่ควรจะถูกฝังอยู่ใต้ดินสิบปีแล้ว"
เมฆาไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่เบาะหลังขึ้นมา ในนั้นมีเพียงภาพถ่ายเก่าๆ ที่ซีดจางและรอยจารึกปริศนาที่เขาพยายามถอดรหัสมาตลอดหลายปี "ไม่ใช่แค่เขาหรอกรินรดา แต่มันคือคำประกาศสงคราม"
เขาหันไปมองรินรดา แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของชายหนุ่มที่แบกรับความแค้นไปวันๆ อีกต่อไป แต่มันคือแววตาของนักล่าที่พร้อมจะกระชากหน้ากากอสูรออกมาจากเงามืด "อัครพลคิดว่าเขาคุมเกมนี้ได้เบ็ดเสร็จ แต่เขาพลาดไปอย่างหนึ่ง... เขาทำลายทุกอย่างของฉันไปจนหมดสิ้นแล้ว จนตอนนี้ฉันไม่มีอะไรต้องเสียอีกต่อไป"
"คุณหมายความว่า..."
"ฉันจะเปิดหน้าสู้ครับ" เมฆาพูดตัดบท เสียงของเขาเรียบสนิทแต่ทรงพลัง "ในเมื่อเขาส่งสัญญาณมาถึงที่นี่ เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอีกต่อไป คืนนี้ เราจะไปที่งานเลี้ยงการกุศลของอัครพล และฉันจะทำให้เขาได้เห็นว่า สิ่งที่เขากลัวที่สุดไม่ใช่ความตาย... แต่คือความจริงที่เขากำลังปกปิดไว้"
ตลอดเส้นทางสู่ใจกลางเมือง ความเงียบปกคลุมไปทั่วรถ รินรดาลอบมองใบหน้าด้านข้างของเมฆา เขาดูสงบอย่างน่าประหลาด ผิดกับพายุอารมณ์ที่เธอสัมผัสได้จากรัศมีรอบกาย ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่คนเดิมที่เธอเคยพบเมื่อเดือนก่อน ความเจ็บปวดจากการสูญเสียครอบครัวถูกหลอมรวมจนกลายเป็นความแข็งแกร่งที่น่าเกรงขาม
เมื่อรถจอดสนิทหน้าโรงแรมหรูหราที่เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง เมฆาก้าวลงจากรถด้วยท่าทีองอาจ เขาหยิบสูทตัวนอกขึ้นมาสวมทับด้วยความมั่นใจ รินรดาเดินเคียงข้างเขา ทั้งคู่ก้าวผ่านกลุ่มบอดี้การ์ดที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยชนชั้นนำและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล แต่ทันทีที่เมฆาก้าวเข้าสู่โถงกลาง บทสนทนารอบข้างก็พลันเงียบกริบ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ชายหนุ่มที่ใครๆ ก็ต่างคิดว่าเขาควรจะเป็นเพียงเถ้าถ่านที่ถูกลืมเลือนไปแล้ว
อัครพลยืนอยู่บนเวทีเล็กๆ กึ่งกลางงาน เขาถือแก้วไวน์ในมือและกำลังกล่าวสุนทรพจน์เรื่องการพัฒนาเมือง เมื่อเห็นเมฆาเดินตรงเข้ามาในงาน รอยยิ้มบนใบหน้าของนักธุรกิจใหญ่ก็ยังคงไม่จางหายไปไหน เขาโบกมือให้บอดี้การ์ดถอยออกไป และส่งสัญญาณให้วงดนตรีเล่นเพลงคลอเบาๆ ต่อไป
"ยินดีต้อนรับครับ เมฆา" อัครพลกล่าวผ่านไมโครโฟน น้ำเสียงเขาทรงพลังและเปี่ยมด้วยอำนาจ "แขกที่ไม่ได้รับเชิญ แต่น่าสนใจที่สุดในค่ำคืนนี้"
เมฆาหยุดเดิน ห่างจากเวทีเพียงไม่กี่ก้าว เขาจ้องมองอัครพลด้วยสายตาที่ไม่หวั่นเกรง "ผมไม่ได้มาเพื่อร่วมฉลองความสำเร็จของคุณหรอกครับอัครพล แต่ผมมาเพื่อเตือนคุณ ว่าเวลาของคุณ... กำลังจะหมดลงแล้ว"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งห้อง เมฆาไม่สนใจสายตาเหล่านั้น เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสูทแล้วดึงแฟลชไดรฟ์สีเงินวาววับออกมา "ข้อมูลบัญชีลับที่คุณฟอกเงินผ่านองค์กรการกุศล และรายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิดในเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน... ตอนนี้มันไม่ได้อยู่กับผมแค่คนเดียวแล้ว"
อัครพลหรี่ตาลง รอยยิ้มที่เคยประดับหน้าเริ่มแข็งค้าง
"คุณขู่ผมงั้นรึ?" อัครพลหัวเราะเบาๆ ก่อนจะก้าวลงจากเวทีมาเผชิญหน้ากับเมฆาในระยะประชิด "คนอย่างคุณน่ะเหรอ จะทำลายอาณาจักรที่ผมสร้างมากับมือด้วยแค่ข้อมูลขยะพวกนั้น?"
เมฆาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก "คุณคงลืมไปว่า... เงาที่ยืนอยู่ข้างคุณในตอนนี้ อาจจะไม่ใช่คนของคุณอีกต่อไปแล้ว"
ทันใดนั้น แสงไฟในโถงงานเลี้ยงก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกอย่างไว้ชั่วขณะ ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของผู้คนและการขยับตัวที่รวดเร็วของกลุ่มคนปริศนาที่แทรกตัวเข้ามากลางฝูงชน เมื่อไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่ส่องกลับมาที่กลางเวทีอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทุกคนกลับทำให้เมฆาต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ
บนเวทีนั้น อัครพลไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง เขากำลังถูกร่างชายปริศนาในชุดดำ—คนเดียวกับที่ยืนโบกมือให้เมฆาเมื่อครู่—ใช้ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าที่ขมับ แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือใบหน้าที่แท้จริงภายใต้ฮู้ดสีดำของชายคนนั้น เมื่อเขาค่อยๆ เลื่อนหน้ากากออก... รินรดาที่ยืนอยู่ข้างเมฆาทรุดตัวลงกับพื้นทันทีด้วยความช็อก
นั่นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น 'พ่อ' ของเมฆา ที่หน้าตาและรูปร่างเหมือนกับวันที่เขาสิ้นใจไปเมื่อสิบปีก่อนทุกประการ!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของเมฆาในตอนนี้นะครับ เมทริกซ์ซีโร่
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 15
ก้าวแรกสู่สนามรบ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!